วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เร่งเครื่องขับเคลื่อนภารกิจสำคัญระดับประเทศในโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 หรือ "One Map" เพื่อปฏิรูประบบการจัดการที่ดินของไทยให้มีเอกภาพและมาตรฐานเดียวกัน ภายใต้หลักคิด "หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ (One Land, One Law)" โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยุติปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินทับซ้อนที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน พร้อมสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้กับพี่น้องประชาชนทั่วทุกภูมิภาค


ปัญหาความคลุมเครือของแนวเขตที่ดิน ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศมาตลอดหลายทศวรรษ โดยจากข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ประเทศไทยมีเนื้อที่จริงประมาณ 320.7 ล้านไร่ แต่เมื่อนำข้อมูลแผนที่ของหน่วยงานภาครัฐต่างๆ มารวมกัน กลับพบตัวเลขที่ดินของรัฐสูงถึง 542.35 ล้านไร่ ซึ่งเกินกว่าขนาดพื้นที่จริงของประเทศไปมหาศาล ความผิดปกตินี้เกิดจากการที่ในอดีตแต่ละหน่วยงานต่างใช้กฎหมายคนละฉบับและจัดทำแผนที่ในมาตราส่วนที่แตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนและสร้างความสับสนในการบังคับใช้กฎหมายทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องตกอยู่ในสถานะ "ผู้บุกรุก" โดยไม่เจตนา หรือสูญเสียโอกาสในการทำกินและอยู่อาศัย รัฐบาลจึงได้ริเริ่มโครงการ One Map ขึ้นเพื่อปรับปรุงแผนที่เส้นแนวเขตใหม่ให้ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ โดยยึดหลักความถูกต้องตามกฎหมายและการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
การดำเนินงาน One Map ซึ่งครอบคลุม 7 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ ไม่ได้เป็นเพียงการขีดเส้นแผนที่เท่านั้น แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ประเทศไทยจะมีแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐที่มีความละเอียดสูงในมาตราส่วน 1 : 4000 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ช่วยขจัดความขัดแย้งระหว่างรัฐและเอกชนให้หมดไป

โดย สคทช. ยืนยันหนักแน่นว่า การปรับปรุงแผนที่นี้จะไม่เป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับจะช่วยคุ้มครองสิทธิเหล่านั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนก็จะได้รับการพิสูจน์สิทธิและจัดสรรให้อยู่อาศัยหรือทำกินได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ไฟฟ้า ประปา ทะเบียนบ้าน รวมถึงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเข้าสู่ชุมชนได้อย่างทั่วถึง รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย

โครงการ One Map กำลังสร้างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม โดยมี "จังหวัดสุพรรณบุรี" เป็นพื้นที่นำร่องโมเดลต้นแบบที่ประกาศใช้เส้น One Map เป็นจังหวัดแรกของประเทศ และขณะนี้ สคทช. กำลังเร่งขยายผลเพื่อปลดล็อกความเดือดร้อนในพื้นที่วิกฤตอื่นๆ อาทิ การเร่งแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมสหกรณ์ปิเหล็งและบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะช่วยเหลือชาวบ้าน ให้คลี่คลายจากข้อติดขัดทางกฎหมายและสามารถออกเอกสารสิทธิที่ดินได้อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ เพื่อยกระดับความโปร่งใส สคทช. เปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบแนวเขตที่ดินของรัฐได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน 'One Map Thai' เพื่อให้ท่านเข้าถึงข้อมูลที่แนวเขตที่ดินของรัฐ หรือติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ สคทช. โทร 02-265-5445 และเว็บไซต์ https://epetitions.onlb.go.th/
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี