542.jpg
‘โสมขาว’ลั่นกลอง! ลุ้นเอเชียชาติแรกลิ่วบอลโลก

‘โสมขาว’ลั่นกลอง! ลุ้นเอเชียชาติแรกลิ่วบอลโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.57 น.

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน ช่วงเช้าของวันศุกร์ตามเวลาในประเทศไทย มีลงสนาม 4 คู่เหมือนเดิม พร้อมกับเป็นการออกสตาร์ท นัดที่ 2 ของรอบแรก  



โดยเกมคู่ปิดท้ายในช่วงเวลา 08.00น. ของวันศุกร์ตามเวลาในประเทศไทย กลุ่มเอ เจ้าภาพร่วม “จังโก้” เม็กซิโก จะเล่นที่ เอสตาดิโอ อัครอน ในเมืองซาโปปัน ดวลกับ “โสมขาว” เกาหลีใต้ โดยทั้งสองทีมต่างก็มี 3 คะแนนเท่ากันจากชัยชนะเกมแรก  ทำให้เกมนี้หากใครเก็บชัยชนะได้ จะการันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ 32 ทีมสุดท้ายทันที 

 

เม็กซิโก ออกสตาร์ทหรูเอาชนะ แอฟริกาใต้ มาได้ 2-0 ปลดล็อกคว้าชัยในเกมเปิดสนาม ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ ก่อนหน้านี้ 7 ครั้ง เสมอ 2 แพ้ 5 ทำให้ตอนนี้มีอยู่ 3 คะแนน โอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์มีค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามเกมนี้ ฆาเบียร์ อากิร์เร่ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เซซาร์ มอนเตส แนวรับคนสำคัญที่ไปโดนใบแดงแบบไม่จำเป็น เปิดโอกาสให้ มาเตโอ ชาเวซ ได้เสียบแทน ทีมเล่นในระบบ 4-1-4-1 เอริค ลีร่า ยังคงทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับค่อยตัดเกม แม้ว่ากัปตันทีม เอ็ดสัน อัลบาเรซ จะพร้อมกลับมาเป็นตัวเลือกแล้วก็ตาม 4 แนวรุกยืนเรียงหน้ากระดาน นำโดย โรเบร์โต้ อัลบาราโด้, ไบรอัน กูเตียร์เรซ, อัลบาโร่ ฟิดัลโก้ และฮูเลี่ยน กีโญเนซ โดยมี ราอูล ฮิเมเนซ ยืนเป็นหน้าเป้า         

 

ฝั่ง เกาหลีใต้ พลิกสถานการณ์แซงเอาชนะ เช็กเกีย ในเกมแรก 2-1 จ อยู่ในจุดที่ดีมากๆ สำหรับการลุ้นเข้ารอบ เกมนี้ทีมของ ฮุง มยอง-โพ ไม่มีอะไรให้ต้องหนักใจเพราะมีตัวเลือกให้หยิบใช้งานแบบครบครัน มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่ปรับทัพยึดระบบ 3-4-2-1 เหมือนเดิม แพค ซึง-โฮ จะรับหน้าที่คุมแดนกลาง ปล่อยให้ ฮวาง อิน-บอม มีอิสระในการขึ้นไปช่วย อี คัง-อิน และอี แจ-ซอง ปั้นเกมรุกสนับสนุนหน้าเป้า ซน ฮึง-มิน

 

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 14 เกมในทุกรายการ เม็กซิโก เหนือกว่า ชนะ 8 เสมอ 2 และเกาหลีใต้ ชนะ 4 ดวลกันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2 ครั้ง ซึ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่มทั้งหมด เม็กซิโก เก็บเรียบ ชนะได้หมด เริ่มจากปี 1998 ถล่ม 3-1 จากการทำสองประตูของ หลุยส์ เอร์นานเดซ อีกครั้งคือปี 2018 เฉือน 2-1 จากจุดโทษของ คาร์ลอส เวล่า และฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เอร์นานเดซ 

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

 เม็กซิโก (4-1-4-1): ราอูล รานเกล, อิสราเอล เรเยส, มาเตโอ ชาเวซ, โยฮัน วาซเกซ, เฮซุส กายาร์โด้, เอริค ลีร่า, โรแบร์โต้ อัลบาราโด้, ไบรอัน กูเตียร์เรซ, อัลบาโร่ ฟิดัลโก้, ฮูเลี่ยน กีโญเนส และราอูล ฮิเมเนซ

เกาหลีใต้ (3-4-2-1): คิม ซึง-กยู, อี ฮัน-บอม, คิม มิน-แจ, อี กี-ฮยอก, ซอล ยอง-อู, ฮวาง อิน-บอม, แพค ซึง-โฮ, อี แท-ซอก, อี คัง-อิน, อี แจ-ซอง และซน ฮึง-มิน

 

 สกอร์ที่คาด : เสมอ 1-1 

 

ส่วนอีก 3 คู่ที่เหลือเริ่มในเวลา 23.00น. กลุ่มเอ ที่สนามเมอร์เซเดส เบนซ์ สเตเดี้ยม ในเมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา “เช็ก พาวเวอร์” ทีมชาติเช็กเกีย จะพบกับ “บาฟาน่า” ทีมชาติแอฟริกาใต้ ทั้งสองทีมพังมาจากเกมแรกดังนั้นไม่ควงรแพ้ในทุกประการ

 

เช็กเกีย พ่ายให้กับ เกาหลีใต้ 1-2 ตามรายงานทีมของ มิโรลาฟ คูเบ็ค ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ อาจจะยึดระบบ 3-4-2-1 เป็นหลักปรับแค่แดนหน้าเพื่อเล่นเกมรุกมากขึ้น อดัม โลเซ็ค ลงปั้นเกมร่วมกับ พาเวล ชูลซ์ คอยสนับสนุนหน้าเป้าอย่าง พาทริค ชีค ส่วนแดนกลางยังใช้ อเล็กซานเดอร์ ซอยก้า คุมจังหวะกับ โทมัส ซูเซ็ค 

 

ทางฝั่ง แอฟริกาใต้ แพ้เจ้าภาพร่วม เม็กซิโก 0-2 แถมจะหมดสิทธิ์ใช้งาน 2 นักเตะที่ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมที่ผ่านมาทั้ง สเปพิโล่ ซิโตเล่ และเท็มบ้า ซวาเน่ โดยเฉพาะรายหลังที่เป็นจอมทัพตัวความหวังในเกมรุก ถือว่าเสียหายสุดๆ ด้วยสถานการณ์ที่ต้องการคะแนน มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะปรับจากแบ็กทรีในเกมที่แล้วกลับมาเล่นไลน์โฟร์ตามถนัดเหมือนในรอบคัดเลือก ถอดแนวรับอย่าง เอ็นโคซินาติ ซิบิซิ ออกไป ใส่สองแนวรุกตัวจี๊ด ออสวิน อัปโปลลิส, และเรเลโบฮิเล่ โมโฟเค็ง ลงมาทำปั้นสนับสนุน ไลล์ ฟอสเตอร์ ในแดนหน้า  

 

สถิติการพบกันของทั้งสองทีมเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว ในศึกฟีฟ่า คอนเฟเดเรชั่น คัพ 1997 ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ปรากฏว่าเสมอกันไป 2-2 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

 

เช็กเกีย (3-4-2-1): มาเตจ โควาร์, สเตปาน ชาลูเป็ค, โรบิน ฮรานัช, ลาดิสลาฟ เครจ์ชี่, วลาดิเมียร์ ชูฟาล, อเล็กซานเดอร์ ซอยก้า, โทมัส ซูเซ็ค, ยาโรสลาฟ เซเลนี่, พาเวล ชูลซ์, อดัม โลเซ็ค และพาทริค ชีค

แอฟริกาใต้ (4-2-3-1): รอนเวน วิลเลียมส์, คูลิโซ มูดัว, อิเม โอคอน, เอ็มเบเกเซลี่ เอ็มโบคาซี, ออเบรย์ โมดิบา, เจย์เดน อดัมส์, เตโบโฮ โมโคเอน่า, ออสวิน อัปโปลลิส, เรเลโบฮิเล่ โมโฟเค็ง, คาโมเกโล่ เซเบเลเบเล่ และไลส์ ฟอสเตอร์

 

สกอร์ที่คาด : เช็กเกีย ชนะ 2-0 

 

คู่ต่อมาเป็นกลุ่มบี เวลา 02.00น. ที่โซไฟ สเตเดี้ยม เมืองอิงเกลวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการเจอกันของสองชาติจากยุโรป “แดนนาฬิกา” ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ จะดวลกับ ทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า ซึ่งทั้งสองทีมมีคนละแต้ม

 

สวิส พลาดการเก็บ 3 คะแนนแบบน่าเจ็บใจ ไล่ยำ กาตาร์ แต่จบสกอร์ไม่คมหาประตูที่สองไม่ได้ จนสุดท้ายมาโดนตีเสมอ 1-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ตอนนี้พวกเขามีแค่ 1 คะแนน เกมนี้ทีมของ มูรัต ยาคิน ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะปรับบางตำแหน่ง โยฮัน มานซัมบี้ ที่ลงมาเป็นสำรองแล้วทำผลงานได้ดี มีโอกาสได้ออกสตาร์ทตัวจริง คนที่หลุดไปคือ รูเบน วาร์กาส โดย มานซัมบี้ จะประสานงานเกมร่วมกับ บรีล เอ็มโบโล่ และแดน เอ็นดอย 

 

ฟาก บอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า เวลานี้ เซอร์เกย์ บาร์บาเรซ มีเรื่องให้ต้องกังวลใจกับอาการบาดเจ็บของ “ไอ้รถถัง” เซอัด โคลาซินัช แบ็คซ้ายคนสำคัญที่เดี้ยงจนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงท้ายเกม ส่วนแนวรับ นีดัล เซลิค โชคร้ายบาดเจ็บตอนซ้อม ถอนตัวไปแล้วใส่ชื่อ อาร์ยาน มาลิช เข้ามาแทน เชื่อว่าต้องนั่งสำรองไปก่อน น่าจะยึดไลน์อัพชุดเดิมในระบบ 4-4-2 เอสเมียร์ บายรัคตาเรวิช ขึ้นเกมรุกริมเส้นทางขวา แดนหน้าใช้ โยโว ลูคิช จับคู่กับเอร์เมดิน เดมิโรวิช โดยมี เอดิน เชโก้ รอโอกาสอยู่ที่ม้านั่งสำรอง  

 

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 1 ครั้ง เป็นเกมกระชับมิตรที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2016 บอสเนียฯ หาญกล้าบุกไปชนะถึงซูริค 2-0 จากการทำประตูของ เอดิน เชโก้ นักเตะที่อยู่ในชุดปัจจุบัน และอีกลูกจาก มิราเล็ม ปานิช  

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 

สวิตเซอร์แลนด์ (4-3-3): เกรกอร์ โคเบล, เดนิส ซากาเรีย, มานูเอล อคานจี, นิโก้ เอลเวดี้, ริคาร์โด้ โรดริเกซ, เรโม่ ฟรอยเลอร์, กรานิต ชาก้า, มิเชล เอบิสเชอร์, แดน เอ็นดอย, โยฮัน มานซัมบี้ และบรีล เอ็มโบโล่

 บอสเนียฯ (4-4-2): นิโกล่า วาซิลจ์, อามาร์ เดดิช, นิโกล่า คาติช, ทาริค มูฮาเรโมวิช, เซอัด โคลาซินัช, เอสเมียร์ บายรัคตาเรวิช, อีวาน บาซิช, เบนจามิน ทาฮิโรวิช, อามาร์ เมมิช, โยโว ลูคิช และเอร์เมดิน เดมิโรวิช  สกอร์ที่คาด: สวิตเซอร์แลนด์ 2-1 บอสเนียฯ 

 

สกอร์ที่คาด : สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ 1-0 

 

ขยับมาในช่วงเวลา 05.00น. กลุ่มบี ไปกันที่สนามบีซี เพลซ ในเมืองแวนคูเวอร์ ซึ่งเป็นสนามหญ้าเทียม เจ้าภาพร่วม “เมเปิ้ล” แคนาดา เจ้าภาพร่วม จะพบกับ “ไข่มุกแห่งตะวันออกกลาง” กาตาร์ ซึ่งมีกันคนละแต้มเช่นกัน หลังจากหยิบแต้มประวัติศาสตร์มาได้ทั้งคู่ในนัดแรก

 

แคนาดา เสมอกับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า 1-1 ยังต้องลุ้นเช็กความฟิตของ อัลฟองโซ่ เดวีส์ ริมเส้นตัวเก่งว่าจะพร้อมหรือไม่ เช่นเดียวกับแนวรับอย่าง โมอิส บอมบิโต้ ด้วย นักเตะชุดนี้หลายคนคุ้นเคยกับสภาพสนามหญ้าเทียมเป็นอย่างดี เนื่องจากพวกเขาเติบโตมาจากสโมสรแวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ ก่อนจะออกไปผจญภัยต่างแดน คาดว่ากุนซือ เจสซี่ มาร์ช ยังคงยึดระบบการเล่น 4-4-2 มีโอกาสที่ ซูเปอร์ซับในเกมที่แล้วอย่าง ไคล์ ลาริน จะได้ออกสตาร์ทตัวจริงจับคู่กับ โจนาธาน เดวิด ส่วนแดนกลางยังเหมือนเดิมใช้ แทจอน บูแคนาน, สตีเฟ่น ยูสตากีโอ้, อิสมาแอล โกเน่ และเลียม มิลลาร์    

 

ฟากฝั่ง กาตาร์ ไล่ตามตีเสมอ “แดนนาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1-1 ทีมของ ฆูเลน โลเปเตกี ไม่มีนักเตะบาดเจ็บเป็นไปได้ว่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิม 4-2-3-1 ตัวเก๋าอย่าง เปโดร มิเกล และบูอาเล็ม คูกี้ เป็นคู่เซนเตอร์แบ็ก แดนกลางใช้แข้งพลังหนุ่มอย่าง ยาสเซ็ม กาเบอร์, อิสซ่า ลาย และอัสซิม มาดิโบ คอยไล่ล่าทำลายจังหวะคู่แข่ง เกมรุกฝากความหวังไว้ที่ เอ็ดมิลซอน จูเนียร์, อัคราม อาฟิฟ และอัลโมซ อาลี 

 

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 1 ครั้ง เป็นเกมกระชับมิตรที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2022 ที่ประเทศออสเตรีย แคนาดา เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-0 จากการทำประตูของ ไคล์ ลาริน และโจนาธาน เดวิด คู่หัวหอกในทีมปัจจุบัน 

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม


 แคนาดา (4-4-2): มักซิม เครโป, อลิสแตร์ จอห์นสตัน, ลุค เดอ ฟูเชโรลส์, เดเร็ค คอร์เนลิอุส, ริชชี่ ลาร์เยีย, แทจอน บูแคนาน, สตีเฟ่น ยูสตากิโอ้, อิสมาแอล โกเน่, เลียม มิลลาร์, โจนาธาน เดวิด และไคล์ ลาริน

กาตาร์ (4-2-3-1): มาห์มูด อาบูนาด้า, อายูบ อลาวี, เปโดร มิเกล, บูอาเล็ม คูกี้, โฮมัม อัล-อามิน, ยาสเซ็ม กาเบอร์, อิสซ่า ลาย, เอ็ดมิลซอน จูเนียร์, อัสซิม มาดิโบ, อัคราม อาฟิฟ และอัลโมซ อาลี

 

สกอร์ที่คาด : แคนาดา ชนะ 2-1

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top