ผ่าประเด็นดราม่า!ท้ายเกมสุดรุงรังที่แอนฟิลด์

ผ่าประเด็นดราม่า!ท้ายเกมสุดรุงรังที่แอนฟิลด์

วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.15 น.


เกมบิ๊กแมทช์ที่แอนฟิลด์ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ ลิเวอร์พูล แพ้ให้กับ แมนฯซิตี้ 1-2

 


ครึ่งแรกครึ่งหลังหนังอาจจะคนละม้วน เมื่อกองกลางไร้ชีวิตชีวา ขาดเอกลักษณ์ในสนาม ดูกล้า ๆ กลัว ๆ และขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวังมาก แต่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ในครึ่งเวลาหลัง 

 

แต่ก็ยังต้องแพ้ไป เพราะสมาธิเล็ก ๆ น้อย ๆ จนเกิดแผลใหญ่อีกครั้ง

 

เกมนี้เป็นเกมสไตล์พรีเมียร์ลีกจริงๆ เน้นการกดดัน การใช้พละกำลัง การดวลกัน กับ การที่ ซิตี้ รู้ว่า ลิเวอร์พูล มีอยู่เท่านี้ และจะมาแบบนี้ จึงกล้าที่จะเปลี่ยนวิธีการเล่น

 

ครึ่งแรก ลิเวอร์พูล อยู่ได้ด้วยเกมรับ มีสมาธิได้อย่างน่าสนใจ จังหวะโต้กลับมีมั๊ย....มี

 

แต่ อูโก้ เอกิติเก้ ได้บอลค่อนข้างมาก แต่คิดช้าและทำให้กลายเป็นคนที่ทำช้าไปเลย

 

ซิตี้ ครองบอลมากกว่า สร้างโอกาสมากกว่า สำคัญคือ อลิสซอน เบ๊คเกอร์ ปักหลักเซฟได้ดี เพราะลูกยิงที่ตรงกรอบของ ซิตี้ แบบนี้มันกินเขายากอยู่แล้ว

 

วิธีการของ เป๊ป ก็คือ การให้ รายยาน ไอต์-นูรี กับ นิโก้ โอไรลี่ สลับกันขึ้นมากด โดมินิค โซโบสไล ทำให้โอกาสในการตัดสินใจเล่นยากขึ้น เพราะ โซโบ เป็นนักบอลที่ต้องใช้เวลาในการออกบอล เท่ากับตัดการออกบอลทางลึกได้อย่างมีนัยยะ

 

โอไรลี่ ยังขยับเข้ามาเล่นร่วมกับ แบร์นาโด้ เพื่อช่วยงาน โรดรี้ และสำคัญคือ วันนี้ โรดรี้ เล่นแบบกว้างขึ้น เพื่อเปิดทางมากกว่าตอนมี โฟเด้น กับ ไรเดอร์ส ขนาบข้าง 

 

แมนซิตี้ใช้แผนการเล่นมิดฟิลด์ไดม่อนด์เล่นงาน ลิเวอร์พูล ได้ตรงจุด แต่ตรงกันข้ามก็เป็นการตัดสินใจที่ดีของ อาร์เน่อ ชล็อต ที่สั่งให้ เคอร์เกซ ตามประกบ เซเมนโย่ เพื่อชะลอเกมรุกของพวกเขา 

 

ประเด็นคือ แผนการเล่นเกมบุกของลิเวอร์พูลในครึ่งแรก ดูไม่สมเหตุสมผล

 

เอกิติเก้ ไม่ได้อยู่ตรงกลาง และ เวียร์ตซ์ ก็ถอนตัวเองต่ำมาก ทำให้คู่เซ็นเตอร์ของ ซิตี้ เล่นสบาย 

 

โม ซาลาห์ กับ โคดี้ กัคโป ต้องมีบทบาทมากกว่านี้ วิธีการยืนตีเส้นเหมือนนัดก่อนยังอยู่ แต่ยังไม่ได้ใช้อย่างที่ควรเป็น

 

........ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลแก้เกมกลับมาได้ดีกว่า และมีโอกาสยิงอย่างน่าสนใจโดยเฉพาะลูกโหม่งของ อูโก้ เอกิติเก้ แต่ไม่เข้า มันเหมือนไม่ใช่วันของเขาจริง ๆ 

 

การป้องกันแบบประชิดตัว และการบล็อกกลางของลิเวอร์พูลช่วยรักษาผลสกอร์ไว้ที่ 0-0 แต่การเพรสซิ่งสูงของ ชล็อต ดีขึ้นกว่าในครึ่งแรกอย่างน่าสนใจ 

 

เป็นสาเหตุที่ทำให้ แมนซิตี้เสียการครองพื้นที่ทั้งหมด 

 

จากครึ่งแรกที่ แมนซิตี้ สร้างโอกาส 3 ต่อ 2 ง่ายๆ ด้วยผู้รักษาประตูและกองหลังตัวกลาง และหาพื้นที่ว่าง แต่พวกเขาทำไม่ได้เลยในครึ่งหลัง

 

ซิตี้ ต้องแก้นาทีที่ 60 แชร์กี ลงมาแทน โอมาร์ มาร์มุช เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในแดนกลางและสร้างความสมดุลย์ให้มากขึ้น  รวมถึงการให้ รูเบน ดิอาส ตัวเก๋าที่หายเจ็บพอดีลงยืนแนวรับกับ มาร์ก เกอี

 

แต่บอลสองของหงส์ ดีขึ้นเรื่อย ๆ 

 

โดยเฉพาะการเข้าเล่นร่วมเป็นกลุ่มหลังจากที่ปล่อยให้เพื่อนเล่นคนเดียวมากเกินไป จนถูกรุมกินโต๊ะแย่งบอลกลับมา จนได้ประตูที่ต้องการจากฟรีคิกที่เด็ดขาดสุด ๆ ของ โซโบสไล

 

พอได้ประตูนั้น ทำให้หลายคนฝันถึงชัยชนะเหมือนกับเกมที่ปราบ อาร์เซนอล ด้วยฟรีคิกแบบนี้เมื่อต้นซีซั่น แต่นั่นแหล่ะ มันฝันได้แค่เดี๋ยวเดียว

 

ขึ้นนำนาทีที่ 74 แต่โดนตีในอีก 10 นาทีต่อมา กับการพลาดเสียสมาธินิดเดียว ถึงขั้นต้องเสียประตูเลย แชร์กี ได้เปิดบอลแล้วแฉลบเข้าทางของ ฮาลันด์ โหม่งชงให้กับ แบร์นาโด้ วิ่งเสียบจากแนวลึกยิงเข้าง่ายๆ เพราะ โซโบ ไม่เช็กไลน์

 

จากนั้นเมื่อ ซิตี้ มาได้จุดโทษนาทีที่ 91 จึงไม่แปลกที่จะต้องนำจังหวะที่มันก้ำกึ่งก่อนหน้านั้นถึง 2 จังหวะ ที่เกิดแอ๊คชั่นกับ โม ซาลาห์ น่าสนใจ 

 

ท้ายครึ่งแรก ไม่มีการให้จุดโทษแก่ ซาลาห์ ที่ถูก แบร์นาร์โด ซิลวา ดึงในกรอบเขตโทษ

 

กลางครึ่งหลัง มาร์ค เกอี ได้รับใบเหลืองจากการดึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ล้มลงนอกกรอบเขตโทษ แต่ลิเวอร์พูลต้องการให้เกอี โดนใบแดงฐานขัดขวางโอกาสทำประตู 

 

VAR เห็นด้วยกับการตัดสินให้เป็นใบเหลือง และเป็นฟรีคิก เพราะมองว่า ตามธรรมชาติของฟุตบอล รูเบน ดิอาส อาจมาช่วยปิดทันเวลา

 

เมื่อไม่ได้ลูกโทษกลับกลายมาเสียลูกโทษแทน ซึ่ง อลิสซอน ถูกตำหนิในจังหวะนี้ว่า มือระดับนี้แล้ว คุณออกไปตะปบคู่แข่งที่มุมตีบแบบนั้นทำไมกัน

 

ฮาลันด์ ซัดไม่พลาด ซิตี้ บุกนำ 2-1 ในนาทีที่ 93 และควรเป็น 2-2 กับ 3-1 ซึ่งเป็นดราม่าอย่างที่สุด 

 

จานลุยจิ ดอนนารุมมา คือหนึ่งในคนตัดสินเกมก่อนเมื่อเซฟลูกยิงแฉลบของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่อย่างนั้น ลิเวอร์พูล จะได้แต้มมาแบ่งปันที่ 2-2

 

กระทั่งลูกยิงไกลของ แชร์กี จากครึ่งสนาม เพราะ อลิสซอน เติมขึ้นไปบุกไม่อยู่ในกรอบ และอยู่แดนบนนานเกินไป ลูกบอลนั้นไหลเข้าประตูไป แต่มีการผลัดกันดึงของ โซโบ กับ ฮาลันด์

 

โซโบ ดึงก่อน จากนั้น ฮาลันด์ กลับมาดึงคืน สุดท้ายบอลไหลเข้าประตู

 

ผู้ตัดสินปรึกษากับทีม VAR ก่อนจะไปดูด้วยตัวเอง ตัดสินใจยึดประตูนั้นคืน ก่อนจะให้ใบแดงกับ โซโบ ในฐานที่ทำลายโอกาสในการทำประตูก่อน  สกอร์จึงจบท่ามกลางภาพยนตร์แบบดราม่า 2-1 

 

ซิตี้ ชนะที่แอนฟิลด์ในสถานการณ์ที่น่าทึ่ง เป็นการชนะแบบไปกลับใส่หงส์ครั้งแรกตั้งแต่ ปี 1937 ฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจด้วยหลายเหตุผล และเป็นเวลานานที่พวกเขายังไม่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมด้วยการครองบอลได้ แต่พวกเขาก็ป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม

 

เกอี เล่นยอดเยี่ยมมาก โรดรี/แบร์นาร์โด/โอไรลีย์ ก็เช่นกัน ดอนนารุมมา แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของเขา ก่อนที่ช่วงท้ายเกม VAR จะทำให้รุงรังวุ่นวายไปหมด 

 

แต่เกมนี้มันคือความคลาสสิกแบบเบี้ยว ๆ ของการตัดสินสไตล์พรีเมียร์ลีก

 

ผมเข้าใจดีว่ากฎก็คือกฎ และกรรมการ กับ VAR ต้องปฏิบัติตามกฎ และตัดสินว่าประตูที่ 3 ของแมนฯซิตี้ เป็นโมฆะ แต่ความดราม่า/ความวุ่นวายในช่วงท้ายเกมนั้นแหละคือเหตุผลที่ทำให้ฟุตบอลสนุกและน่าตื่นตาตื่นใจ 

 

มันน่าเสียดายที่ในยุค VAR นี้กลับต้องมีการตัดสินว่าประตูนั้นเป็นโมฆะ

 

บ้าบอมาก ๆ เราเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนไหมเนี่ย?

 

แต่นี่แหล่ะคือสิ่งที่ถูกต้องในยุค VAR และแน่นอนว่ามันไม่ถูกใจฟิลลิ่งของมนุษย์

 

สุดท้าย ซิตี้ พวกเขายังได้ลุ้นแชมป์ต่อไป ตามปืนเหลือ 6 แต้ม

 

ส่วนลิเวอร์พูลหนักหน่อยกับการลุ้นพื้นที่ไปถ้วยใหญ่ยุโรป

 

ลิเวอร์พูล เคยแพ้ให้กับทีมที่อ่อนกว่านี้ในฤดูกาลนี้ แต่เกมนี้เป็นเกมที่ย่ำแย่จริงๆ คุณสามารถเห็นจุดอ่อนของแมนฯ ซิตี้ได้ในช่วง 35 นาทีในครึ่งหลัง 

 

แต่ถ้าคุณเล่นได้ดีแค่ช่วงเวลานั้นและไม่ทำให้มันได้เปรียบกว่านี้ คุณก็คงไม่ได้อันดับ 4 หรอก เมื่อคุณเห็นทีมอื่น ๆ ยังวิ่งเป็นม้าแบบนั้น

 

ลิเวอร์พูล แพ้ในนาทีที่ 90+ ในเกมลีกไปแล้ว 4 ครั้งในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นสถิติการเสียประตูสูงสุดร่วมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลเดียว 

 

ด้วยแท็กติกและทัศนคติที่ย่ำแย่หลังจากขึ้นนำ 1-0 ขี้นนำก็เพราะโค้ช แต่แล้วกลับมาถอยหลัง ด้วยแผนการเหมือนคนเสียสติไปหมด ก็เพราะโค้ชอีกนั่นแหล่ะ

 

โค้ชมีส่วน

 

เมื่อคุณตื่นสาย และรักษาความได้เปรียบเอาไว้ไม่ได้ ก็สมควรที่จะได้รับ

 

สำคัญคือ เมื่อสกอร์ออกมาตรงข้ามกับชนะ 

 

ชล็อต จะอยู่ยากขึ้นทุกวันแน่นอน..............

 

#บีแหลมสิงห์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top