วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต DPU ดึงตัวจริง "การตลาด-การเตลิด" เผยเคล็ดลับ Content Creator และ Influencer ยุค AI ชี้ความจริงใจและความเป็นธรรมชาติคือหัวใจสำคัญในการสร้าง Brand Love พร้อมชู Insight ทางลัดอัปเดตเทรนด์การสื่อสารแห่งอนาคต
หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษในหัวข้อ "Digital Marketing Communication Trends & Influencer Marketing" ภายใต้รายวิชา CA607 สัมมนาประเด็นการสื่อสารการตลาดดิจิทัล เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมสัจจา เกตุทัต 1 โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับศักยภาพของนักศึกษาสู่การเป็น Content Creator และ Influencer มืออาชีพที่ยั่งยืน
กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณศรัณย์ แบ่งกุศลจิต หรือที่รู้จักในนาม "พี่แอ๊ม การตลาด การเตลิด" CEO และผู้ก่อตั้ง Uppercuz Creative เอเจนซี่การตลาดชั้นนำที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 10 ปี และเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association: TCCA) มาเป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดประสบการณ์เชิงลึก โดยมี ผศ.ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.พันธกานต์ ทานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ และ ดร.การดา ร่วมพุ่ม ผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต โดยมีคุณฮิปโป ฉันท์ชนะ ยิ้มสาย นักศึกษาปริญญาโทคณะนิเทศศาสตร์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ร่วมกันเจาะลึกกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ยุคใหม่ให้กลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่ายสำหรับทุกคน
ในส่วนของเนื้อหาการบรรยาย คุณศรัณย์ เริ่มต้นด้วยการฉายภาพรวมของวงการการตลาดในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับสภาวะ Content Overload หรือข้อมูลที่ล้นตลาดอย่างหนัก โดยชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมคนไทยในปัจจุบันมีความหลากหลายสูงมาก มีการใช้งานโซเชียลมีเดียเฉลี่ยถึง 7-9 แพลตฟอร์มต่อวัน นำไปสู่เทรนด์ที่เรียกว่า "Platform Shopping" ซึ่งส่งผลให้เส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค หรือ Customer Journey ที่ไม่ได้จบลงในพื้นที่เพียงแห่งเดียวอีกต่อไป
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ผู้บริโภคอาจจะถูกกระตุ้นความต้องการจากการเห็นโฆษณาบ้านใน Facebook แต่จากนั้นจะเริ่มค้นหาข้อมูลราคาจากเว็บไซต์หลัก สอบถามเพื่อนหรือคนใกล้ตัว และไปหาอ่านความคิดเห็นหรือดูรีวิวจากผู้ใช้งานจริงใน TikTok ก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประเมินเพื่อตัดสินใจซื้อ และจากพฤติกรรมที่ซับซ้อนดังกล่าวนี้ คุณศรัณย์ยังได้นำเสนอโมเดล Marketing Funnel รูปแบบใหม่ 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1. การถูกกระตุ้น (Trigger) ผ่านคนรอบข้างหรือ Influencer 2. การสำรวจ (Exploration) ข้อมูลเพิ่มเติม 3. การวิเคราะห์ (Analyze) เพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย 4. การซื้อ (Purchase) 5. การใช้ซ้ำ (Repeat) และ 6. การบอกต่อ (Advocacy)
คุณศรัณย์ ยังย้ำว่าขั้นตอนการสำรวจและประเมินคือช่วงเวลาที่จะเกิดซ้ำไปซ้ำมาก่อนจะเกิดการตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ Influencer และ Content Creator จะมีบทบาทสูงสุดในการโน้มน้าวและสร้างอิทธิพลทางความคิดต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ยังต้องทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง "Brand Love" และ "Brand Trust" โดยระบุว่า “ผู้บริโภครุ่นใหม่” มักขับเคลื่อนการซื้อด้วยอารมณ์และความรักในตัวตนของบุคคล มากกว่าเหตุผลเชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว หากครีเอเตอร์สามารถสร้างความผูกพันจนกลายเป็นความรักได้ ผู้ติดตามก็พร้อมที่จะสนับสนุนสินค้าทันทีโดยไม่นำเงื่อนไขเรื่องราคามาเป็นปัจจัยหลัก
ในทางกลับกัน การสร้างความเชื่อมั่น ต้องใช้เวลาและการเห็นซ้ำเฉลี่ยถึง 9 ครั้งจึงจะเกิดความไว้วางใจ โดยคุณศรัณย์ได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากธุรกิจเคสโทรศัพท์ของตนเอง ที่สามารถสร้างยอดขายถล่มทลายกว่า 2 ล้านชิ้น ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี โดยผลสำเร็จที่โดดเด่นนี้มาจากการทำคอนเทนต์ที่เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง
ประเด็นสำคัญที่นักสื่อสารต้องตระหนักคือ การก้าวเข้ามาของเทคโนโลยี AI ซึ่งคุณศรัณย์ คาดการณ์ว่าภายใน 2-3 ปี ข้างหน้า AI จะเข้ามาแย่งงานในสาย Production และการสร้างคอนเทนต์ที่เน้นความสมบูรณ์แบบได้เกือบทั้งหมด ทางรอดเดียวที่จะทำให้นักศึกษานิเทศศาสตร์อยู่รอดได้คือการรักษา "ความจริงใจและความเป็นธรรมชาติ" เนื่องจาก AI ยังไม่สามารถเลียนแบบอารมณ์ความรู้สึกส่วนบุคคล หรือการถ่ายทอดรสสัมผัสทางกายภาพได้อย่างมนุษย์
ครีเอเตอร์ยุคใหม่จึงต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถูกแทนที่ไปเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยี และรู้จักวางรากฐานรายได้จาก 6 ช่องทางหลัก คือ สปอนเซอร์ (Sponsor) การเป็นนายหน้า (Affiliate) ของขวัญจากการไลฟ์ (Gift/Coin) การขายสินค้าแบรนด์ตัวเอง (Product) การขายบริการเฉพาะทาง (Service) และส่วนแบ่งรายได้จากแพลตฟอร์ม (Sharing) เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพอย่างแท้จริง
ด้าน ผศ.ศิวนารถ หงษ์ประยูร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ย้ำว่าความรู้ในห้องเรียนคือรากฐานที่มั่นคง แต่สถานการณ์จริงในอุตสาหกรรมนั้นเปลี่ยนแปลงไปทุกวินาที การจัดกิจกรรมเช่นนี้จึงเป็นทางลัดสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษา "เติมเต็มช่องว่าง" ระหว่างทฤษฎีในตำรากับการปฏิบัติงานจริง โดยคณะมุ่งมั่นที่จะไม่เพียงแต่สร้างคนทำคอนเทนต์ทั่วไป แต่ต้องการสร้าง Beyond Content Creator ที่มีคุณภาพ มีตัวตนชัดเจน และสามารถยืนระยะในวิชาชีพได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางสนามการแข่งขันที่ดุเดือด
ขณะที่ ดร.การดา ร่วมพุ่ม ผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต กล่าวเสริมถึงความสำคัญของการเรียนจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า เพื่อนำข้อมูลเชิงลึก (Insight) มาถ่ายทอดให้นักศึกษา คือ "ทางลัดที่ทรงพลัง" ในการเท่าทันเทรนด์ เพราะมีความสดใหม่และรวดเร็วกว่างานวิจัยทั่วไป สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน "ปลาเร็วกินปลาช้า" ซึ่งการแชร์เทคนิคจาก Content Creator และ Influencer จะช่วยให้นักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนทำงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมไปจนถึง Content Creator อิสระ สามารถนำกลยุทธ์ไปปรับใช้พัฒนาการสื่อสารขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ ดร.การดา ยังเน้นย้ำว่า ข้อมูลที่ได้รับในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงความรู้ทางวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดงานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อสร้างนักสื่อสารยุคใหม่ที่เติบโตได้อย่างมั่นคงในโลกที่ต้องการความรวดเร็วและการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา
ในช่วงท้าย คุณศรัณย์ ยังได้ฝากข้อคิดให้นักศึกษามุ่งเน้นการเป็น "นักสังเกต" เพราะโอกาสทางธุรกิจและไอเดียการสร้างคอนเทนต์มักซ่อนอยู่ในปัญหาเล็กๆ รอบตัว พร้อมย้ำเตือนให้ “เริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้” แม้ในอนาคตโครงสร้างการศึกษาอาจจะเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี และจำนวนประชากรที่ลดลง แต่ทักษะในการสร้างอิทธิพลทางความคิดและการสื่อสารที่เข้าถึงใจคนจะยังคงเป็นสมบัติที่มีมูลค่ามหาศาลตลอดไป ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีความพร้อมทั้งทักษะดิจิทัลและจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย
สำหรับกิจกรรมในลำดับถัดไปของหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จะมีการบรรยายในประเด็นด้านการวิจัยการสื่อสารการตลาด จากผู้เชี่ยวชาญ ก่อนปิดท้ายในสัปดาห์ที่สามด้วยการสื่อสารการตลาดดิจิทัลเพื่อความยั่งยืนร่วมกับวิทยากรจากสภากาชาดไทย เพื่อให้กลุ่มนักศึกษาซึ่งมีทั้งผู้ที่ทำงานในหน่วยงานรัฐ เอกชน และครีเอเตอร์อิสระ สามารถนำเทคนิคไปประยุกต์ใช้ในองค์กร และต่อยอดสู่งานวิจัยที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี