ไม่มีแม้กระทั่งเสี้ยวเดียวที่หลายคนจะคิดว่ามาถึงขั้นนี้
คือต่ำกว่าระดับ “ม้ามืด” และต่ำกว่าระดับ “ม้านอกสายตา” ด้วยซ้ำ
ต่ำกว่าระดับนี้ยังมีอีกในทัวร์นาเมนท์นี้ที่ยังหลงเหลือ นั่นคือ “ขุนแข้งแห่งแสงเหนือ” ทีมชาติไอซ์แลนด์
แต่งานหินเหี้ยมเกรียมต้องเจอกับ “ไก่ทองคำ” ทีมชาติฝรั่งเศส เจ้าภาพที่แข็งแกร่งทุกกองกำลัง
ก่อนแข่ง ไอซ์แลนด์ ผ่อนคลายและสบายใจ เมื่อทั้ง ลาร์ส ลาเกอร์บัค กับ ไฮเมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน 2 กุนซือคู่ และนักเตะ ไอซ์แลนด์ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จาก กุดนี่ โจฮันเนสสัน ประธานาธิบดีของประเทศ หลังจากเข้ารอบ 8 ทีมยูโร 2016
รางวัลอันทรงเกียรตินี้คือ “ออร์เดอร์ ออฟ เดอะ ฟอลคอน” (Order of the Falcon) โดยทุกคนในทีมจะเข้ารับในเดือนมกราคม ศกหน้า
คำแถลงเกียรติยศครั้งนี้ระบุเอาไว้ว่า...“นักเตะกับโค้ช จะได้รับเกียรติยศครั้งนี้ เพราะพวกเขาคือวีรบุรุษของชาติอย่างแท้จริง!!!”
ถือเป็น “อัศวินลูกหนังตัวจริง” และเป็น “ฮีโร่” ของมนุษย์ชาติแห่งแดนน้ำแข็งแสงเหนือ
ในสิ่งที่ต่อเนื่องตามมาก็คือ พวกเขาถูกจับตามองมากขึ้น ถูกขุดคุ้ยมากยิ่งขึ้น อาทิ ไฮเมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน กุนซือคนคู่ถูกสัมภาษณ์นอกเกมว่า แกรับงานพาร์ทไทม์เป็น “หมอฟันทันตแพทย์”
อาวุธเด็ดที่นอกจาก “หัวใจ” และ “ร่างกาย” ที่แข็งแกร่งแล้ว พวกเขามีทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยม และสปิริตทีมที่ไม่ได้ต่างไปจาก เวลส์ เลย
11 ตัวจริงเหมือนเดิม ฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน, เบียร์เคียร์ แซวาร์สสัน, คารี่ อาร์นาสัน, รักนาร์ ซิกูร์ดส์สัน, อารี่ สคูลาสัน, โยฮันน์ กุ๊ดมุนด์สสัน, แอรอน กุนนาร์สสัน, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, เบียร์เคียร์ บียาร์นาสัน-ยอน ดาดี้ บอดวาร์สสัน และโคลเบนน์ ซิกธอร์สสัน
เปิดหน้าให้รู้กันเลย ว่า จะเล่นแบบนี้ 4-4-2
ที่สำคัญ สูตรเด็ดจนกลายเป็นที่จับตามองก็คือ การทุ่มไกลของ กุนนาร์สสัน ทำให้ทีมได้สองประตูมาแล้วในยูโรหนนี้
ครั้งแรกเล่นงาน ออสเตรีย ด้วยการเข้าชาร์ทของ บอดวาร์สสัน จากการทุ่ม 38.6 หลา จากนั้นมาอัด อังกฤษ จากการชาร์ทของ ซิกูร์ดส์สัน
ทั้งสองครั้งมาจากการทุ่มของ กุนนาร์สสัน และเป็นการโหม่งเช็ดต่อของ อาร์นาสัน ทั้งสิ้น
ผิดกับ ฝรั่งเศส ที่มีปัญหาชัดเจนในเกมนี้ เพราะการไม่มีทั้งกองหลังที่เล่นดีมาตลอด กับกองกลางที่เปรียบได้คือ “ปอด” ของทีม
นั่นคือ อาดิล เรมี่ กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้
ในจุดของ ก็องเต้ ยังถือได้ว่ามีตัวแทนให้เลือก ดีดิเยร์ เดส์ชองป์ส กุนซือสามารถเลือก โยอัน กาบาย หรือ มุสซ่า ซิสโซโก้ คนใดคนหนึ่งลงเล่นก็ได้ หรือถ้าจะระเบิดเถิดเทิงก็ใส่ คิงส์ลี่ย์ โกม็อง ลงมาเลย
แต่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟนี่แหละสำคัญยิ่ง เพราะเป็นปัญหาของทีมมาตั้งแต่ก่อนทัวร์นาเมนท์ ซึ่งตัวเลือกตอนนี้ก็มีแค่สองคนคือ ซามูแอล อัมติตี้ ดาวรุ่งวัย 22 ปี กับ เอเลเควียม มองกาล่า ที่คุ้นหูคุ้นตาจากแมนฯซิตี้
ประเด็นก็คือ อัมติตี้ ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเล่นทีมชาติแม้แต่นัดเดียว ส่วน มองกาล่า เป็นจอมเฟอะฟะนึกจะพลาดก็จะพลาดทันที
นี่คือสิ่งที่ท้าทายนักเตะฝรั่งเศสชุดนี้อย่างแท้จริง
ในเกมที่ผ่านมา ฝรั่งเศส ผ่านทุกอย่างมาหมด ตั้งแต่ขึ้นนำแล้วถูกตีเสมอ ก่อนกลับมาชนะในเกมแรกกับ โรมาเนีย หรือจะเป็นการไล่ตามหลัง ไอร์แลนด์ แล้วกลับมาแซงคว้าชัยในรอบที่แล้ว
พูดง่ายๆ ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์หัวใจของพวกเขาอีกแล้ว
มีแต่เพียงว่า หัวใจมันจะฉีดแรงมากยิ่งขึ้นไป เพราะแบกความหวังของคนทั้งประเทศกับการเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากพวกเขาแพ้ถือว่าเสียหายเป็นอย่างยิ่ง
ถ้าชนะจะเป็นยิ่งกว่า “หัวน้ำหอม”
ผิดกับ ไอซ์แลนด์ ที่ตอนนี้มีแต่โบนัสและกำไร เตะยังไงก็ฮีโร่ ไม่ใช่แค่ก้อนน้ำแข็งธรรมดา
แต่เป็นน้ำแข็งระดับตำนานเลยทีเดียว
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี