Logo วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
สำคัญที่กู้ยังไง กู้ไปทำอะไร อย่ากลัวผีหนี้ทะลุเพดาน

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

รายงานข่าวระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

แต่ในช่วงท้ายการประชุม นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีข้อสั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปศึกษาในเรื่องรายละเอียด หากจะต้องมีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน รวมถึงขยายเพดานหนี้สาธารณะ


รองนายกฯ เอกนิติ แสดงความเห็นที่ประชุม ครม.ว่า หากจะดำเนินการออก พ.ร.ก.กู้เงิน อยู่ในวิสัยที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากขณะนี้เกิดวิกฤตโลกและวิกฤตพลังงาน ที่มีผลกระทบไปทั่วโลก

แหล่งข่าวรายงานว่า การที่นายกฯสั่งให้ศึกษาเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะมีการกู้หรือไม่ แต่เป็นการเตรียมการเอาไว้กรณีหากเกิดวิกฤตจะสามารถดำเนินการได้ทันที

1. ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาถึงความจำเป็นและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการออกพระราชกำหนด พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท และการขยายเพดานหนี้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75% ของ GDP

สำหรับประเด็นการเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาทนั้น รมว.คลัง ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำตัวเลขวงเงินที่จะสามารถประหยัดได้จากการโอนงบประมาณรายจ่ายมาประกอบการพิจารณา

รองนายกฯ เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agencies) 3 แห่ง พบว่า สถาบันเหล่านั้นไม่ได้มีความกังวลต่อการตัดสินใจกู้เงินของรัฐบาลไทย แต่ให้ความสำคัญกับ “วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน” เป็นหลัก ดังนั้น หากมีความจำเป็นต้องกู้ รัฐบาลจะต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยเงินกู้จะต้องถูกนำไปใช้เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง (Target) และการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ (Transition) เท่านั้น

“ผมให้นโยบายชัดเจนว่า ถ้าเราจะกู้มา เราต้องชัดเจนว่าจะกู้ไปทำอะไร เช่น กู้เอาไปดูแลกลุ่มเปราะบาง และ สอง คือกู้มาทำเรื่อง Transition ก็คือช่วยคนให้เปลี่ยนผ่าน จากสิ่งที่เราพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเยอะมาก ก็ต้องเปลี่ยนผ่าน ซึ่งตรงนี้ได้รับการยอมรับมากจากการประชุมธนาคารโลก IMF” นายเอกนิติ กล่าว

2. ในการแถลงข่าวรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกประจำปี 2026วันที่ 16 เม.ย. นายคริชนา ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการแผนกเอเชียและแปซิฟิกของ IMF ได้ฉายภาพ
รวมเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญกับ “ภาวะช็อกด้านพลังงานรอบใหม่” (New Energy Shock)

IMF ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเข้มข้นของการใช้พลังงานสูงมากโดยมูลค่าการใช้น้ำมันและก๊าซในไทยพุ่งสูงเกินกว่า 10% ของ GDP

สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่อยู่ที่ระดับ 4%

นอกจากนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านการผลิตในประเทศ ทำให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างมาก โดยมียอดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซสุทธิ สูงถึง 8% ของ GDPซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ร่วมกับสิงคโปร์ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางอย่างยิ่งหากราคาพลังงานในตลาดโลกเกิดความผันผวนหรือพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของนโยบายการเงิน IMF ให้ความเห็นว่า ในสภาวะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรพิจารณาระงับการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมไว้ก่อน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาพื้นที่ในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) สำหรับการผ่อนคลายในอนาคตหากสถานการณ์เศรษฐกิจมีความจำเป็นต้องได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม

ในส่วนของประเด็นหนี้สาธารณะของไทย นายคริชนาบอกว่า ระดับหนี้สาธารณะของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 65-66% ของ GDP ซึ่งแม้จะอยู่ในฝั่งที่ค่อนข้างสูง (Higher Side) แต่ก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดในภูมิภาค และมีระดับใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์

3. รัฐบาลไหนเคยออกกฎหมายเฉพาะก่อหนี้เพื่อแก้ปัญหาในขณะนั้นๆบ้าง?

ข้อมูลรวบรวมโดยกรุงเทพธุรกิจ รายงานสรุปว่า

1.รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ออก พ.ร.ก.กู้เงินรวม 2 ฉบับ รวมวงเงิน 800,000 ล้านบาท

ประกอบด้วย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2541 วงเงิน 500,000 ล้านบาท โดยเป็นการออกกฎหมายหลังวิกฤตต้มยำกุ้งเพื่อมาฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินที่เป็นต้นเหตุหลักของวิกฤตเศรษฐกิจ และป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเนื่อง, พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2541 วงเงิน 300,000 ล้านบาทเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบธนาคารพาณิชย์ที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ล้มละลาย

2.รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ฉบับ

พ.ร.ก.ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 พ.ศ.2545 วงเงิน 780,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการต่อเนื่องในการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูภาคการเงินอย่างยั่งยืน หลังจากที่วิกฤตยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

3.รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ฉบับ

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ (ไทยเข้มแข็ง)ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551 จนกระทบกับเศรษฐกิจโลก โดยมีการเยียวยาประชาชนที่สำคัญ เช่น เช็คช่วยชาติ

4.รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ฉบับ

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงิน 350,000 ล้านบาท เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำฯ แต่สุดท้ายโครงการไม่สามารถดำเนินการภายในกรอบเวลา

ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทั่วประเทศ แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลด้านวินัยการคลังและการตรวจสอบที่ไม่ชัดเจน

5.รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออก พ.ร.ก.กู้เงินรวม 2 ฉบับ

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 พ.ศ.2563 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยแบ่งการใช้เงินเป็น 3 ส่วนคือ การสาธารณสุข การกระตุ้นการบริโภค และส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดเล็ก เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการแพร่ระบาดระลอกใหม่และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ก่อนที่จะออก พ.ร.ก.ฉบับนี้คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้ขยายเพดานหนี้สาธารณะจากไม่เกิน 60% เป็น 70% เพื่อรองรับการกู้เงินเพิ่มเติม

6.รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้รับมือกับวิกฤติพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง หรือไม่

4. ล่าสุด อดีตรมว.คลัง สมหมาย ภาษี ล่าสุด ได้โพสต์แสดงความเห็นเพิ่มเติม เนื้อใจความสำคัญบางตอน ระบุว่า

“...ในการบริหารประเทศ เครื่องมือหลักของรัฐบาล คือ งบประมาณแผ่นดินแต่ละปีของไทยที่มีจำนวนหนึ่งในห้าของ GDP

แต่ที่ผ่านมาเครื่องมือหลักนี้แทบจะไม่ได้รับการดูแลที่ใกล้ชิดจากหน่วยงานของรัฐ อย่างดีก็แค่ดูงบของกรมตัวเองเท่านั้น ที่เหลือยกให้สำนักงบประมาณจัดการกับนักการเมืองตามสบาย จนถึงขั้นสุดท้ายแล้วก็เข้ากรรมาธิการงบประมาณของสภาผู้แทนที่มีสส. ฝีปากดีทั้งจากพรรครัฐบาลและฝ่ายค้านเต็มไปหมดพิจารณาให้ความเห็นชอบ

แต่ละปีงบประมาณ หัวใจหลักของการบริหารประเทศก็ผ่านไปปีแล้วปีเล่ายังงั้นๆ แหละ เรามาดูให้ลึกดีกว่าครับ

1. แพลตฟอร์มของการจัดทำงบประมาณประจำปีจะต้องมีการแก้ไขกันในวันนี้

... การตัดงบประมาณที่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อก็ต้องทำกันไป แต่ไม่พอครับ ที่สำคัญมีหน่วยงานราชการมากมายหลายแห่งที่มีงบใช้สบายทุกปีแต่งานแทบจะไม่มีทำ หรือไม่มีความจำเป็นต้องทำ อย่าให้ชาวบ้านไปพูดได้ว่างบแต่ละปีได้ใช้จริงแค่ 70% เท่านั้น จัดการเลยครับ อย่าลูบหน้าปะจมูก ตัดออกให้หมดเลย

รัฐบาลควรต้องแสดงท่าทีให้ต่างชาติเห็นชัดๆว่า ฉันจะใช้จังหวะนี้แหละพลิกผันเศรษฐกิจด้วยงบประมาณปี 2570 เป็นอันดับแรก

ทั้งตัดงบและเพิ่มงบลงทุน และงบที่จำเป็นในการยกระดับรายได้ของทั้งข้าราชการและประชาชนให้สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ทั้งปีจะสูงถึง 4-5% ให้ได้ ภายใต้โครงสร้างของราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น USD 80-90 ต่อบาร์เรล

ขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มการลงทุนภาครัฐให้สูงกว่าปีที่แล้วไม่น้อยกว่าเท่าตัว

การปรับใช้นโยบายนี้ รับรองว่านักลงทุนต่างชาติต้องหันมามองไทยอีกแน่

เมื่อมีหนี้ รัฐบาลก็ยังจะสามารถทำการพลิกผันอย่างจริงจังดังที่กล่าวมาได้ แน่นอนที่สุดรายได้ที่รัฐจะจัดเก็บได้จะไม่สามารถเพิ่มได้ทัน ดังนั้น ถ้าจะเร่งลงทุนภาครัฐ นอกจากจะชวนชาวต่างชาติมาร่วมลงทุนแล้ว รัฐก็ต้องทำการกู้เงินจากแหล่งในประเทศและต่างประเทศมาเสริมการลงทุนภาครัฐให้มากขึ้นกว่าเท่าตัวด้วย

การทำการพลิกผันดังกล่าว ทั้งสื่อทั้งฝ่ายค้านก็จะยกมือชี้หน้ารัฐบาลนี้พร้อมกันว่า รัฐบาลกำลังก่อหนี้เพิ่มแล้ว จะทำให้ภาระหนี้ทะลุเพดาน 70%

แต่เรื่องนี้รัฐบาลต้องกล้าทำให้รู้ว่าถึงเวลาต้องกู้เงินให้มากแล้ว ดีกว่าหลับหูหลับตาลากสังขารที่บอบช้ำของประเทศถูลู่ถูกังต่อไปอย่างไร้ทิศทาง

2. หนี้สาธารณะทะลุ 70% ของ GDP ในปีหน้านี้ ไม่ใช่การละเลยวินัยการคลัง

...ประการแรก หลังวิกฤตต้มยำกุ้งได้รับการแก้ไขแล้ว ในช่วงตลอด 27 ปีที่ผ่านมานี้ภาครัฐแทบไม่มีการก่อหนี้จากต่างประเทศเลย คงมีการกู้เฉพาะสถาบันการเงินและธุรกิจภาคเอกชนเท่านั้น

ประการที่สอง ท่านรู้ไหมว่าหนี้สาธารณะที่เพิ่มมาจนถึง 66.7% ของ GDP ขณะนี้ มีภาระหนี้ประมาณ 12.7 ล้านล้านบาท เทียบกับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยขณะนี้ 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณเท่ากับครึ่งหนึ่งของ GDP หรือเท่ากับ 9.5 ล้านล้านบาท นั้น ไทยเรามีสถานะดีกว่าประเทศอื่นๆ ในโลกนี้ถึง 3 ใน 4 ของประเทศทั่วโลก

ประการที่สาม ท่านรู้ไหมว่าหนี้สาธารณะที่เพิ่มขนาดนี้ของไทย มันไม่ใช่หนี้ที่กู้มาลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศสักเท่าไหร่หรอก แต่มันมาจากหนี้ที่นักการเมืองและนักธุรกิจขี้โกงที่กำลังตกนรกไปเรื่อยๆ ตอนนี้ เป็นผู้ก่อขึ้นเป็นส่วนใหญ่ นับตั้งแต่หนี้วิกฤตต้มยำกุ้ง ที่ทำเอาทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยในต้นปี 2540 ที่มีอยู่ประมาณ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เหลือไม่ถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในกลางปี 2540 เกิดเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งระบาดไปเกือบทั่วโลก

แค่นั้นไม่พอในปี 2554-2555 ไอ้พวกซาตานขี้โกงทั้งหลายก็ได้โกงอย่างอุกอาจในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ได้วางแผนโกงชาติอย่างดี งาบไปอีกถึงกว่า 500,000 ล้านบาท
มาโปะเข้าเป็นหนี้สาธารณะอีก

และสุดท้าย เทวดาหมั่นไส้นัก ก็จัดให้โควิด-19 ระบาดหนักทั่วโลก ประเทศไทยถึงกับต้องหาเงินโดยการออกเป็นพระราชกำหนด 2 ครั้ง ในช่วงปี 2563 – 2564 กู้เงินมาซื้อวัคซีนป้องกันการระบาดของ โควิด-19 รวมทั้งการเยียวยาบ้าง รวมเงินกู้ 2 ครั้ง ถึง 1.5 ล้านล้านบาท

หนี้จากวิกฤตทั้ง 3 ครั้ง ได้มีหนี้สาธารณะที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชันอย่างสุดพรรณนาถึง 2 ครั้ง เมื่อรวมกับดอกเบี้ยที่รัฐบาลจะต้องจ่ายเป็นหลายแสนล้านบาทแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านล้านบาท

มันมากจริงๆ บัดนี้ก็ยังใช้หนี้ไม่หมด ดีที่หนี้ทั้งหมดเป็นหนี้เงินบาท...

ประการสุดท้าย ท่านรู้ไหมว่ารัฐบาลไทยและรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่รัฐบาลได้ค้ำประกันเงินกู้ให้ ไม่เคยมีเงินกู้รายไหนมีพฤติกรรมไม่จ่ายคืนหนี้ (Default) แม้จะเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งปีพ.ศ. 2540 ซึ่งเกิดจากภาคเอกชนของไทยกู้เงินตราต่างประเทศเข้ามามาก โดยภาครัฐไม่ได้ดูแลและควบคุมความเสี่ยงของการก่อหนี้ภาคเอกชน จนเกิดภาวะฟองสบู่แตกที่รุนแรงกลายเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งขึ้น

แต่หนี้ภาครัฐพร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งหนี้จาก IMF ก็มีการชำระครบถ้วนในเวลาต่อมานี่คือเครดิตของประเทศไทยครับ

สรุปแล้ว ผมว่าคนไทยเราเลิกหลอกตัวเองได้แล้ว เลิกกลัวผีหนี้จะทะลุเพดานได้แล้ว ตอนนี้ถ้ายังไม่เข้าไปกู้เงินบาทมาให้มากพอที่จะมาใช้ลงทุนและยกระดับรายได้ของคนไทยทั้งชาติให้พ้นระดับที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ลูกหลานของคนไทยก็จะรับกรรมและมีปมด้อยตลอด ทั้งจะทำให้ชาวต่างชาติมาเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมืองเรามากยิ่งขึ้น

การยอมให้หนี้สาธารณะทะลุเพดานหนี้ 70% ไม่ใช่ว่าจะละเลยวินัยการคลังแต่เป็นการปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธองค์ที่ตรัสไว้ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”
ต่างหาก” – สมหมาย ภาษี

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. ตม.เพชรบุรี ร่วมทีมบูรณาการ X-ray สถานประกอบการ-สถานที่เสี่ยง กวดขันจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย
21:57 น. สเต็ปพ่อ-ลุง! ลูกสาวโพสต์คลิปนั่งเฝ้าหน้าเวที ลั่นกลัวจะออกมาไม่ได้
21:52 น. แก่งกระจานไฟป่ายังหนัก ลุกลามเผากว่า 5,000 ไร่ อึ้งพบหลักฐานกระทิงถูกยิงตาย 2 ตัว
21:37 น. คนไทยสุดภูมิใจ! NASA เผยภาพดาวเทียม จ.กระบี่ แลนด์มาร์คดังระดับโลก
21:21 น. มั่นใจถูกกลั่นแกล้ง! อัจฉริยะ แฉยับปมเงิน 2.5 ล้าน ปัดกรรโชกทรัพย์-จ่อฟ้องกลับ
ดูทั้งหมด
เปิดบรรยากาศบ้านสวนในฝันและรอยยิ้มสุดท้ายของ'แดนนี่ ศรีภิญโญ'
พรรคส้มแพ้อีก เลือกเทศบาลบางแก้ว
เจ้าเมอร์ลา สุนัข K9 สหรัฐ โชว์ผลงานเจ๋ง ยึดแซนด์วิชหมูหยองจากไทยนับ 100 ชิ้น
งานแต่งแห่งปี! ณเดชน์-ญาญ่า ควงคู่เข้าพิธีวิวาห์สุดอบอุ่นที่ขอนแก่น
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 19-25 เมษายน พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
Vat10% จะได้เห็นไหม...ไทยแลนด์
AI กำลังกินไฟทั้งโลก : พลังงานจะกลายเป็นข้อจำกัดของเทคโนโลยีหรือไม่? เมื่อ AI ไม่ได้ใช้แค่ ‘ข้อมูล’ แต่ใช้ ‘พลังงาน’
‘ไพ่ใบใหม่’ของอิหร่าน
สื่อมวลชนและประชาชนไม่ใช่ผู้สังเกตการณ์ แต่คือกลไกตรวจสอบของสังคม
จอมทุบโต๊ะ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สเต็ปพ่อ-ลุง! ลูกสาวโพสต์คลิปนั่งเฝ้าหน้าเวที ลั่นกลัวจะออกมาไม่ได้

แก่งกระจานไฟป่ายังหนัก ลุกลามเผากว่า 5,000 ไร่ อึ้งพบหลักฐานกระทิงถูกยิงตาย 2 ตัว

เช็กเลย!เปิดโฉมวิปรัฐบาล ยุครัฐบาลอนุทิน กรวีร์นั่งประธานฯ-ภราดรที่ปรึกษาฯ

ชื่นชมหนุ่มหนองบัวลำภู น้ำใจงามเก็บกระเป๋าเงินสามหมื่น ส่งคืนเจ้าของ

โซเชียลแตก! อี๊ด โปงลาง โพสต์คลิปรวมศิษย์RS ใบเตย-ฟิล์ม แย่งซีนเต็มๆ

หวังข้าวไทยกลับมาผงาด! ดร.เลอพงษ์ คอนเฟิร์มตลาดอิหร่านนิยม รอวันปลดล็อกคว่ำบาตร

  • Breaking News
  • ตม.เพชรบุรี ร่วมทีมบูรณาการ X-ray สถานประกอบการ-สถานที่เสี่ยง กวดขันจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย ตม.เพชรบุรี ร่วมทีมบูรณาการ X-ray สถานประกอบการ-สถานที่เสี่ยง กวดขันจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย
  • สเต็ปพ่อ-ลุง! ลูกสาวโพสต์คลิปนั่งเฝ้าหน้าเวที ลั่นกลัวจะออกมาไม่ได้ สเต็ปพ่อ-ลุง! ลูกสาวโพสต์คลิปนั่งเฝ้าหน้าเวที ลั่นกลัวจะออกมาไม่ได้
  • แก่งกระจานไฟป่ายังหนัก ลุกลามเผากว่า 5,000 ไร่ อึ้งพบหลักฐานกระทิงถูกยิงตาย 2 ตัว แก่งกระจานไฟป่ายังหนัก ลุกลามเผากว่า 5,000 ไร่ อึ้งพบหลักฐานกระทิงถูกยิงตาย 2 ตัว
  • คนไทยสุดภูมิใจ! NASA เผยภาพดาวเทียม จ.กระบี่ แลนด์มาร์คดังระดับโลก คนไทยสุดภูมิใจ! NASA เผยภาพดาวเทียม จ.กระบี่ แลนด์มาร์คดังระดับโลก
  • มั่นใจถูกกลั่นแกล้ง! อัจฉริยะ แฉยับปมเงิน 2.5 ล้าน ปัดกรรโชกทรัพย์-จ่อฟ้องกลับ มั่นใจถูกกลั่นแกล้ง! อัจฉริยะ แฉยับปมเงิน 2.5 ล้าน ปัดกรรโชกทรัพย์-จ่อฟ้องกลับ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

สำคัญที่กู้ยังไง กู้ไปทำอะไร  อย่ากลัวผีหนี้ทะลุเพดาน

สำคัญที่กู้ยังไง กู้ไปทำอะไร อย่ากลัวผีหนี้ทะลุเพดาน

22 เม.ย. 2569

จูงใจไม่ให้เผา ดีกว่าตามดับไฟ  สงครามฝุ่นควันมลพิษ

จูงใจไม่ให้เผา ดีกว่าตามดับไฟ สงครามฝุ่นควันมลพิษ

21 เม.ย. 2569

หยุดมลพิษ  รักษาชีวิตและเศรษฐกิจภาคเหนือ

หยุดมลพิษ รักษาชีวิตและเศรษฐกิจภาคเหนือ

20 เม.ย. 2569

ทำไมต่างชาติชอบ ‘สงกรานต์ในไทย’?

ทำไมต่างชาติชอบ ‘สงกรานต์ในไทย’?

17 เม.ย. 2569

แม่นยำ ตรงจุด แต่อาจยังไม่เข้มข้นพอ นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2

แม่นยำ ตรงจุด แต่อาจยังไม่เข้มข้นพอ นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2

16 เม.ย. 2569

ตรงจุด แม่นยำ เข้มข้นพอ หรือไม่?  นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2

ตรงจุด แม่นยำ เข้มข้นพอ หรือไม่? นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2

15 เม.ย. 2569

โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge)  กับภูมิรัฐศาสตร์โลก

โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) กับภูมิรัฐศาสตร์โลก

14 เม.ย. 2569

ช่วยงานรัฐบาลต่างพรรค  ประกาศิตปชป. ต้องลาออกจากพรรค

ช่วยงานรัฐบาลต่างพรรค ประกาศิตปชป. ต้องลาออกจากพรรค

13 เม.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved