วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ /

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 02.00 น.
วัคซีนในดวงใจ ใครถูกใครผิด คิดให้ดี

ดูทั้งหมด

  •  

การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อการอภิปรายลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลก็ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว ผลการลงมติเป็นเครื่องยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้งรัฐมนตรีอีก 5 ท่านที่ถูกยื่นมติไม่ไว้วางใจด้วยนั้นยังได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ให้บริหารประเทศนี้ต่อไปได้ ซึ่งน่าจะตรงกับความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้เห็นว่าในรอบ 7 ปีที่ผ่านมานี้ รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกฯประยุทธ์ได้สร้างความเจริญให้กับบ้านเมืองอย่างมากมาย

เพียงแต่การสื่อสารประชาสัมพันธ์ของภาครัฐยังมีน้อยเกินไป และการใช้สื่อออนไลน์อย่างมากมายของฝ่ายตรงข้ามทำให้คนจำนวนหนึ่งยังหลงเชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมือง โดยเฉพาะเมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ประชาชนส่วนหนึ่งต้องเสียชีวิต ซึ่งบางรายนั้นอาจจะเป็นการเสียชีวิตที่ดูแล้วไม่เหมาะสมก็ตาม


สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ถูกนำมาเป็นประเด็นหลักมากกว่าเรื่องอื่นใดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ ซึ่งโดยความจริงแล้วการระบาดของโรคนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เรียกกันว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ ทำให้การตั้งรับในการป้องกันและรักษาโรคนี้ไม่อาจจะกระทำได้ดีทั่วทั้งโลก และเนื่องจากเป็นการระบาดที่รวดเร็วและรุนแรง ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีประชากรทั้งโลกเจ็บป่วยจากโรคนี้มากกว่า 220 ล้านรายแล้ว ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรของประเทศไทย ถึง 3 เท่า และมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 4.5 ล้านราย จึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักในการจัดการ

หลังจากเริ่มมีการระบาดครั้งแรกเกิดขึ้นในมณฑลอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน โรคนี้ก็มีการระบาดกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว รวมทั้งประเทศไทยของเรา ซึ่งพบการระบาดครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2562 โดยผู้ป่วยรายแรกเป็นชาวจีนจากมณฑลดังกล่าวซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่ก็ได้รับการรักษาอย่างดียิ่งจนหายกลับบ้านได้ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลจีน ได้ให้ความช่วยเหลือประเทศไทยในเรื่องนี้พอสมควร อาทิ การบริจาควัคซีนให้กับประเทศไทย

การพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคนี้ ได้เกิดขึ้นเกือบจะโดยทันที หลังจากการระบาด ทั้งในประเทศจีนเอง และในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ รัสเซีย และเยอรมนี เป็นต้น วัคซีนสามตัวแรกที่ถูกนำออกมาใช้จะมีวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน เช่น วัคซีนซิโนแวคจากประเทศจีนเป็นวัคซีนที่ผลิตจากการใช้เชื้อตาย วัคซีนแอสตราเซเนกาจากประเทศอังกฤษผลิตโดยวิธีการที่เรียกว่าไวรัลเวกเตอร์และวัคซีนไฟเซอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกาผลิตโดยวิธีการที่เรียกว่าเอ็มอาร์เอ็นเอ

เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการระบาดในระยะเริ่มต้น คือ เชื้อไวรัสซาร์ส-โค วี-2 หรือไวรัสโคโรนา 2019 ที่ต่อมาเรียกกันว่า ไวรัสโควิด โดยเป็นสายพันธุ์อู่ฮั่นซึ่งต่อมาได้มีการกลายพันธุ์เกิดขึ้น  โดยในระยะเริ่มต้นของการระบาดทั่วโลกนั้น วัคซีนทุกชนิดสามารถจะลดความรุนแรงของไวรัสตัวนี้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตได้เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่หลังจากนั้นประมาณ 6 เดือน ก็เริ่มพบว่าเชื้อไวรัสดังกล่าวมีการกลายพันธุ์ เกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่อีกหลายชนิด แต่ที่ ทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็วและรุนแรงคือสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศอินเดีย และแพร่กระจายไปเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดหนักทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย

การใช้วัคซีนในระยะแรกจึงเป็นการใช้วัคซีนจากทั้ง 3 ชนิด ดังกล่าว ในส่วนของประเทศไทย เมื่อมีการระบาดระลอก 2 ในเดือนมีนาคม 2564 ก็เริ่มมีการนำวัคซีนมาฉีด โดยวัคซีนชนิดแรกที่นำเข้าได้รวดเร็วที่สุดคือวัคซีนซิโนแวคจากประเทศจีน ติดตามมาในระยะเวลาใกล้เคียงด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกา ซึ่งประชากรกลุ่มแรกที่ได้รับการฉีดคือบุคลากรทางการแพทย์ หากอายุน้อยกว่า 60 ปี จะได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค และหากอายุมากกว่า 60 ปี จะได้รับการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา ทั้งนี้ในส่วนของนักการเมืองซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกรัฐสภา ก็ได้รับการฉีดวัคซีนซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัคซีนซิโนแวคด้วยเช่นกัน โดยไม่มีกระแสเรียกร้องหาวัคซีนชนิดอื่นๆ แต่อย่างใด

เมื่อการระบาดระลอก 2 ในประเทศไทยรุนแรงมากขึ้น และเริ่มพบเชื้อเดลต้าเกิดขึ้นนั้น ได้มีการพบว่าวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อตายนั้นอาจจะไม่สามารถลดความรุนแรงของอาการจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าได้  จากการที่พบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มากนักได้เจ็บป่วยและมีผู้ที่มีอาการรุนแรงจนเสียชีวิตปรากฏขึ้นด้วย ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องจากกลุ่มแพทย์ ให้รัฐจัดหาวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ ซึ่งขณะนั้นเชื่อกันว่าเป็นวัคซีนที่น่าจะดีที่สุด ในการลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตจากการติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าได้ โดยมีหลักฐานจากประเทศอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการฉีดวัคซีนดังกล่าวให้กับประชากรไปแล้วเกินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และ 50 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

กระแสการเรียกร้องดังกล่าวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสื่อออนไลน์ทั้งหลาย จากหลายกลุ่ม และพรรคการเมืองฝ่ายค้านบางพรรคได้ออกมาพูดเรื่องนี้ จนเกิดคำพูดที่ว่า มีการด้อยค่าของวัคซีนที่ใช้อยู่เดิม โดยเฉพาะวัคซีนซิโนแวค จนเกิดการสั่นสะเทือนต่อการดำเนินการของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมากพอควร ถึงแม้จะมีนักวิชาการด้านการแพทย์ ได้ออกมานำเสนอข้อมูลเรื่องการฉีดวัคซีนไขว้ชนิดของวัคซีนที่มีใช้ในประเทศไทย ว่าสามารถจะทำให้ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นมีปริมาณสูงมากพอ ในการที่จะต่อสู้กับเชื้อสายพันธุ์เดลต้าได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสเรียกร้องวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอลดน้อยลงแต่อย่างใด

ในที่สุดรัฐบาลได้ตัดสินใจในการจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งเป็นวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอเพื่อมาฉีดให้กับประชากรไทย  โดยครั้งแรกได้สั่งไปจำนวน 20 ล้านโดส และได้มีการสั่งเพิ่มเติม อีก 10 ล้านโดส เมื่อเร็วๆ นี้ โดยวัคซีนดังกล่าวจะเข้ามาสู่ประเทศไทยแน่นอนในปลายเดือนนี้หรืออย่างช้าคือกลางเดือนตุลาคม โดยจะทยอยมาเป็นระยะ ไม่ได้เข้ามาพร้อมกันทั้งหมด ทั้งนี้ไม่นับรวมวัคซีนบริจาคโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจำนวน 1.5 ล้านโดส ซึ่งได้เข้ามาถึงและได้นำไปฉีดให้กับประชากรกลุ่มเสี่ยงต่างๆ แล้ว โดยในส่วนของภาคเอกชนนั้นก็ได้มีการสั่งวัคซีนโมเดอร์นาซึ่งเป็นวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอจำนวน 5 ล้านโดส ซึ่งรวมของสภากาชาดไทยด้วย เพื่อเป็นวัคซีนตัวเลือกให้กับประชาชน วัคซีนทั้ง 2 ตัวดังกล่าวนี้น่าจะถูกนำมาทยอยฉีดได้ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไปหรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินกลางเดือนตุลาคม

ต้องถือว่าเป็นเรื่องดีที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ ให้การยอมรับการฉีดวัคซีน ของภาครัฐไม่ว่าจะเป็นวัคซีนตัวใดตามสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนด ไม่ได้มีผู้ที่หลงเชื่อกระแสข่าวทางสื่อออนไลน์ไปเสียจนหมด จนอาจจะทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนเจ็บป่วยจากการที่ได้รับวัคซีนล่าช้าเกินไป ซึ่งขณะนี้ได้มีข้อมูลแล้วว่าวัคซีนเข็มที่ 1 สามารถจะเริ่มต้นด้วยวัคซีนซิโนแวค และหลังจากนั้นอีก 3-4 สัปดาห์ จึงฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ซึ่งสูตรนี้จะสร้างภูมิคุ้มกันได้เร็วในระยะเวลาอันสั้นและมากเพียงพอต่อการยับยั้งความรุนแรงของสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งสูตรนี้จะใช้กับประชากรทั่วไปที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง จึงทำให้มีการสั่งวัคซีนซิโนแวค เพิ่มเติมจำนวน 12 ล้านโดส และแอสตราเซเนกาซึ่งจะทยอยส่งให้ภาครัฐอย่างน้อยเดือนละ 5 ล้านโดส โดยภายในสิ้นปีนี้จะส่งให้ครบ 61 ร้านโดส ตามเป้าเดิม

เพื่อให้การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนคนละ 2 โดส ครบ 70 เปอร์เซ็นต์ ภายในสิ้นปีนี้เกิดขึ้นได้จริง

กระทรวงสาธารณสุขได้ออกข่าวมาแล้วว่า ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนเป็นต้นไป นอกจากสูตรซิโนแวคบวกด้วยแอสตราฯแล้ว จะมีสูตรวัคซีนใหม่ซึ่งเป็นการฉีดไขว้เพิ่มเติมคือ การฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 เป็นวัคซีนแอสตราเซเนกา และหลังจากนั้นระหว่าง 4-12 สัปดาห์ จะได้รับการฉีดเข็มที่ 2 เป็นวัคซีนไฟเซอร์ โดยมีข้อมูลว่าจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีเช่นกัน  แต่ก็เชื่อว่าสูตรต่างๆ เหล่านี้คงจะยังไม่ใช่เป็นสูตรสุดท้าย และเมื่อมีข้อมูลทางวิชาการมากขึ้นก็เชื่อว่าจะมีสูตรการฉีดวัคซีนที่เป็นมาตรฐานเกิดขึ้น โดยจะเป็นสูตรที่ต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ในอนาคตได้ด้วย

แต่สิ่งที่เป็นเรื่องแน่นอนแล้วในขณะนี้คือ วัคซีนที่มีอยู่ขณะนี้ทุกชนิด ไม่ว่าจะยี่ห้อใดก็ตาม  หลังจากฉีดไปแล้วครบโดสเป็นระยะเวลา 3 เดือนเป็นต้นไป ภูมิคุ้มกันซึ่งร่างกายได้สร้างขึ้นนั้นจะเริ่มลดน้อยลงตามลำดับตามระยะเวลาที่ผ่านไป  ซึ่งมีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในประเทศอิสราเอลซึ่งมีการฉีดวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร และประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ใช้วัคซีน
เอ็มอาร์เอ็นเอเป็นหลักเช่นเดียวกันและฉีดไปแล้วมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ได้พบว่ามีการระบาดรอบใหม่ของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าเกิดขึ้นอีก มีผู้ป่วยในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก

โดยในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นพบว่าในบางวันมีผู้ป่วยรายใหม่ขึ้นไปถึงระดับ 1.7 แสนราย โดยมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ที่เคยได้รับวัคซีนครบโดสมาแล้ว และจากการตรวจหาจำนวนไวรัสที่อยู่ในร่างกาย พบว่ามีจำนวนมาก ไม่น้อยไปกว่าผู้ป่วยที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนเลย ซึ่งทำให้เชื่อได้ว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ ที่มีการอ้างกันว่าดีกว่าวัคซีนอื่นนั้น  ยังเป็นผู้ที่หากได้รับเชื้อก็สามารถจะแพร่กระจายเชื้อนั้นไปสู่บุคคลอื่นได้โดยง่ายอีกด้วย

เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกัน ว่ามีความรู้ความสามารถในเรื่องของโรคโควิด-19 มากคนหนึ่งของประเทศไทย ได้ออกมากล่าวว่า การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นในประชากรไทยนั้นยังเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะขณะนี้จำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว ยังมีอยู่เพียงแค่ประมาณ14 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ส่วนผู้ที่เพิ่งได้รับ 1 โดส ก็มีอยู่เพียงแค่ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ซึ่งเชื่อกันว่าประชากรจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบเกินกว่า 70 เปอร์เซ็นต์จึงยังห่างจากเป้าพอสมควร 

และการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ก็ยังไม่อาจจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า จำนวนเคสเกิดใหม่จะลดลงได้อย่างรวดเร็ว มีการระบาดลดน้อยลงจนเป็นโรคที่ถูกควบคุมได้ ทำให้เชื่อได้ว่า โรคโควิด-19 นี้จะอยู่กับประชากรโลกไปอีกยาวนาน การได้รับวัคซีนอย่างต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น รวมทั้งการดำเนินชีวิตตามแนวชีวิตวิถีใหม่ ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินต่อไป โดยมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการหวังผลจากการป้องกันโรคด้วยวัคซีนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวไทย จะต้องให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ โดยไม่เกี่ยงว่าจะได้รับวัคซีนชนิดใด ขอให้เชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุขและนักวิชาการในประเทศไทยที่ทำงานเรื่องนี้โดยตรงได้วางแนวทาง การฉีดวัคซีนชนิดต่างๆ ที่สามารถจัดหาเข้ามาในประเทศไทย ให้เกิดประโยชน์ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีที่สุดต่อการลดการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตให้กับประชาชนคนไทยได้ อย่าได้คิดว่าจะขอเลือกวัคซีนเองหรือรอจนกว่าจะมีวัคซีนที่ดีที่สุดจึงจะทำการฉีด ซึ่งย่อมจะส่งผลร้ายโดยเฉพาะกับตัวเอง กับครอบครัวที่อยู่อาศัยร่วมกันและสังคม โดยรวมเป็นอย่างยิ่ง

นายแพทย์ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:03 น. จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
21:47 น. ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก
21:44 น. สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง
21:38 น. เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้
21:34 น. เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
ดูทั้งหมด
ขึ้นมือ1โลก!'วิว'ร้อนแรงลิ่วตัดเชือกออลอิงแลนด์
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนให้ที่ดิน พุทธมณฑล 2,500 ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลาง
รัสเซีย จ่อเบนเข็มส่งก๊าซธรรมชาติจากยุโรปมาเอเชีย ไทยติดโผอันดับต้นๆ
'วิว'ทุบจีนขาด!ลิ่วรอบสอง-‘เมย์’เจ็บถอน‘ออล อิงแลนด์'
ประเดิมบุนเดสลีกา!‘ไมค่อนซูเปอร์10’ประเดิมสนามให้เสือใต้
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 10 มีนาคม 2569
คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ
2 ปีศาจร้าย‘ทรัมป์-เนทันยาฮู’
ปู่จิ๊บ เป็นสัตว์สังคม ต้องมีเพื่อนและญาติเยอะ จึงมักทำงานสำเร็จ มีใจสุขสงบ 5
กฎแห่งป่า
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก

เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้

อันดับ 1 ในเอเชีย กรุงเทพฯคว้าแชมป์เมืองที่ดีที่สุด 2026 ยืนหนึ่งเรื่องกินเที่ยว

สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง

รมช.กห. เปิดยุทธการอากาศยานดับไฟป่าภาคเหนือ สกัด PM2.5 ขอ ปชช.หยุดเผาป่า

แก้วตา ตัดพ้อปม ฟ้า พรหมศร ย้ำ!การแสดงออกไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง

  • Breaking News
  • จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
  • ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก
  • สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง
  • เอาแล้วไง! \'แบงก์กรุงเทพ\' ออกกฎ \'บัญชี e-Saving\' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้ เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้
  • เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
ดูทั้งหมด
Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved