วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569
หลังจากชิงชัยกันมาร่วมสัปดาห์ มหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 20-26 มกราคมที่ผ่านมา ก็จบลงไปอย่างประทับใจ
ในครั้งนี้ ทัพนักกีฬาไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สามารถทวงคืนความยิ่งใหญ่และสร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟน ๆ กีฬาไทย ด้วยการครองเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 7 ซึ่งถือเป็นการกลับมาคว้าเจ้าเหรียญทองอีกครั้ง หลังเสียท่าให้กับอินโดนีเซีย ใน 3 สมัยที่ผ่านมา
ครั้งล่าสุดที่ทัพนักกีฬาพาราไทยคว้าเจ้าเหรียญทองได้นั่นคือในปี 2015 ที่สิงคโปร์ ที่สำคัญหนนี้ยังนับเป็นเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 7 ต่อจากปี 2003, 2005, 2008, 2009, 2011 และ 2015 มากกว่าชาติใด ๆ ในอาเซียน โดยมี อินโดนีเซีย ที่คว้าเจ้าเหรียญทองเป็นอันดับ 2 ที่จำนวน 4 สมัย และมาเลเซีย 1 สมัย
แม้จะพลาดเป้าหมาย 231 เหรียญทอง ที่วางกันเอาไว้ แต่ทว่าทัพพาราไทยก็บรรลุเป้าหมายสำคัญ คว้าเจ้าเหรียญทอง ที่จำนวน 175 เหรียญทอง 155 เหรียญเงิน 158 เหรียญทองแดง จากการแข่งขันทั้งหมด 19 ชนิดกีฬา ชิง 496 เหรียญทอง ทิ้งห่างอันดับ 2 อินโดนีเซีย ถึง 40 เหรียญทอง
กรีฑา เป็นชนิดกีฬาที่คว้าเหรียญทองให้กับไทยมากที่สุด ถึง 54 เหรียญทอง ตามด้วย ว่ายน้ำ 49 เหรียญทอง, เทเบิลเทนนิส 19 เหรียญทอง, จักรยาน ยิงปืน และฟันดาบ ชนิดกีฬาละ 10 เหรียญทอง นอกจากนี้ ทัพนักกีฬาพาราไทยยังช่วยกันสร้างสถิติการแข่งขันขึ้นใหม่อีกถึง 47 รายการ จากกรีฑา และว่ายน้ำ ซึ่งถือเป็น 2 ชนิดกีฬาที่ใช้เวทีนี้ในการคัดเลือกเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 วันที่ 18-24 ตุลาคมนี้ ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วย
ส่วนผลงานของนักกีฬาชาติต่าง ๆ มีดังนี้ อันดับ 2 อินโดนีเซีย ทำได้ 135 เหรียญทอง 143 เหรียญเงิน 114 เหรียญทองแดง, อันดับ 3 มาเลเซีย 64 เหรียญทอง 64 เหรียญเงิน 73 เหรียญทองแดง, อันดับ 4 ฟิลิปปินส์ 45 เหรียญทอง 37 เหรียญเงิน 52 เหรียญทองแดง, อันดับ 5 เวียดนาม 38 เหรียญทอง 48 เหรียญเงิน 58 เหรียญทองแดง, อันดับ 6 เมียนมา 20 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน 20 เหรียญทองแดง, อันดับ 7 สิงคโปร์ 13 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 9 เหรียญทองแดง, อันดับ 8 ติมอร์ เลสเต 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง, อันดับ 9 สปป.ลาว 2 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 9 เหรียญทองแดง และอันดับ 10 บรูไน 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า ภาพรวมการจัดแข่งขันกีฬาคนพิการอาเซียน ครั้งที่ 13 ถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการแข่งขันในแต่ละสนาม รวมไปถึงที่พัก ระบบขนส่ง และอื่น ๆ ซึ่งประเทศไทยได้รับคำชื่นชมจากชาติสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขันเป็นอย่างมาก หลายคนชมว่าเราบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน รวมทั้งทำการตัดสินอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
“ผลงานของนักกีฬาไทย ต้องชื่นชมทุกคนที่ช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าเหรียญทองได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้งกลุ่มของนักกีฬาไทยที่มีผลงานอยู่ในแนวหน้าระดับโลก รวมถึงนักกีฬารุ่นใหม่ ๆ ที่พัฒนาตัวเองและสร้างผลงานในรายการนี้ ซึ่ง กกท. หวังว่าจะเห็นนักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัล ทำผลงานได้ดีขึ้นอีก หรือในรายที่ยังไม่ได้เหรียญรางวัลจะพัฒนาตัวเองไปสร้างผลงานในเวทีนานาชาติต่อไป”
โดยเฉพาะกับมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 14 ซึ่งมาเลเซีย จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในปี 2027 เป้าหมายของทัพพาราไทยถือว่าท้าทายไม่น้อย กับการต้องรักษาระดับมาตรฐานของตัวเอง หรือยกระดับทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองให้ได้อีกสมัย
สรุปเหรียญ อาเซียนพาราเกมส์ 2025
อันดับ 1 : ไทย 175 เหรียญทอง 155 เหรียญเงิน 158 เหรียญทองแดง รวม 486 เหรียญ
อันดับ 2 : อินโดนีเซีย 135 เหรียญทอง 143 เหรียญเงิน 114 เหรียญทองแดง รวม 392 เหรียญ
อันดับ 3 : มาเลเซีย 64 เหรียญทอง 64 เหรียญเงิน 73 เหรียญทองแดง รวม 201 เหรียญ
อันดับ 4 : ฟิลิปปินส์ 45 เหรียญทอง 37 เหรียญเงิน 52 เหรียญทองแดง รวม 134 เหรียญ
อันดับ 5 : เวียดนาม 38 เหรียญทอง 48 เหรียญเงิน 58 เหรียญทองแดง รวม 144 เหรียญ
อันดับ 6 : เมียนมา 20 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน 20 เหรียญทองแดง รวม 59 เหรียญ
อันดับ 7 : สิงคโปร์ 13 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 9 เหรียญทองแดง รวม 29 เหรียญ
อันดับ 8 : ติมอร์ เลสเต 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง รวม 5 เหรียญ
อันดับ 9 : ลาว 2 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 9 เหรียญทองแดง รวม 16 เหรียญ
อันดับ 10 : บรูไน 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 6 เหรียญ
สถิติเจ้าเหรียญทอง อาเซียนพาราเกมส์
ครั้งที่ 1 มาเลเซีย 143 เหรียญทอง(ไทย 119 เหรียญทอง ได้ที่ 2)
ครั้งที่ 2 ไทย 101 เหรียญทอง
ครั้งที่ 3 ไทย 139 เหรียญทอง
ครั้งที่ 4 ไทย 257 เหรียญทอง
ครั้งที่ 5 ไทย 157 เหรียญทอง
ครั้งที่ 6 ไทย 126 เหรียญทอง
ครั้งที่ 7 อินโดนีเซีย 99 เหรียญทอง(ไทย 96 เหรียญทอง ได้ที่2)
ครั้งที่ 8 ไทย 95 เหรียญทอง
ครั้งที่ 9 อินโดนีเซีย 126 เหรียทอง(ไทย 68 เหรียญทอง ได้ที่ 3)
ครั้งที่ 10 ยกเลิกการแข่งขัน(โควิด 19)
ครั้งที่ 11 อินโดนีเซีย 175 เหรียญทอง(ไทย 117 เหรียญทอง ได้ที่ 2)
ครั้งที่ 12 อินโดนีเซีย 159 เหรียญทอง(ไทย 126 เหรียญทอง ได้ที่ 2)
ครั้งที่ 13 ไทย 175 เหรียญทอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี