546.jpg
Go Goal Gold Euro 2016 : ‘DNA’แห่งเยอรมนี

Go Goal Gold Euro 2016 : ‘DNA’แห่งเยอรมนี

วันจันทร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฟุตบอลที่ดีที่สุดของยูโร 2016 ได้เกิดขึ้นแล้ว

ด้วยการรังสรรค์ของสองทีมดังระดับผงาดง้ำค้ำโลกอย่าง เยอรมนี และ อิตาลี ที่บดกันจนถึงหยดสุดท้าย


สุดยอดเกมที่ยอดเยี่ยมทั้งชื่อชั้น, การเล่น และบทจบ

เส้นบางๆ ระหว่างเกมที่คั่นกับคำว่า “Tactiaclly fascinating” กับ “Boring” ห่างกันแค่ปลายก้อยเท่านั้น

สุดท้ายคำแรกคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

บอลสุดยอดแทคติค ทันกันในทุกตำรามาฟาดฟันกัน มันไม่น่าเบื่อหรอกหากคุณดูฟุตบอลเป็น!

การต่อสู้เชิงแทคติคและเทคนิคสูง ๆ แบบนี้ มันเหมาะมากกับการชมเพื่อเข้าถึงฟุตบอล ใครจะไปคิดว่า เยอรมนี จะงัดแผน”ปราการหลัง3คน”กลับมาใช้ในทัวร์นาเมนท์จริง ทั้งที่ไม่ได้ใช้เลยตลอดทั้ง 4 นัดที่ลงก่อนหน้านี้

สุดท้ายก็เอามาใช้ และเคยใช้ได้ผลในเกมอุ่นเครื่องที่ยำ อิตาลี มาแล้ว แต่หนนี้ไม่เหมือนหนก่อน พวกเขาเอามาเพื่อยันกับพวกอัซซูรี่

บนเกมที่ไม่ตะบี้ตะบันและตะบึงจนเกินเหตุ ทุกคนกลัวการผิดพลาด ทั้งสองฝ่ายแสดงให้เห็นว่ายำเกรงซึ่งกันและกัน บอลอาจจะดูไม่ถึงข้างหน้า และดักตัดกันได้บ่อยครั้ง

ย้ำกันอีกครั้งว่า นี่คือบอลที่โลกใบนี้ต้องการ

สูสีบีบหัวใจ สั่งให้อะดรีนาลีนหลั่งออกมา หากย้อนกลับไปนี่แค่เป็นเพียงเกมที่ 2 เท่านั้นที่เป็นแบบนี้ เกมแรกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน....อิตาลี เจอกับ สเปน นั่นเอง

ท้ายที่สุดแล้วฟุตบอลนี่ก็แปลกมาก เมื่อจะต้องมาดวลจุดโทษทีไร คนได้รับการชูมือกำชัยต้องเป็น เยอรมนี

พวกเขาเคยแพ้ แต่แพ้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกของการดวลจุดโทษในฟุตบอลยุโรป แถมยังเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศยูโร อีกด้วย

20 มิถุนายน 1976 เกมนัดชิงที่ยูโกสลาเวีย เสมอกัน 2-2 ต้องมาดวลเป้า ปรากฏว่า อูลี่ เฮอร์เนส เป็นคนเดียวที่ยิงพลาด แล้ว เชโกฯ ก็ครองแชมป์ด้วยลูกยิงตัดสินที่กลายเป็นตำนานไปตลอดกาลของ อันโตนิน ปาเนนก้า ที่ชิพอย่างเหนือชั้นผ่าน เซปป์ ไมเออร์ ตุงตาข่าย

เลยกลายเป็นตำนานแห่งปาเนนก้า จนถึงทุกวันนี้

ยิงหนแรกก็แพ้ทันที แต่หลังจากนั้นพวกเขาทำอย่างไรถึงได้....ไม่แพ้เลย!!!

ทำได้ยังไง!!!!

เริ่มจากฟุตบอลโลก ปี 1982 ยิงเป้าดับ ฝรั่งเศส 5-4 หลังจากเสมอกรรโชกโชน 3-3 ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งเป็นหนแรกที่มีการดวลจุดโทษในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกด้วย

มาถึงบอลโลก 1986 ชนะ ก็สังหาร “จังโก้” เม็กซิโก เจ้าภาพตกรอบ 8 ทีมบอลโลก เป็นการยิงจุดโทษชี้ขาดที่ถือว่าขาดลอย เพราะชนะถึง 4-1 และไม่พลาดเป้าแม้แต่คนเดียว

4 ปีต่อมา ฟุตบอลโลก 1990 พวกเขาเสมอกับ อังกฤษ 1-1 ก่อนจะลากแข้งสิงโตมาประหารด้วยการยิงเป้า 4-3 โดยยิง 4 คนไม่พลาดเลย เข้ารอบชิงและไปคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3

มาในปี 1996 ศึกยูโรรอบตัดเชือก ถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ เมื่อยิงเป้าดับ อังกฤษ คาเวมบลีย์ หนนั้นพวกเขายิง 6 คนไม่พลาดเลย และคนยิงปิดท้ายคือ แอนดี้ โมลเลอร์

ต่อด้วยปี 2006 พวกเขาเป็นเจ้าภาพบอลโลก และยิงเป้าเข้าทั้ง 4 คนดับ อาร์เจนติน่า 4-2 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ปี 2016 ก็คือครั้งล่าสุดนี้ น่าแปลกที่ว่า ยิงพลาดเยอะถึง 3 คน แต่สุดท้ายความแปลกหายไปเพราะคว้าชัยชนะ............

น่าสนใจกับการปลูกฝัง น่าสนใจกับการสั่งสอน และน่าสนใจกับหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง ส่งต่อผ่านรุ่นสู่รุ่น จนเป็นที่พูดกันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเยอรมนียิงจุดโทษ

พวกคุณกาหัวฝั่งตรงข้ามทิ้งได้เลย สุดยอดจริงๆ

คุณไปเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหน....บอกที ยิ่งคำพูดหลายคนว่าเอาไว้ การยิงจุดโทษก็เหมือนกับซื้อล็อตเตอรี่ เท่ากับ อินทรีเหล็ก เป็นที่เข็ดขยาดของกองสลาก

เพราะซื้อทีไรถูกทุกที!!!!

บี แหลมสิงห์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top