วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สนามซ้อมฟุตบอล คือหัวใจสำคัญอย่างที่สุด ก่อนที่จะก้าวไปสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีในระยะ กว้าง 64-75 เมตร และยาว 100-110 เมตร ของสนามแข่งขัน
ฟุตบอลระดับโลก และเป็นเบอร์ 1 ของโลกอย่างอังกฤษ ให้ความสำคัญยิ่งกับ “สถานที่ฝึกซ้อม” และค่อย ๆ ปรับให้ไปในทิศทางที่ดีที่สุด เพื่อผลงานออกมาให้ดีที่สุด เนื่องจากธุรกิจฟุตบอล จะเติบโตได้
ผลการแข่งขันสำคัญยิ่ง
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในยุคเฟนเวย์ ซึ่งมี จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ เป็นหัวหอก ได้ให้ความสำคัญกับ “สิ่งปลูกสร้าง” และยกระดับทีมได้อย่างน่าสนใจ
1.สนามแข่งขัน นั่นคือ แอนฟิลด์
2.สนามฝึกซ้อม นั่นคือ แอกซ่า เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์
ประเด็นสนามแข่ง เราได้เห็นแอนฟิลด์ เปลี่ยนแปลงไปแบบ “หน้ามือเป็นหลังมือ” โดยเฉพาะตัวผมที่ได้ไปสัมผัสครั้งแรกปี 2004 สภาพไม่ต่างอะไรกับ “โกดังเก่า” จนสุดท้าย เดวิด มัวร์ส ตัดสินใจขายสโมสรเพื่อหาเงินทุนมาทำให้ทีมที่เขารักนั้นพัฒนาขึ้น น่าเสียดายไปเข้ามือของ “มะกันกำมะลอ” อย่าง ทอม ฮิกส์ และจอร์จ ยิลเล็ตต์
300 ล้านปอนด์ กับโครงการขายฝัน ปรากฎว่า เมื่อ เฟนเวย์ เข้ามาเมื่อปลายปี 2010 จากเดิมที่จะเป็น “นิว แอนฟิลด์” สุดท้ายเป็น “นิว เมน สแตนด์”
สแตนด์เปิดใช้เมื่อเดือนกันยายน 2016 ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นไปเป็น 8,500 ที่นั่ง ทำให้สนามขยับความจุได้เป็น 54,074 ที่นั่ง ใช้งบไปจ่อที่ตัวเลข 100 ล้านปอนด์ หรือกว่า 4.4 พันล้านบาท
กระทั่งการการขยายตัวของอัฒจันทร์ฟากฝั่ง “Anfield Road End” กำลังเป็นรูปเป็นร่างอย่างแท้จริง แต่ต้องพับไว้ก่อนในช่วงปี 2019 เนื่องจากการระบาดโควิด-19 และสำริดผลเมื่อซีซั่นที่แล้ว
เป็นการย้ำว่าพวกเขาแสดงให้เห็นถึง”ศักยภาพ”แห่งการลงทุน และเป็นการเพิ่ม”มูลค่า” ที่น่าสนใจอีกครั้งในธุรกิจฟุตบอล
ในระหว่างนั้น เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ดำรงค์ตำแหน่งผู้จัดการทีม ก็ได้ปรึกษาถึงความเป็นไปได้กับบอร์ดว่า อยากได้สนามซ้อมใหม่ เพราะต้องการดูฟอร์มการเล่นนักเตะเยาวชน เผื่อจะดึงเข้าเสริมได้ทันที ไม่ต้องเดินทางไกล
เพราะจากเดิมคือ “เมลวู้ด” สนามซ้อมทีมชุดใหญ่แถวเวสต์ ดาร์บี้ ไปที่สนามซ้อมเยาวชนใน “เคอร์กบี้”(สร้างปี 1998) นั่นค่อนข้างใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง
ที่สุดแล้วการย้ายครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้น จากการซ้อมที่ เมลวู้ด ที่ใช้มาตั้งแต่ บิลล์ แชงคลีย์ เป็นผู้ปัดฝุ่นจากโรงไม้เก่า ๆ ยุค 50 มาเป็นที่ฝึกซ้อมแห่งตำนานในต้นยุค 60 มาเป็นสนามซ้อมใหม่ครั้งแรกรอบเกือบ 7 ทศวรรษ
ซึ่งพอดีที่ได้พันธมิตรชั้นเลิศ นั่นคือ “กลุ่มแอกซ่า” เข้าสนับสนุนกับสโมสรในปี 2018 ก่อนจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนคาดหน้าอกเสื้อเทรนนิ่งทั้งหมดของทีมในปี 2019 ตามด้วยการร่วมมือครั้งสำคัญในการสร้างศูนย์ฝึกซ้อมที่เคิร์กบี้
ภายใต้ชื่อว่า AXA Training Center เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2020
พร้อมกับนำจุดมุ่งหมายของบริษัท ‘Know You Can’ มาผสมผสานกับสโมสรระดับโลกได้อย่างลงตัว
ซึ่งก่อสร้างด้วยมูลค่าเวลานั้นมหาศาลถึง 50 ล้านปอนด์ โดยทีมฟุตบอลทุกชุดจะไปฝึกซ้อมร่วมกันที่นั่นทั้งหมด ไม่มีการแยกระหว่างทีมชุดใหญ่กับทีมชุดเยาวชนแต่อย่างใด
ผมมีโอกาสเข้ามาชมที่นี่เป็นครั้งแรก จากการนำคณะของ คุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต (มหาชน) และคุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด ให้โอกาสผมได้มาชมสถานที่สำคัญนี้ของสโมสรที่อยู่ในดวงใจผมตั้งแต่อายุ 9 ขวบ
ถือเป็นการฉลอง 40 ปีที่ชื่นชอบสโมสรนี้มาอย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด
คุณณัฐพิสิษฐ์ บอกว่า การบริหารของเราผ่านแนวคิด “The House of KTAXA” ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของโครงสร้างองค์กรที่เน้นความสมดุลและความแข็งแกร่งในทุกมิติ โดยมี 4 เสาหลักสำคัญเป็นแกนหลักของบ้าน ได้แก่ 1. ลูกค้า(Policyholders) 2. ฝ่ายขาย (Distributors) 3. พนักงาน (Employees) และ 4. ผู้ถือหุ้น (Shareholders)
โดยกลุ่มแอกซ่าในฐานะผู้นำด้านการประกันระดับโลก มีวิสัยทัศน์ ที่มุ่งมั่นให้ลูกค้าทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น และพร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ประกอบกับพันธสัญญาของแบรนด์ 'Know You Can' ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของลิเวอร์พูล นั่นคือ You’ll never walk alone ส่งผลให้กลุ่มแอกซ่าร่วมเป็นพันธมิตรหลัก และจะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทางด้าน คุณบุปผาวดี บอกว่า แฟนบอลหงส์แดง และคอลูกหนังทุกทีม เตรียมสนุกเพราะเราจะมีการจัดกิจกรรม และแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายในปีนี้ อาทิ แคมเปญใหญ่ “ลุ้นทริปเที่ยวอังกฤษ เปิดประสบการณ์ลิเวอร์พูลแบบจัดเต็ม” ในเดือนพฤษภาคม ที่จะถึงนี้, แคมเปญโครงการ “KTAXA Know You Can Football Youth (U15) Academy ปีที่ 6” และโครงการ KTAXA x LFC Football Clinic ที่ร่วมมือกับ LFC International Academy ประเทศไทย
......นับจากปี 2020 เป็นต้นมา ศูนย์ฝึกนี้ที่มีพื้นที่ใช้งานกว่า 9,200 ตารางเมตร ได้เพิ่มสนามซ้อมขนาดจริงมาเป็น 8 แห่ง, สนามหญ้าเทียม 1 สนาม, ศูนย์ฝึกในร่ม, ยิม 2 แห่ง, หอประชุมขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำ, ศูนย์วารีบำบัด และหน่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายพิเศษของนักฟุตบอล
ห้องแถลงข่าวที่ใหญ่โต และหรูหรามีความเหมาะสมคือ เปิดประตูเข้ามาปุ๊ปเลี้ยวขวาแล้วเจอเลย
ยิ่งในปัจจุบันจากการสื่อสารที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น และมีมุมที่นั่งให้นักเตะดื่มชา-กาแฟ ที่เผยแพร่ไปตามโซเชี่ยลเนตเวิร์ตทั่วโลก จนกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมาย และสัญลักษณ์แห่งใหม่ของสโมสรเป็นที่ีเรียบร้อย
นี่เป็นอีกที่ที่แสดงให้เห็นถึง การทำงานเบื้องหลัง เพื่อไปสู่ความสำเร็จในเบื้องหน้า หากไม่มีแบ๊กอัพที่สำคัญและสมบูรณ์แล้ว โอกาสประสบความสำเร็จแทบเป็นไปได้ยาก
ที่นี่จึงไม่ได้ต่างอะไรกับเส้นเลือดใหญ่ของสโมสร......
รากฐานสำคัญสู่เกียรติยศ.....AXA Training Centre
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี