วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23 ประจำค่ำคืนวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน ต่อเช้าวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2026 มีลงสนาม 4 คู่ ออกสตาร์ทในเวลา 00.00น. ที่สนามเอทีแอนด์ที สเตเดี้ยม ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา แชมป์เก่า “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า จะดวลกับ “ขุนแข้งแห่งดานูบ” ออสเตรีย อามิน โอมาร์ จากอียิปต์ เป็นผู้ตัดสินในเกมนี้
“แชมป์เก่า” ออกสตาร์ทเกมแรกในฟุตบอลโลกหนนี้ได้อย่างยิ่งใหญ่ถล่ม “จิ้งจอกทะเลทราย” แอลจีเรีย 3-0 ด้วยแฮตทริกฮีโร่ของ ลิโอเนล เมสซี่ กับฟุตบอลโลกสมัยที่ 6 ทำให้เขาซัดไปแล้ว 16 ประตู จากการลงเล่น 27 เกม ครองสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลร่วมกับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ จากเยอรมนี ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะแซงและถือครองสถิตินี้เพียงผู้เดียว กุนซือ ลิโอเนล สกาโลนี่ ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ยากที่จะอธิบายสิ่งที่ได้เห็น เพราะ เมสซี่ ทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมแบบนี้มาตลอด 20 ปี
เกมนี้อาจจะต้องรอทดสอบความฟิตของแบ็กขวาอย่าง กอนซาโล่ มอนเทียล ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงพักครึ่ง หากลงไม่ไหว นาฮูเอล โมลิน่า จากแอตฯ มาดริด พร้อมประจำการแทน ตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไร มาในระบบ 4-3-3 ฮูเลี่ยน อัลบาเรซ น่าจะกลับมาสตาร์ทตัวจริง ทำให้ ติอาโก้ อัลมาด้า จะกลับไปนั่งสำรอง โดย อัลบาเรซ จะประสานงานเกมรุกกับ ลิโอเนล เมสซี่ และเลาตาโร่ มาร์ติเนซ ส่วนแดนกลางใช้ชุดเดิม นำโดย โรดริโก้ เดอ ปอล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และเอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ
ทางฝั่ง ออสเตรีย บดเอาชนะ “นักรบเพตรา” จอร์แดน แบบลุ้นระทึก 3-1 ประเดิม 3 คะแนนแรกได้ตามเป้ากับการคัมแบ็กกลับมาในรอบ 28 ปี มาร์โก อาร์เนาโตวิช ทำสถิตินักเตะอายุมากสุดที่ลงสนามและทำประตูในฟุตบอลโลกให้กับทีมชาติออสเตรียด้วยวัย 37 ปี 59 วัน ทุบสถิติเดิมของ ไมเคิ่ล คอนเซล (สถิติลงเล่นอายุมากสุด 36 ปี 106 วัน) และโทนี่ โพลสเตอร์ (สถิติทำประตูอายุมากสุด 34 ปี 93 วัน)
เกมนี้มีโอกาสที่เขาจะเบียด ซาช่า คาลัดจ์ซิช กลับมาเป็นตัวจริง พร้อมปรับระบบจากไลน์โฟร์มาเล่น 3-4-2-1 เน้นความรัดกุมมากขึ้น เควิน ดานโซ่ จะลงไปคุมแนวรับร่วมกับ ฟิลิปป์ ลินฮาร์ต และดาวิด อลาบา พร้อมโยก คอนราด ไลเมอร์ ไปยืนวิงซ้าย ใช้สเตฟาน พอช เล่นวิงขวา ตรงกลางวาง นิโคลัส ไซวัลด์ คุมเกมร่วมกับ ซาวอร์ ชาลาเงอร์ โดยมี โรมาโน่ ชมิด และมาร์เซล ซาบิตเซอร์ ปั้นเกมรุกอยู่ด้านหลัง มาร์โก อาร์เนาโตวิช
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 2 ครั้งเป็นเกมอุ่นเครื่องทั้งหมด อาร์เจนติน่า ชนะ 1 เสมอ 1 หนแรกในปี 1980 อาร์เจนติน่า บุกถล่มถึงกรุงเวียนนา 5-1 ดีเอโก้ มาราโดน่า ในวัย 19 ปี ทำแฮตทริกครั้งแรกในสีเสื้อของทัพฟ้าขาว และอีกครั้งในปี 1990 เสมอกันไป 1-1
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
อาร์เจนติน่า (4-3-3): เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ, นาฮูเอล โมลิน่า, คริสเตียน โรเมโร่, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, นิโคลัส ตาเกลียฟิโก้, โรดริโก้ เดอ ปอล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, ลิโอเนล เมสซี่, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ และฮูเลี่ยน อัลบาเรซ
ออสเตรีย (3-4-2-1): อเล็กซานเดอร์ ชาลาเงอร์, ฟิลิปป์ ลินฮาร์ต, เควิน ดานโซ่, ดาวิด อลาบา, สเตฟาน พอช, นิโคลัส ไซวัลด์, ซาวอร์ ชาลาเงอร์, คอนราด ไลเมอร์, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, โรมาโน่ ชมิด และมาร์โก อาร์เนาโตวิช
ฟันธง : อาร์เจนติน่า ชนะ 3-1
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี