วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“บุคคลแนวหน้า ใน หนังสือพิมพ์แนวหน้า www.naewna.com สื่ออุดมการณ์มั่นคง ตรงไป ตรงมา” ฉบับนี้ “ไม้หน้าสาม ขยายโลกทัศน์ที่แคบให้กว้าง ย่อโลกทัศน์ที่กว้างให้แคบให้สังคมไทยเท่าทันเหลี่ยมนักเลือกตั้งชังชาติ สัมภเวสีกับลูกขุนพลอยพยักอย่างเท่าเทียม” เริ่มต้นสัปดาห์นี้กับ “พระราชบัญญัติการจราจรทางบก” ฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ... เพิ่มโทษและกำหนดโทษเพิ่มในบางรายการหวัง “ดัดสันดาน”ผู้ขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ให้หลาบจำ โดยเฉพาะขาประจำ “เมาแล้วขับ” ที่เพิ่มโทษจำคุกและโทษปรับ เรื่องเยี่ยงนี้ ปรบมือข้างเดียวมันจะดังได้สักแค่ไหน หาก “ผู้รักษากฎหมาย” ยังมีนิยามของคำว่าพรรคพวกท่องอยู่ในใจเยี่ยงที่ผ่านมา ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก็เป็นแค่ “ยาแดง-ยาเหลือง”ใช้ทาแผลถลอกเท่านั้น “บิ๊กเด่น-พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” นตท.22, นรต.38 ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 13 ต่อจาก “บิ๊กปั๊ด – พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” นตท.20,นรต.36 ที่เกษียณราชการสิ้นเดือนนี้ คงต้องใช้เวลาที่เหลือบนเก้าอี้ผู้นำสีกากี 1 ปีให้คุ้มค่าอย่างที่สุด ไม่อย่างนั้นกฎหมายที่มีออกมาก็แค่วาทกรรมเขียนเสือให้วัวกลัวเท่านั้น เคยดูแลงานมาเกือบทั่วประเทศ ผ่านร้อนหนาวเก้าอี้สำคัญๆ มาหลายรอบสมควรสร้างจิตสำนึกให้กำลังพลหยิบคำว่า “พรรคพวก” ออกจากใจมาแขวนไว้หน้าห้องน้ำบ้างเถิด...
nn ว่าจะไม่พูดถึง “เจ๊นุช – สิบตำรวจโทหญิง กรศศิร์ บัวแย้ม” ผู้มากบารมีวงการสีกากีและกิจการรัฐสภาคงไม่ได้เสียแล้ว เหตุเพราะชื่อนี้อำมหิตหฤโหดยิ่งนัก สะท้านผู้ทรงเกียรติที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ไม่พอยังสะท้านกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ล่าสุดเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” เริ่มสะท้านบ้างหลัง “วันชัย สอนศิริ” ประกาศให้ทนายความฟ้องดำเนินคดีหลังปูดข้อมูลพาครอบครัวแตกร้าวสร้างความเสื่อมเสีย ยังจะมีใครโดนรังสีอำมหิต นี้เพิ่มอีกบ้างหนอ...
nn สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะหลอมรวม ภายใต้การนำของ “แม็กซ์ 2 คางคกทองคำ –จตุพร พรหมพันธุ์, ทนายนกเขา–นิติธร ล้ำเหลือ” บุกแยก “ราชประสงค์”จัดกิจกรรม “หยุดอำนาจ 3 ป. นับหนึ่งประเทศไทย” ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำกับฝูงชนที่สนใจมาร่วมก่อการจำนวนน้อยนิด อาจจะน้อยกว่าฝูงวานรที่ยกพวกตีกันที่ศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรีเสียด้วยซ้ำ แต่กระนั้นสื่อปีศาจบางค่ายก็ยังตะแบงที่จะปลุกปั่นข่าวด้วยคำพาดหัวข่าวว่า “ปราศรัยเดือดราชประสงค์” อย่างน่าสมเพช...
nn เห็นอีเว้นท์ของ “มนุษย์ฮัคยักษ์เขียว – ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มาจากการเลือกตั้ง” แล้วอดเป็นห่วงเสียมิได้ ภาพไปถือป้ายผ้าร่วมกับ“ไม่เทรวม ไม่เทรวม ไม่เทรวม” ที่ศูนย์อาหารสวนลุมพินี เขตปทุมวัน ที่มี ภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการ ผู้ว่าฯกทม., วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม., ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม., ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. และคณะผู้บริหารกทม. เป็นประธานเปิดตัวโครงการ “ไม่เทรวม” พร้อมเปิดตัวรถขยะแบบใหม่ซึ่งมีพื้นที่จัดเก็บเศษอาหาร โดยมี “แอนนา เสืองามเอี่ยม มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2022 พร้อมคณะ Miss Earth 2022” เป็นแขกรับเชิญพิเศษ งานนี้มีเท่านี้จริงๆ ที่ออกข่าวอย่างเอิกเกริก ถามดังๆ ตรงนี้อย่างไม่มีอคติ มันคุ้มค่าเงินเดือนที่เป็นภาษีของประชาชน (เงินเดือนเดือนละ 113,560 บาท, ปีละ 1,3662,720 บาท และตลอดวาระ 5,450,860 บาท) ไหม คำถามเดียวกับที่นักเลือกตั้งจากพรรคเพื่อไทยถามท่านรองโฆษกรัฐบาลนั่นแหละ ช่วยตอบทีเถอะ!!...
nn กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศแจ้งเตือน “ร่องมรสุมกำลังแรงจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นในระหว่าง “วันที่ 5-9 กันยายน” ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้” นั่นหมายความว่าหายนะกำลังจะสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร และเกือบทั่วทั้งประเทศ ท่าน “มาเฟียเสาชิงช้า”ซึ่งเป็นที่คาดหวังอย่างมากของคนกทม.กว่า 1.4 ล้านเสียงที่กากบาทเลือกให้ท่านมาบริหารมหานครเพื่อบรรเทาทุกข์ที่เคยเกิดขึ้นหลังจากฝนฟ้าเทกระหน่ำ จนเกิดอาการน้ำรอระบายมาตลอด เอาเวลาไปงานอีเว้หนท์ที่ไม่ไร้สาระแต่ไม่จำเป็นต้องเป็นท่านงานก็สามารถดำเนินการไปได้ด้วยดี เอาเวลามาวางแผนร่วมกับสำนักการระบายน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาน้ำรอการระบายจะดีกว่าไหม ไม่ต้องถึงขั้นให้น้ำไม่ท่วมขังรอการระบายหรอก แต่ให้สามารถลดพื้นที่รอการระบายลงไปได้บ้างสัก 1 ใน 3 ของพื้นที่เดิมที่ประสบปัญหาสร้างความเดือดร้อนเท่านี้ก็เป็นบุญวาสนา เป็นบุญคุณเหลือล้นของคนกทม.แล้วครับ เพราะทั้ง “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี” ก็เอ่ยปากนำกำลังพลช่วยในทุกรูปแบบหากได้รับการติดต่อร้องขอ และหากจะ “พาสชั้น” ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น 1 ใน 3 ของพรรคเพื่อไทยเพื่อเป็นแคนดิเดต “นายกรัฐมนตรี”ก็สมศักดิ์ศรีมีความสามารถมิใช่น้อย...
nn ตระกูล “พูลวรลักษณ์” ผู้บริหารธุรกิจ “เครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” ไม่อยู่นิ่งหลัง “วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)”ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทำให้ธุรกิจหลักหยุดชะงักตามนโยบายการระงับการแพร่ระบาดของรัฐบาลปรับตัวครั้งนี้ว่ากันว่าเครือเมเจอร์กรุ้ปตัดสินใจเข้าซื้อหุ้น “บริษัทเวิร์คพอยท์ เอนเทอร์เทนเมนท์” และ “บริษัทเถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง” แค่การขยายฐานธุรกิจเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่ทิ้งของเก่าใส่ของใหม่แม้แต่น้อย...
nn ขาประจำเรื่องเหยียบบ่าเพื่อนขึ้นมาหายใจ “หญิงหน่อย – สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย” กระดูกชิ้นโตกับ “ยุทธการแลนด์สไลด์”ของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศตัวจะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนอีสานอุตส่าห์มาเปิดท้ายขายของอุปโภค-บริโภคช่วยลดภาระค่าครองชีพ ไม่วายแซะรัฐบาลตามสไตล์ถนัดว่า “พี่น้องสองป. แย่งกันเป็นนายกรัฐมนตรี”โดยไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของประชาชน ...โธ่ ...โธ่ ... โธ่ ... โถ ไม่กระดากปากเลยหรือ “กล่าวหาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กระเสือกกระสนดิ้นรนจะกลับมามีอำนาจในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ”ก็หวงอำนาจพยายามอยู่ในตำแหน่ง “รักษาการนายกรัฐมนตรี”ให้นานที่สุด ทำให้รู้สึกเป็น “ห่วงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ห่วงความเป็นอยู่ของประชาชนที่กำลังยากลำบาก” แต่ “ไม้หน้าสาม”ห่วงอาการ “หญิงหน่อย”ด้วยความคุ้นเคยที่เคยมีสัมพันธ์ที่ดีกันมา...
nn อีกหนึ่งรองโฆษกรัฐบาลที่พกดีกรีความสวยและมากความสามารถ “ดร.รัชดา ธนาดิเรก” แจ้งว่า “นโยบายยกระดับสิทธิบัตรทอง สำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) นั้นผู้ถือบัตรทอง หรือ บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่ต้องการย้ายโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการในการรักษาพยาบาล สามารถย้ายสิทธิบัตรทอง ได้ด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน ซึ่งสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้มากกว่า 1 ครั้ง แต่จะไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมถึงสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยในปัจจุบันที่มีการเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่างๆ บ่อยขึ้น” ทราบแล้วเปลี่ยน...
nn ปรบมือรัวๆๆ ดังๆๆ ให้กับ “นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย”ที่ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปต่อสู้คดีในชั้นศาล หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการชี้มูลความผิดครั้งดำรงตำแหน่ง “นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา” กรณีไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้บริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด วงเงิน 50.8 ล้านบาท เอกชนซึ่งดำเนินการประมูลกันก่อนที่นายนิพนธ์จะมาดำรงตำแหน่งนี้ สาเหตุเนื่องจากพบว่าการทำสัญญาที่เกิดขึ้นจากการฮั้วประมูล สัญญาเป็นโมฆะและทางจังหวัดขอให้ระงับการจ่ายเงินไว้ก่อน เพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน” ซึ่งเป็นคำพิพากษาที่ตัดสินก่อนมีพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือเรียกว่า “พ.ร.บ.ฮั้วประมูล” เชื่อเถอะ “สปิริต”นี้จะถูก “นักการเมืองชังชาติ ติ่งสัมภเวสีแลส่ำสัตว์” แถเปลี่ยนเบี่ยงเบนประเด็นเป็นอย่างอื่นแน่นอน...
nn ทิ้งท้ายฉบับนี้ “ธนาคารออมสิน” เสนอ “สินเชื่อจีเอสบี บ้านแลกเงิน” สินเชื่อที่รองรับทุกความต้องการทุกประเภท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ผ่อนส่งคืนเพียงเดือนละ 399 บาท วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา...nn
ไม้หน้าสาม

เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี