533.jpg
วันตัดสินแชมป์!ปืนใหญ่ยกพลชนเรือเดิมพันฝูง

วันตัดสินแชมป์!ปืนใหญ่ยกพลชนเรือเดิมพันฝูง

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 00.00 น.

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์เดย์ที่ 33 คู่สำคัญในวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายนนี้ ที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์เป็นอย่างยิ่ง ลงเล่นในเวลา 22.30น. “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง จะเปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนจ่าฝูง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ทีมนำ โดยสถานการณ์ก่อนเกมนั้น อาร์เซนอล นำหน้า ซิตี้ 6 คะแนน แต่เล่นมากว่า 1 นัด เหลือการดวลแข้งทั้งสิ้นอีก 6 เกม 

 


ความพร้อมของเจ้าถิ่น แมนฯซิตี้ คว้าชัยใน 3 เกมใหญ่ เริ่มจากทุบ อาร์เซน่อล 2-0 คว้าแชมป์คาราบาว คัพ หรือลีกคัพ มาครองได้สำเร็จ ตามด้วยถล่ม ลิเวอร์พูล ยับเยิน 4-0 ในเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีม และล่าสุดเล่นพรีเมียร์ลีก บุกไปอัด เชลซี ถึง เดอะ บริดจ์ 3-0 เรียกได้ว่าไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งเลย เวลานี้มี 64 คะแนน จากการลงเล่น 31 เกม ชนะ 19 เสมอ 7 แพ้ 5 หากชนะเกมนี้ช่องว่างจะเหลือ 3 คะแนน พร้อมมีโปรแกรมในมืออีก 1 นัด 

 

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้พักมาเต็ม ๆ ตลอดทั้งสัปดาห์ แถมยังมีข่าวดีเมื่อ นิโก้ โอไรลีย์ ดาวรุ่งพุ่งแรงมีปัญหาอาการบาดเจ็บแฮมสตริงหายเจ็บกลับมาได้ทันเวลาพอดี ทำให้มีโอกาสกลับมาลงสนามแต่จะต้องประเมินความฟิตอีกครั้ง เช่นเดียวกันกับ จอห์น สโตนส์ และรูเบน ดิอาส สองเซ็นเตอร์แบ๊กจอมเก๋า ว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่ 

 

หาก โอไรลี่ย์ ไม่พร้อมจริง ๆ จะเป็น รายาน เอท-นูริ ยืนแบ๊กซ้าย นอกนั้นเป็นชุดเดิม นำโดย แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่เพิ่งประกาศอำลาทีมในซัมเมอร์นี้ กับ โรดรี้ เล่นเป็นคู่มิดฟิลด์ตรงกลาง ส่วนแนวรุกวาง อองตวน เซเมนโย่, รายาน แชร์กี, เฌเรมี่ โดกู และเออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ คอยฉีกตาข่าย

เป๊ป กล่าวก่อนเกมในงานแถลงกับสื่อว่า สองกองหลังต่างวัย รูเบน ดิอาส และ นิโก้ โอ'ไรลีย์ มีสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจาก รูเบนยังไม่พร้อม ส่วน นิโก้ โอเคแล้ว ผมอยากให้ทุกคนพร้อม แต่ระหว่างฤดูกาลนักเตะก็มักจะบาดเจ็บ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้จะเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาหรือไม่นั้น เป๊ป ตอบว่า ไม่นะ มันดีมาก ๆ ที่ได้อยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ แต่จะไม่ใช่หนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างแน่นอน

 

“หากเรามองถึงคู่แข่งของเรา มิเกล อาร์เตต้า ทำงานได้ดี ทุก ๆ ปีพวกเขาก็พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูลสุดยอดมาก แต่ฤดูกาลก่อนหน้านั้นและฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลเป็นคู่แข่งที่สำคัญที่สุด"

 

“เวลานี้เราเพียงต้องการที่จะท้าทายพวกเขา มันก็แค่เกมฟุตบอล ดังนั้นเราต้องมองมันเหมือนเกมฟุตบอล เป้าหมายคือการเล่นให้ดีและทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อท้าทายอาร์เซนอล ซึ่ง อาร์เตต้า เพิ่งบอกว่า พวกเขาอาร์เซนอลไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่คุณต้องไม่ลืมนะว่า พวกเขาไม่แพ้ใครในแชมเปี้ยนส์ลีกเลย พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในตอนนี้”

 

เป๊ป กล่าวต่อไปว่า ผมชอบดูอาร์เซนอลเล่นนะ และผู้คนเรียกร้องมากเกินไปหรือเปล่า ทั้งสื่อ, แฟนบอล และทุกคน แต่ผมและคุณทุก ๆ คน จะได้เรียนรู้มากมายจากการดูอาร์เซนอลเล่น พวกเขามุ่งมั่นหลังจากไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมา 22 ปีแล้ว ดังนั้นเราไม่สามารถต่อสู้กับพวกเขาได้ เพราะ 6 แต้มไม่ใช่ระยะทางสั้นๆ เพียงแต่เรามีโอกาสที่จะทำได้ ทีมจะพร้อม เนื่องจากแฟนบอลของเราพร้อมแล้วหลังจากขายตั๋วหมด ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่จะพยายามเล่นเกม

 

เกี่ยวกับสิ่งที่เขาคาดหวังในเกมกับ อาร์เซนอล ก็คือการต่อสู้ การดวลกัน การเล่นที่ดุดัน คุณต้องไม่ปล่อยให้พวกเขาตั้งเกมรุก และต้องระวังลูกจ่ายยาวที่ยอดเยี่ยมของดาบิด รายา พวกเขาเล่นอย่างดุดันมากในการแย่งบอล พวกเขาเป็นผู้นำในพรีเมียร์ลีกมาตลอดทั้งฤดูกาล และผมภูมิใจที่ยังคงท้าทายพวกเขาอยู่ เราต้องเล่นให้ดีที่สุด ดีที่สุดจริงๆ ถึงจะเอาชนะคู่แข่งอย่าง อาร์เซนอล ได้

 

แมตช์กับอาร์เซนอลเป็นนัดตัดสินหรือไม่นั้น “เป๊ป” ตอบสื่อว่า แน่นอน ถ้าเราแพ้ก็จบ แต่ผลการแข่งขันมันมีอะไรมากมายจริง ๆ อย่างเช่น อาร์เซนอลไม่ชนะบอร์นมัธ และยังมีเกมให้เล่นอีกหลายนัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ความจริงก็คือเราเหลืออีก 7 เกมในพรีเมียร์ลีก และนั่นคือช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง

 

ปัจจุบันพวกเขาไม่แพ้เกมลีกในบ้านมา 14 เกมติด หนสุดท้ายคือการพ่าย ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 0-2 ในแมตช์เดย์ที่ 2 ของฤดูกาล 23 สิงหาคมปีที่ผ่านมา สถิติในบ้านแกร่งมาก 15 เกม ชนะ 11 เสมอ 3 แพ้ 1 

 

ฝั่งทีมเยือน อาร์เซน่อล ทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หลังพ่ายคารังให้กับ “เดอะ เชอร์รี่ส์” เอเอฟซี บอร์นมัธ ไปแบบพลิกล็อก 1-2 ยังดีที่เมื่อกลางสัปดาห์เปิดบ้านเสมอกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 0-0 เข้ารอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยผลสกอร์รวมสองนัด 1-0 แต่ทีมก็โดนวิจารณ์ค่อนข้างเยอะ

 

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช ส่อแววจะไม่มีปีกขวาตัวทีมชาติอังกฤษพร้อมกันถึง 2 คน นั่นคือ บูกาโย่ ซาก้า กับ โนนี่ มาดูเอเก้ บาดเจ็บจากเกมล่าสุดต้องทดสอบความฟิต หากลงไม่ไหวอาจจะต้องให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ไปยืนฝั่งขวาเป็นการแก้ไขสถานการณ์ หรือเลือก แม็กซ์ ดาวแมน หนุ่มน้อยวัย 16 ปีมาลากเลื้อย ขณะที่ 3 ตัวหลักอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด, เยอร์เรี่ยน ทิมเบอร์ และริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ต้องลุ้นเช็กฟิตเช่นกัน ทำให้มีโอกาสให้ เอเบเรซี่ เอเซ่ เบียด ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงยืนบัญชาเกมรุก ส่วนทางซ้ายเป็นหน้าที่ของ เลอันโดร ทรอสซาร์ โดยมี วิคตอร์ เยอเคเรส เป็นหน้าเป้า       

 

"บูกาโย ซากา จะไม่ได้ลงเล่นแน่นอน ส่วนที่เหลือก็ต้องดูกัน โนนี มาดูเอเก้ ดูไม่แย่มากนักหลังจบเกม เขาค่อนข้างมีทัศนคติที่ดีและฝืนเล่นต่อไปแม้จะเจ็บปวด ดังนั้นผมหวังว่าเขาจะพร้อมลงเล่น" มิเกล อาร์เตต้า กล่าว "นักเตะบางคนใกล้จะพร้อมลงเล่นแล้ว ดังนั้นพรุ่งนี้เราจะพยายามผลักดันทุกคนให้พร้อม"

 

อาร์เตต้า ถูกถามเกี่ยวกับการมีโอกาสที่จะส่ง แม็กซ์ ดาวแมน นักเตะวัยรุ่นลงเป็นตัวจริงหรือไม่นั้น เขากล่าวว่า “แม็กซ์ จะพร้อมทุกครั้ง คุณสามารถส่งเขาลงเล่นในเกมไหนก็ได้ คุณรู้ว่าเขาจะทำอะไรได้บ้าง และเขาก็แสดงให้เห็นแล้วในฤดูกาลนี้ในทุกเกมที่เราใช้งานเขา"

 

"เรารับมือกับอาการบาดเจ็บมาตลอดทั้งฤดูกาล ถ้าคุณมองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาและนักเตะที่เราขาดไปเป็นเวลานานๆ และสถานการณ์ของเราในตอนนี้มันไม่ปกติเลย แต่เราก็รับมือกับมันได้เพราะความคิดและวิธีแก้ปัญหาที่เราหาได้ วิธีที่นักเตะก้าวขึ้นมา และเราก็มาถึงจุดนี้ได้ เรายังคงแข็งแกร่งมากและยังคงเป็นเช่นเดิม"

 

อาร์เตต้า กล่าวว่า ผมไม่แน่ใจว่า มาร์ติน ซูบิเมนดี กำลังประสบปัญหาทางจิตใจจากฟอร์มที่ตกต่ำหรือไม่ แต่เน้นย้ำว่าเป็น "ความรับผิดชอบ" ของสโมสรที่จะให้เครื่องมือแก่นักเตะเพื่อเข้าใจว่าเมื่อใดที่พวกเขาไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด และเสริมว่าซูบิเมนดี ก็ทำได้ในเกมล่าสุดของเขา

 

เกี่ยวกับการเผชิญหน้า กับ แมนเชสเตอร์ซิตี้ นั้น อาร์เตต้า ระบุว่า เราได้สิทธิ์ที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ มีสิทธิ์ที่จะท้าทายกับมัน และมีโอกาสที่จะชนะ และเราหวังว่าจะชนะในวันอาทิตย์นี้ กับการที่ต้องต่อสู้กับทีมที่ดีที่สุดและผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดเท่าที่ลีกนี้เคยมีมา นั่นเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เราแทบรอไม่ไหวที่จะลงเล่น เราจะเตรียมตัวเพื่อชัยชนะ เราจะไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวพูดถึงผลเสมอ เราเตรียมตัวทุกเกมเพื่อชัยชนะ และนั่นคือเหตุผลที่เราอยู่ในจุดนี้ เราจะทำเช่นเดิมต่อไป

 

เกี่ยวกับคำพูดของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่บอกว่าการลุ้นแชมป์จะจบลงแล้วหากอาร์เซนอลชนะ ว่า เหลืออีก 6 เกม แน่นอนว่าเกมนี้สำคัญมากสำหรับทั้งสองทีม แต่การชนะเกมในพรีเมียร์ลีกนั้นยากมากสำหรับทุกคน ดังนั้นหลังจากเกมนี้แล้วจะยังมีเกมที่ยากลำบากอีกหลายเกมสำหรับพวกเราทุกคน และเราจะต้องรอและดำเนินการต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

 

เกี่ยวกับคำพูดของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่บอกว่าการลุ้นแชมป์จะจบลงแล้วหากอาร์เซนอลชนะ “อาร์เตต้า” กล่าวว่า เหลืออีก 6 เกม แน่นอนว่าเกมนี้สำคัญมากสำหรับทั้งสองทีม แต่การชนะเกมในพรีเมียร์ลีกนั้นยากมากสำหรับทุกคน ดังนั้นหลังจากเกมนี้แล้วจะยังมีเกมที่ยากลำบากอีกหลายเกมสำหรับพวกเราทุกคน และเราจะต้องรอและดำเนินการต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

 

สำหรับ อาร์เซนอล เป็นทีมที่เก็บแต้มนอกบ้านได้มากที่สุดในฤดูกาลนี้ 16 เกม ชนะ 9 เสมอ 5 แพ้ 2 ได้มาทั้งหมด 32 คะแนน

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 5 เกมหลังสุดในลีก อาร์เซน่อล ทำได้ดีกว่า ไม่แพ้เลย ชนะ 2 และเสมอ 3 อย่างไรก็ตามเจอกันในฤดูกาลนี้มา 2 ครั้ง ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เสมอกัน 1-1 และแมนฯซิตี้ ชนะ 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว โดย แมนฯซิตี้ ไม่แพ้เกมเหย้าในพรีเมียร์ลีกให้กับ อาร์เซน่อล มา 10 เกมติด ชนะ 7 เสมอ 3 หนสุดท้ายที่พวกเขาปราชัยคารังให้กับทีม "ปืนใหญ่" ต้องย้อนกลับไปในปี 2015 สมัยที่ มานูเอล เปเญกรินี่ ยังเป็นกุนซือ นั่นหมายความว่าในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่เคยคาบ้านในลีกให้กับ อาร์เซน่อล

 

ผู้ตัดสินในเกมนี้ใช้มือดีมากประสบการณ์อย่าง แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ในวัย 47 ปี เขาเกิดที่ ไวเธนชอว์ ในเมืองแมนเชสเตอร์ เลื่อนชั้นขึ้นมาเป่าพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ปี 2010ลงตัดสิน อาร์เซน่อล ไปทั้งหมด 58 เกม ชนะ 32 เสมอ 18 แพ้ 8 ส่วน แมนฯซิตี้ 50 เกม ชนะ 27 เสมอ 10 แพ้ 13

 

แมนฯซิตี้ มีสถิติที่ดีสำหรับการลงเล่นในเดือนเมษายน ภายใต้การคุมทีมอง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำ 2.5 ประตูต่อเกม อัตราการชนะอยู่ที่ 79.5 % ขณะที่ อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า เมษายนถือเป็นเดือนที่พวกเขาทำผลงานได้ย่ำแย่สุด ๆ ค่าเฉลี่ยทำ 1.5 ประตูต่อเกม และอัตราการชนะเพียง 42.3% เท่านั้น

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม แมนฯซิตี้ (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมมา, มาเตอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูชานอฟ, มาร์ค เกอี, นีโก้ โอไรลี่ย์ แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี้, อองตวน เซเมนโย่, รายาน แชร์กี, เฌเรมี่ โดกู และเออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์, อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : ดาบิด ราย่า, เบน ไวท์, วิลเลี่ยม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส, ปิเอโร่ ฮินคาปิเอ้, มาร์ติน ซูบีเมนดี้, เดแคลน ไรซ์, กาเบรีบล มาร์ติเนลลี่, เอเบเรซี่ เอเซ่, เลอันโดร ทรอสซาร์ และวิคตอร์ เยอเคเรส               

 

สกอร์ที่คาด: แมนฯซิตี้ 2-1 อาร์เซน่อล  

 

อีกคู่ในวันเดียวกัน เตะเวลา 20.00น. เป็นเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่มีผลต่อการลุ้นท็อปไฟว์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะยกพลออกไปเยือน “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะเตะกันในสนามแห่งนี้ สำหรับสองทีมที่เป็นรากเหง้าเดียวกัน ซึ่ง เอฟเวอร์ตัน ได้ออกจากแอนฟิลด์ เมื่อปี 1892 ทำให้มีการก่อตั้ง ลิเวอร์พูล เอฟซี ขึ้นมาทดแทน โดยหนนี้คือการพบกันครั้งที่ 248 

 

 เอฟเวอร์ตัน เพิ่งบุกไปตามตีเสมอ “ผึ้งน้อย” เบรนท์ฟอร์ด 2-2 ทำให้ผลงาน 5 เกมหลังสุด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 47 คะแนน อยู่ในเส้นทางลุ้นโควตาฟุตบอลยุโรป เกมนี้สภาพทีมของ เดวิด มอยส์ ถือว่าสมบูรณ์ ขาดไปเพียง แจ็ค กรีลิช และการ์ลอส อัลคาราซ ที่บาดเจ็บไปนาน ไม่น่าจะส่งผลอะไรมากนัก นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไร ยึดระบบ 4-2-3-1 ที่กำลังเล่นได้อย่างลงตัว จอร์แดน พีคฟอร์ด ยืนเป็นด่านสุดท้าย ส่วนแดนกลางใช้ตัวผึ้งงานอย่าง อิดริสซ่า กาน่า เกย์ จับคู่กับ เจมส์ การ์เนอร์ แนวรุกนำโดย ดไวท์ แม็คนีล, เคียร์แนน คิวส์บิวรี่-ฮอลล์, อิลิมาน เอ็นดิอาย และเบโต้     

 

ทีมเยือน ลิเวอร์พูล เพิ่งกระเด็นตกรอบก่อนรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พ่ายให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จากฝรั่งเศส แบบไปกลับด้วยสกอร์เดียวกัน 0-2 ทำให้ตอนนี้เหลือรายการเดียวให้ลุ้นคือการติดท็อปไฟว์ไปเล่นถ้วยใหญ่ของยุโรปให้ได้ในฤดูกาลหน้า สถานการณ์ปัจจุบันรั้งอันดับ 5 ของตารางมี 52 คะแนน จากการลงเล่น 32 เกม อย่างไรก็ตามเกมนี้เจอข่าวร้ายเมื่อ อูโก้ เอกิติเก้ หัวหอกคนสำคัญได้รับบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายฉีกขาดตามรายงานพักนานถึง 6 เดือน พลาดไปเล่นฟุตบอลโลกกับทีมชาติฝรั่งเศส รวมไปถึง โจ โกเมซ ที่เดี้ยงมาจากเกมเดียวกัน ส่วน อลิสซอน เบ็คเกอร์, วาตารุ เอ็นโดะ, คอนอร์ แบร็ดลีย์ และโจวานี่ เลโอนี่ มีอาการบาดเจ็บอยู่แล้ว ที่เหลือไม่น่ามีปัญหาอะไร โคดี้ กัคโป ขยับขึ้นไปยืนหน้าเป้า ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ออกไปยืนทางฝั่งซ้าย โดยมี โดมินิค โซโบสไล และอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ สลับกันสอดขึ้นมาเล่นเกมรุก ทางขวา โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะกลับมาสตาร์ทตัวจริง   

 

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 12 เกมหลังสุดในลีก ลิเวอร์พูล เหนือกว่า ชนะ 6 เสมอ 4 และเอฟเวอร์ตัน 2 อย่างไรก็ตามการเจอกันที่บ้านของเอฟเวอร์ตัน 14 เกมหลังสุด ลิเวอร์พูล ชนะได้แค่ 3 เสมอ 10 และเอฟเวอร์ตัน ชนะ 1 และนี่คือเกมแรกที่ ลิเวอร์พูล บุกมาเยือนถิ่น ฮิลล์ ดิ๊คกินสั้น สเตเดี้ยม รังเหย้าใหม่ของเอฟเวอร์ตัน พวกเขาเล่นในบ้านสำหรับเกมลีกฤดูกาลนี้ไม่ดีนัก 16 เกม ชนะ 6 เสมอ 4 แพ้ 6 เก็บได้ 22 คะแนน 

 

สกอร์ที่คาด: เอฟเวอร์ตัน 2-2 ลิเวอร์พูล 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top