วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
‘ปีศาจแดง‘ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปลดรูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งหลังจากคุมทีมได้ 14 เดือน เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา และ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ รับหน้าที่คุมทีมชั่วคราวในสองนัด ไม่ชนะใคร และตกรอบเอฟเอ คัพ คาบ้านตัวเอง
ไมเคิล คาร์ริค วัย 44 ปี ตกลงรับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชชั่วคราว จนกระทั่งจบซีซั่นนี้
งานนี้มี สตีฟ ฮอลแลนด์ อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ มาเป็นมือขวาสามัคคี พร้อมกับทีมงาน ประกอบด้วย โจนาธาน วู้ดเกต, จอนนี่ อีแวนส์ และทราวิส บินเนียน เรียกว่า มากันเต็มวง และไม่ต้องมากพิธี
คาร์ริค จะเริ่มต้นงานการคุมทีมอย่างโหด เมื่อโปรแกรม 2 เกมแรก จะเริ่มต้นขึ้นในเกมดาร์บี้แมตช์พรีเมียร์ลีกวันเสาร์นี้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อด้วยการไปเยือน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมสุดแกร่งในตำแหน่งจ่าฝูง
สมัยเป็นนักเตะ คาร์ริค เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ย้ายจาก สเปอร์ส ด้วยราคา 18.6 ล้านปอนด์ หลังจบบอลโลก ปี 2006 อยู่กับ ยูไนเต็ด ยาวนานถึง 12 ปี ก่อนจะแขวนสตั๊คไปเมื่อปี 2018 รวม 464 นัด ยิงได้ 24 ประตู
ครองแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีกคัพ 3 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, ยูโรป้า ลีก 1 สมัย และแชมป์สโมสรโลก 1 สมัย
เคยคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชั่วคราวเป็นเวลา 3 นัด หลังจากการปลดโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ในปี 2021
สำหรับ คาร์ริค เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวคนที่ 6 และลำดับที่ 7 ของแมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ เซอร์ เฟอร์กูสัน วางมือ
2014 - ไรอัน กิ๊กส์, 2018 - โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์, 2021 - ไมเคิล คาร์ริค, 2021 - ราล์ฟ รังนิค, 2024 - รุด ฟาน นิสเตลรอย, 2026 - ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ และปีนี้ ไมเคิล คาร์ริค
“มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อมากที่ได้กลับมาที่นี่และเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอีกครั้ง” ไมเคิล คาร์ริค กล่าวในพอดแคสต์ของสโมสร Inside Carrington
“มันเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ เป็นความสุขอย่างมาก และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้อยู่ที่นี่ แต่เราต้องการทำผลงานให้ดี สถานที่แห่งนี้สมควรได้รับสิ่งนั้น”
“ผมอาจต้องเล่นในบางรูปแบบ เพื่อที่จะชนะเกม แต่สิ่งที่ต้องการแสดงออกมาก็คือ “การเล่นฟุตบอลที่มีสไตล์” พร้อมกับมีทัศนคติเชิงบวก, การแสดงออก และสร้างความตื่นเต้น”
“ผมอยากลุกขึ้นจากที่นั่งในจังหวะต่าง ๆ ผมอยากสนุกกับการดูนักเตะเล่น และแน่นอนว่าผลลัพธ์ต้องตามมาด้วย”
เครื่องหมายคำถามว่าทำไมต้องเป็น คาร์ริค สิ่งที่น่าสังเกตุในการเลือก คาร์ริค เข้ามาน่าสนใจอยู่ 3 ประเด็น
1. ที่มิดเดิลสโบโรห์ เขาได้ดูแลการเปลี่ยนแปลงจากระบบ “กองหลังสามคน” ที่ใช้โดย คริส ไวลเดอร์ ไปเป็นระบบ 4-2-3-1
2.คาร์ริค มีแนวคิดที่ชัดเจนที่ีจะทำทีม “อยู่ในระบบ” ที่สอดคล้องกับประเพณีของ แมนฯยูไนเต็ด มากกว่า
3.ความสำเร็จในช่วงแรกยุค โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ในการปลุกพลังนักเตะในฤดูกาล 2018-19 เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า การฝึกสอนส่วนใหญ่มาจาก คาร์ริค และ คีแรน แมคเคนนา ซึ่งเป็นผู้ช่วยของเขา
ว่ากันตามเชิง ราล์ฟ รังนิค พูดถูกทุกอย่างเกี่ยวกับปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อแก้ไขมันเลยนับตั้งแต่เขาจากไป ในซัมเมอร์ 2022
ย้อนกลับไปในปีนั้น “ลุงรัง” กล่าวว่า สโมสรต้องการโครงสร้างด้านกีฬาที่เหมาะสม ปรัชญาที่ชัดเจน และความสม่ำเสมอในการวางแผน
“หากปราศจากสิ่งเหล่านั้น คุณก็จะเปลี่ยนผู้จัดการทีมและผู้เล่นไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทิศทาง” ซึ่งชัดเจนเปลี่ยน………
เมื่อลองดูสถานการณ์ตอนนี้สิ ยังไม่มีโครงสร้างที่ชัดเจน มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมอยู่ตลอด และทีมที่ใหญ่เกินไปโดยไม่มีเอกลักษณ์
รังนิค ที่เวลานั้นโดนแฟนผีบางส่วนด่า ให้ไปนอนกินรังนก ได้บอกไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่เวลานั้นกลับไม่ฟังอะไรเลย
แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง หนังสือพิมพ์กรอบบ่ายที่อังกฤษเคยตีข่าวชัดเจนว่า ราล์ฟ รังนิค ได้พูดคุย กับไมเคิล คาร์ริค เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง เพื่อพยายามโน้มน้าวให้ คาร์ริค ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานเบื้องหลัง
แต่ คาร์ริค ตัดสินใจที่จะแยกตัวออกไปอย่างเด็ดขาด ก่อนจะย้ายไปแดนอีสานเพื่อเป็นใหญ่ใน มิดเดิ้ลสโบรห์
เมื่อมองย้อนกลับไป การที่ คาร์ริค หายไปได้ส่งผลกระทบอย่างมาก ผู้เล่นหลายคนบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของ รังนิค ทั้งในที่ส่วนตัวและในที่สาธารณะ
อันเนื่องจาก รังนิค ขาดอำนาจและไม่มีโค้ชที่น่าเชื่อถืออยู่เคียงข้าง เพื่อร่วมเป็นกาวประสานใจ
ดังนั้นความท้าทายที่ รังนิค รับไว้ครั้งนั้น ผู้จัดการทีมชั่วคราวในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ถือเป็นความกล้าหาญ แม้ว่าบางส่วนจะมองว่าใส่เกียร์ว่างก็ตาม
มันก็เพราะว่าไม่ได้มีอำนาจทำงานและถูกต่อต้านจากกลุ่มนักฟุตบอลในทีม
นี่เป็นสิ่งที่ดูเหมือนว่า ไม่ต้องรอชาติหน้า คาร์ริค ดูเหมือนจะยินดีรับ สิ่งที่เหมือนกับเค้าทิ้งไว้และทำไม่เสร็จเมื่อ 4 ปีก่อน และเป็นช่วงเวลาที่สำคัญแบบสุดๆ
เพราะตอนนี้ยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไม่มีแผน มีแต่แผล
ต้องรับการเยียวยาครั้งสำคัญ ด้วยการใช้คำพูดวิธีการหรืออะไรต่างๆที่จะเป็นการปลอบประโลมก็แล้วแต่
สุดท้ายแล้วพวกเขามีเวลาในการเฟ้นหาผู้จัดการทีมคนใหม่
เป็นการประวิงเวลาเพื่อลดทอนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปในตัวโดยให้ คาร์ริค เป็นผู้รับหน้า
หากว่าครั้งนี้ยังไม่เข็ด
ก็ไม่รู้ว่าจะด่าเป็นอะไรดีแล้วสำหรับบอร์ดบริหารของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดนี้
สำคัญ คือ คนหน้างานอย่าง คาร์ริค กับ 3 สิ่ง
1.ปลูกฝังระเบียบวินัย
2.ผ่องถ่ายความเชื่อมั่น และ 3.พายูไนเต็ดไปสู่บอลยุโรป
ที่สำคัญก็คือ บอร์ดบริหารของยูไนเต็ด ต้องรู้จักเรื่องบอล มากกว่า เรื่องเงิน และทำงานให้คุ้มค่าเงินมากกว่านี้
5 เดือนนับจากนี้จะต้องเฟ้นหากุนซือใหม่ให้ชัดเจน และต้องวางแผนระยะวาว
ถ้าไม่มีแผน ต่อให้เปลี่ยนกุนซืออีกร้อยคน และใช้วลีหลอกคนไปวัน ๆ ว่า ปลุกผีต้องใช้ผี
อย่าลืมว่า ชาติหน้าไม่ได้มีอยู่จริงนะครับ!!!
ส่วน คาร์ริค เอาแค่ ไท่จื่อ พอนะ...... ไม่ต้องเป็น ฮ่องเต้!!!!
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี