การเจรจาซื้อสโมสร “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กับ กองทุนความมั่งคั่งของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (พีไอเอฟ) ในราคา 300 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 12,000 ล้านบาท ที่ยืดเยื้อมานานนับเดือน กำลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญในการตัดสินของคณะกรรมการพรีเมียร์ลีก ว่าการซื้อในครั้งนี้จะจบสมบูรณ์หรือไม่ หลังจาก บีบีซี ยืนยันว่า เหลือเพียง 2 ข้อเท่านั้นก็จะจบสมบูรณ์แล้ว
โจทย์ใหญ่อยู่ 2 ข้อที่เป็นสิ่งที่ “น่ากังวล”ที่สุดของดีลซื้อทีมดังแห่งไทน์ไซด์ นั่นคือเรื่องส่วนตัวของ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน บิน อับดุลลาซิซ อัล-ซาอุด ที่อยู่เบื้องหลังการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ หลังจากมีการพัวพันเกี่ยวกับเรื่องคดีต่างๆ ระดับโลก
ในข้อ F1.2 : เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน จะมีอิทธิพลต่อสโมสรอื่นหรือไม่ กล่าวคือ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่มีเจ้าชายซาอุฯอีกพระองค์ คือ เจ้าชายอัลดุลลาห์ บิน มูซาอัดบิน อับดุลลาซิซ อัล-ซาอุด เป็นเจ้าของทีม
โดยเมื่อปี 2017 กับ 2019 รายงานระบุว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เคยสั่งกักขังเจ้าชายอับดุลลาห์ และคนใกล้ชิดระดับสูง มาแล้ว โดยบังคับให้แลกทรัพย์สินหลายพันล้านเหรียญ กับอิสรภาพ
จากนั้นใน ข้อ F.1.6 : ความเชื่อมั่นจากองค์กรสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับเรื่องคดีต่างๆ ของ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ซึ่ง สำนักข่าวกรองตะวันตก เชื่อว่า การสังหารจามาล คาช็อกกี นักข่าวซาอุฯ ที่สถานทูตประจำอิสตันบูล ตุรกี ได้รับคำสั่งจากเจ้าชาย ทำให้เหตุผลจากหน่วยข่าวกรองต่างๆ มีผลต่อการตัดสินใจในการพิจารณาให้ เจ้าชายได้เข้าเทคโอเวอร์ครั้งนี้
บีบีซี ได้ยกตัวอย่างการพิจารณาแบบ“ก้ำกึ่ง”แบบนี้มาแล้ว เมื่อปี 2007 โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชน ได้เขียนจดหมายถึงพรีเมียร์ลีก เมื่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ได้เข้ามาเป็นเจ้าของสโมสร “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2007(พ.ศ.2550) ด้วยการ“กล่าวหา” ว่า ทักษิณ คือ “ผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายที่สุด” แต่ นายนพดล ปัทมะ ในฐานะทนายความของ ทักษิณ ได้สัมภาษณ์กับ BBC ใน ค.ศ.นั้นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลความจริง การฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่ง และสิทธิมนุษยชนยังไม่เคยได้มีการพิสูจน์อะไรมาก่อนเลย ดังนั้น ทักษิณ จึงมีทุกอย่างที่พร้อมที่จะเข้าเทคโอเวอร์
อย่างไรก็ตาม หลังจาก ทักษิณ ขายทีมไปให้กับมานซูร์ บิน ซาเยด บิน ซุลต่าน บิน ซาเยด บิน คาลิฟาอัล นาห์ยาน ในปีต่อมา ปรากฏว่า ทักษิณ ถูกตราหน้าว่า เป็นพวกลวงโลก ซึ่งก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการที่ ชีค มานซูร์ โดนเหมือนกันตอนมาซื้อทีมต่อ
ก่อนหน้านี้ การเทคโอเวอร์มีสะดุดกันไปหลายรอบ เมื่อ beIN Sports ช่องกีฬาดังเจ้าของลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกจากกาตาร์ ได้มีจดหมายให้ สมาชิกสโมสรพรีเมียร์ลีก ได้ทบทวนเรื่องการเทคโอเวอร์ เนื่องจากในซาอุดีอาระเบีย มีการขโมยสัญญาณถ่ายทอดสดของ beIN โดยใช้ชื่อว่า BeoutQ ทำให้ทีมจากอังกฤษสูญเสียรายได้ไปหลายร้อยล้านบาท
จากนั้นฮาติซ เซนกิซ วัย 36 ปี ชาวตุรกี คู่หมั้นของ จามาลคาช็อกกี นักข่าวและคอลัมนิสต์ชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ถูกสังหารโหดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ซึ่งเธอได้ส่งจดหมายไปยังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่อร้องขอไม่ให้การดีลระหว่าง ซาอุฯ กับ นิวคาสเซิ่ล เกิดขึ้น โดยกล่าวถึงความไม่ชอบมาพากลของที่มาของเงิน โดยกองทุนการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบียจะทำให้ฟุตบอลอังกฤษยิ่งจะถูกมองภาพว่า ซับซ้อนขึ้น หลังจากซาอุฯ มีการปกปิดคดีฆาตกรรม คาช็อกกี
สำหรับการเทคโอเวอร์ครั้งนี้ โอลิเวอร์ โดวเด้น เลขานุการด้านวัฒนธรรมของอังกฤษ มีข้อสรุปที่น่าสนใจก็คือ การเทคโอเวอร์เป็นเรื่องของ “พรีเมียร์ลีก” ที่จะต้องตัดสินใจ และการเข้าแทรกแซงของ“รัฐบาลอังกฤษ” จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องข่าวลือตามแท็บลอยด์ต่างๆ ในอังกฤษนั้น ยังไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันและเป็นข่าวลือรายวันเป็นส่วนใหญ่ อาทิ การซื้อนักบอลค่าตัวมหาศาลเข้ามาเสริมทีม หรือการดึงตัวโค้ชดังๆ มากมาย ล่าสุดคือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ โดยจุดนี้แฟนบอลต่างๆ ในไทน์ไซด์ต่างเขียนข้อความวิจารณ์กันว่า เป็นเรื่องน่าขยะแขยงของวงการสื่อด้วยซ้ำ เนื่องจากเขียนข่าวนอกจากไม่มีมูลความจริงแล้ว ยังเขียนข่าวกันแบบไม่มีจรรยาบรรณอีกด้วย เนื่องจากไม่รับผิดชอบกับข่าวลือต่างๆ เพียงเพราะต้องการให้มีการขายข่าว โดยทำงานแบบเอาตัวรอดไปวันๆ เท่านั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี