วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม เดินทางมาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ 8 ทีมสุดท้าย ลงฟาดแข้งคู่แรกคู่เดียวในเวลา 03.00 น. ที่สนาม ยิลเล็ตต์ สเตเดี้ยม ในเมือง ฟ็อกซ์โบโรห์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา “ตราไก่” ฝรั่งเศส แชมป์โลก 2 สมัย ปี 1998 กับ 2018 ในฐานะรองแชมป์เก่า จะพบกับ “ราชสีห์แห่งแอตลาส” โมร็อกโก ทีมอันดับ 4 เมื่อครั้งที่แล้ว
ความพร้อมเริ่มที่ ฝรั่งเศส ผ่านบททดสอบหินในรอบ 16 ทีม ด้วยการเฉือนเอาชนะ ปารากวัย 1-0 จากจุดโทษของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ถูกเข้าปะทะหนักและเล่นนอกเกมตลอด 90 นาที แต่นักเตะหลายคนถือว่าควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี ทำให้ 5 เกมที่ผ่านมาในทัวร์นาเมนต์นี้ พวกเขาชนะรวดรอบแรก ถล่ม เซเนกัล 3-1 ตามด้วย อิรัก 3-0 และนอร์เวย์ 4-1 ส่วนรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมอัด สวีเดน แบบเอาต์คลาส 3-0 ทะลวงตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 14 ประตู เสียแค่ 2 ลูกเท่านั้น
ทีมของ ดิดิเยร์ เดสชองส์ ต้องลุ้นว่า ออเรเลียง ชูอาเมนี่ มิดฟิลด์จาก เรอัล มาดริด จะฟิตสมบูรณ์หรือไม่ หลังจากมีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา หากลงไม่ได้ เชื่อว่าโอกาสน่าจะตกเป็นของ มานู โกเน่ จากโรม่า แต่ก็ต้องเล่นอย่างระมัดระวัง เนื่องจากมีใบเหลืองคาดโทษอยู่ เช่นเดียวกับ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ และบรัดเลย์ บาร์โกล่า โดยจะมีการล้างใบเหลืองหลังจบรอบนี้ นอกนั้นขุมกำลังถือว่าไม่มีปัญหาอะไร วาง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ คุมแนวรับร่วมกับ วิลเลี่ยม ซาลิบา ส่วน ลูก้าส์ ดีญ กลายเป็นแบ็กซ้ายตัวจริงในทัวร์นาเมนต์นี้ ตรงกลาง โกเน่ เล่นกับ อาเดรียง ราบิโอต์ ข้างบนอาจจะปรับ 1 ตำแหน่ง ถอน บาร์โกล่า ส่ง เดซิเร่ ดูเอ้ ที่เรียกจุดโทษในเกมล่าสุดลงตัวจริงประสานงานกับ อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิ่ล โอลิเซ่ และคีลิยัน เอ็มบัปเป้
ทางฝั่ง โมร็อกโก ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการถล่มเจ้าภาพร่วม “เมเปิ้ล” แคนาดา 3-0 ครึ่งแรกดูอึดอัด ก่อนจะมาปลดล็อกในครึ่งหลัง ใช้โอกาสไม่เปลืองสับไกไป 5 ครั้งตลอดทั้งเกม แต่เปลี่ยนเป็น 3 ประตู บราฮิม ดิอาซ จารึกชื่อกลายเป็นนักเตะจากทวีปแอฟริกาคนแรกที่สามารถทำได้ถึง 4 แอสซิสต์ ในการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ผ่านมา 5 เกม ชนะ 4 เสมอ 1 เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่มเปิดตัวเจ๊ากับ บราซิล 1-1 ก่อนจะเฉือน สกอตแลนด์ 1-0 และถล่ม เฮติ 4-2 ส่วนในรอบน็อกเอาต์ 32 ทีม ตามตีเสมอ เนเธอร์แลนด์ 1-1 ก่อนจะดวลเป้าคว้าชัย 3-2 ทำให้ตอนนี้พวกเขามีสถิติที่สุดแข็งแกร่ง ไม่แพ้ใครมา 34 เกมติดต่อกันในทุกรายการ
กุนซือ โมฮาเหม็ด อูอาห์บี ประกาศกร้าวแสดงให้โลกได้เห็นว่าทีมของเขาไม่ใช่ม้ามืดอีกต่อไป หลังทำสถิติกลายเป็นทีมจากแอฟริกาชาติแรกที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมฟุตบอลโลก 2 ครั้งติด อย่างไรก็ตามเกมนี้เจอปัญหาใหญ่ เมื่อ อิสมาแอล ไซบารี่ แนวรุกป้ายแดงของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่ทัวร์นาเมนต์นี้รับบทบาทเป็นหน้าเป้า โชคร้ายมีปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง จนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 22 ไม่น่าฟิตทันสำหรับเกมนี้ คาดว่า โซฟียาน ราฮิมี่ ที่มีความปราดเปรียว สามารถเชื่อมเกมได้ น่าจะได้สตาร์ทก่อนตัวเป้าอย่าง อายุบ เอล คาบี้ ตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีใครบาดเจ็บเพิ่มเติม แต่ต้องระมัดระวัง เพราะมีนักเตะติดคาดโทษใบเหลืองถึง 4 ราย ไล่ตั้งแต่กัปตันทีม อาชราฟ ฮาคิมี่, เรดูอาน อัล-อัล, อัซเซดีน อูนาฮี และบิลาล เอล คานนูสส์
สถิติการเจอกันของทั้งสองทีม 8 ครั้งในทุกรายการ ฝรั่งเศส เหนือกว่าเยอะ ไม่แพ้เลย หากนับเฉพาะในเวลา 90 นาที ชนะได้ 5 เสมอ 3 โดยการดวลกันหนล่าสุดคือฟุตบอลโลก 2022 ในรอบรองชนะเลิศที่ประเทศกาตาร์ ฝรั่งเศส ต้อน 2-0 จากการทำประตูของ เตโอ แอร์กนองเดซ และร็องดาล โคโล่ มูอานี่
ฝรั่งเศส ปะทะกับทีมจากทวีปแอฟริกาในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมา 8 ครั้ง ไม่เคยจบลงด้วยผลเสมอ ชนะได้ 5 แพ้ 3 พ่ายให้ เซเนกัล 0-1 ในเกมเปิดสนามปี 2002 ตามด้วย เจ้าภาพ แอฟริกาใต้ 1-2 รอบแบ่งกลุ่มปี 2010 กอดคอกันตกรอบแรกทั้งคู่ และตูนิเซีย 0-1 ปี 2022 นัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มพักตัวหลัก เพราะเข้ารอบไปแล้ว
โมร็อกโกชุดนี้มีนักเตะที่เกิดและเติบโตที่ประเทศฝรั่งเศส 6 ราย ไล่ตั้งแต่แนวรับ 2 คน คือ อิสซ่า ดิยอป และเรดูอาน อัล-อัล ส่วนแดนกลางมี 4 ราย คือ อายุบ บูอั๊ดดี้, ซามีร์ เอล มูราเบ็ต, นีล เอล อายนาวี และเฌสซิม ยาสซีน 3 ใน 4 เป็นดาวรุ่งอายุไม่เกิน 20 ปี มีเพียง นีล เอล อายนาวี ที่อายุ 25 ปี
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : ไมค์ เมญอง, ฌูลส์ คุนเด้, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, วิลเลี่ยม ซาลิบา, ลูก้าส์ ดีญ, มานู โกเน่, อาเดรียง ราบิโอต์, อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิ่ล โอลิเซ่, เดซิเร่ ดูเอ้ และคีลิยัน เอ็มบัปเป้
โมร็อกโก (4-2-3-1) : ยาสซีน โบโน่, อาชราฟ ฮาคิมี่, อิสซ่า ดิยอป, เรดูอาน อัล-อัล, นูสแซร์ มาซราวี, อายุบ บูอั๊ดดี้, นีล เอล อายนาวี, บราฮิม ดิอาซ, อัซเซดีน อูนาฮี, บิลาล เอล คานนูสส์ และโซฟียาน ราฮิมี่
สกอร์ที่คาด : ฝรั่งเศส ชนะ 2-1
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี