542.jpg
ปรีวิว-ฟันธง!‘กระทิง’พร้อมขวิด-สถิติขี่เบลเยี่ยม

ปรีวิว-ฟันธง!‘กระทิง’พร้อมขวิด-สถิติขี่เบลเยี่ยม

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.47 น.


การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำค่ำคืนวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม เป็นเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ 8 ทีมสุดท้าย ลงฟาดแข้งคู่เดียวในเวลา 02.00 น. ที่สนาม โซไฟ สเตเดี้ยม ในเมืองอิงเกลวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา “กระทิงดุ” สเปน แชมป์โลก ปี 2010 และเจ้ายุโรปทีมล่าสุด ปี 2024 จะดวลกับ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม 

 


“กระทิงดุ” สเปน ผ่านเกมดาร์บี้แห่งคาบสมุทรไอบีเรีย ด้วยการบดเอาชนะ “ฝอยทอง” โปรตุเกส 1-0 ประตูชัยมาจาก มิเกล เมริโน่ ซูเปอร์ซับในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+1 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี เพราะนับตั้งแต่คว้าแชมป์โลกสมัยแรกในปี 2010 ก็ตกรอบแรกในปี 2014 ส่วนอีก 2 ครั้งต่อมา 2018 และ2022 จอดป้ายที่รอบ 16 ทีม 

ทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้ สเปน ลงเล่นไป 5 เกม ยังไม่แพ้และเสียประตูให้กับคู่แข่ง แม้จะออกสตาร์ทนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มเสมอ กาบู เวร์ดี้ แบบเซอร์ไพรส์ 0-0 แต่คืนฟอร์มถล่ม ซาอุดีอาระเบีย 4-0 และเฉือนอุรุกวัย 1-0 ส่วนในรอบน็อกเอาต์ระเบิดฟอร์มถล่ม ออสเตรีย แบบเอาต์คลาส 3-0 และเฉือนโปรตุเกสในเกมล่าสุด 1-0 

 

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กุนซือของทัพ “กระทิงดุ” กล่าวชมถึงคุณภาพการเล่นของลูกทีมที่ค่อยๆ ยกระดับขึ้นเรื่อยๆ การบดเอาชนะ โปรตุเกส เปรียบเสมือนกับรอบชิงชนะเลิศ เช่นเดียวกับเกมนี้ ที่ต้องเจอความยากลำบากจนวินาทีสุดท้ายอย่างแน่นอน เกมนี้ยังต้องรอทดสอบความฟิต นิโก้ วิลเลี่ยมส์ และเยเรมี่ ปิโน่ สองแนวรุกที่กำลังอยู่ในขั้นตอนฟื้นฟูสภาพร่างกาย เชื่อว่าน่าจะยังไม่เสี่ยงส่งลงสนามเป็นตัวจริง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้ 11 ผู้เล่นตัวจริงแล้ว ยึดระบบ 4-2-3-1 อูไน ซิมอน ถือครองสถิตินายทวารที่ไม่เสียประตูในฟุตบอลโลกยาวนานที่สุด รวมเกมล่าสุดเป็น 609 นาที ทิ้งสถิติเดิม 517 นาที ของ วอลเตอร์ เซงก้า จากอิตาลีที่ทำไว้ในปี 1990 แนวรับมี เปา กูบาร์ซี่ และอายเมริค ลาปอร์ก ส่วนแดนกลาง โรดรี้ คุมจังหวะเกมร่วมกับ เปดรี้ โดยมี ลามีน ยามาล ประสานงานเกมรุกกับ ดานี่ โอลโม่ และอเล็กซ์ บาเอน่า หน้าเป้าใช้ มิเกล โอยาร์ซาบัล ที่พลาดโอกาสทองฝังเพชรในเกมที่ผ่านมา   

 

ทางฝั่ง “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม ฟอร์มร้อนแรงถล่มเอาชนะ สหรัฐอเมริกา คารังใน ซีแอตเทิ่ล 4-1 ทำให้ตอนนี้เจ้าภาพร่วมทั้ง 3 ชาติ ตกรอบไปหมดแล้ว นี่คือความพ่ายแพ้ที่ยับเยินโดนเจาะตาข่ายมากที่สุดของทัพ “พญาอินทรี” สำหรับการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในรอบ 36 ปี ตอนนั้นโดน เชโกสโลวะเกีย ถล่ม 5-1

 

เบลเยียม ยกระดับการเล่นขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ หลังออกสตาร์ท 2 เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเสมอกับ อียิปต์ 1-1 และอิหร่าน 0-0 มาฟื้นในเกมสุดท้ายถล่ม นิวซีแลนด์ 5-1 ส่วนรอบน็อกเอาต์ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ตามหลัง เซเนกัล 2 ประตู แต่ตามตีเสมอในช่วงท้ายเกม ก่อนจะพลิกเอาชนะ 3-2 ในช่วงการต่อเวลาพิเศษ สร้างความมั่นใจนำไปสู่การถล่มเจ้าภาพสหรัฐอเมริกาแบบราบคาบ  

 

รูดี้ การ์เซีย ปรับทัพแบบเซอร์ไพรส์ด้วยการดร็อป เฌเรมี่ โดกู และเควิน เดอ บรอยน์ ที่เป็นตัวหลักนั่งสำรอง แต่นักเตะที่ถูกส่งลงสนามกลับทำผลงานได้ดีแบบเหลือเชื่อ อย่างไรก็ตามเกมนี้น่าจะหมดสิทธิ์ใช้งาน อมาดู โอนาน่า มิดฟิลด์จากแอสตัน วิลล่า ที่โชคร้ายได้รับบาดเจ็บถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 21 มีรายงานว่าต้องใช้ไม้ค้ำยันระหว่างเดินทางกลับที่พัก ซึ่งผลตรวจออกมามีปัญหาบริเวณเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกต้องพักยาว 7-8 เดือน นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรเชื่อว่าไลน์อัพเดิมที่ทำผลงานได้ดีน่าจะได้สตาร์ทก่อน เปลี่ยนแค่ ฮานส์ วานาเค่น ที่ไปแทนโอนาน่า ตรงกลางตำแหน่งเดียว โดยจะคุมเกมร่วมกับ นิโคลัส ราสคิ่น และยูริ ตีเลมานส์ สามแนวรุกมี โดดี้ ลูเกบากิโอ้ และเลอันโดร ทรอสซาร์ ขึ้นเกมริมเส้น หน้าเป้าให้ ชาร์ลส์ เดอ คาเตลาเร่ ที่ทำ 2 ประตู และ 1 แอสซิสต์ได้สตาร์ทก่อน ส่วน โรเมลู ลูกากู รับบทซูเปอร์ซับแล้วทำผลงานดี ลงสำรองมายิงประตูได้ 3 เกมติด   

 

สถิติการเจอกันของทั้งสองทีม 22 เกมในทุกรายการ สเปน เหนือกว่าชนะ 12 เสมอ 5 และเบลเยียม ชนะ 5 โดยดวลกันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2 ครั้ง หนแรกเป็นเกมรอบก่อนรองชนะเลิศในปี 1986 เสมอกันในเวลา 1-1 ก่อนที่ เบลเยียม จะดวลจุดโทษเอาชนะไปได้ 5-4 อีกครั้งเกิดขึ้นใน 4 ปีต่อมา 1990 เป็นรอบแบ่งกลุ่ม สเปน ล้างแค้นเอาชนะได้ 2-1 หลังจากนั้นพวกเขาไม่แพ้ให้กับ เบลเยียม เลยจากการเผชิญหน้ากัน 8 เกม ชนะได้ถึง 7 และเสมอ 1 

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

สเปน (4-2-3-1) : อูไน ซิมอน, เปโดร ปอร์โร่, เปา กูบาร์ซี่, อายเมริค ลาปอร์ก, มาร์ก กูกูเรลญ่า, เปดรี้, โรดรี้, ลามีน ยามาล, ดานี่ โอลโม่, อเล็กซ์ บาเอน่า และมิเกล โอยาร์ซาบัล

เบลเยียม (4-2-3-1) : ตีโบต์ กูร์กตัวส์, ทีโมธี กาสตานเญ่, นาธาน เอ็นกอย, แบรนดอน เมอเชเล่, มักซิม เดอ คุยเปอร์, นิโคลัส ราสคิ่น, ฮานส์ วานาเค่น, โดดี้ ลูเกบากิโอ้, ยูริ ตีเลมานส์, เลอันโดร ทรอสซาร์ และชาร์ลส์ เดอ คาเตลาเร่   

สกอร์ที่คาด : สเปน ชนะ 2-0 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top