วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม เป็นเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ 8 ทีมสุดท้าย มีลงสนาม 2 คู่ ออกสตาร์ทในเวลา 04.00น. ที่สนาม ฮาร์ดร็อก สเตเดี้ยม ในเมืองไมอามี่ การ์เด้นส์ รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการเจอกันของสองทีมจากยุโรป “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ จะดวลกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ
“ไวกิ้ง” นอร์เวย์ เพิ่งล้มยักษ์อย่าง “แซมบ้า” บราซิล 2-1 ในรอบ 16 ทีม จากการทำคนเดียวสองประตูของ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ ด้วยรูปเกมที่ครองบอลและต่อบอลเหนือกว่า โอกาสยิง 9 ครั้ง ตรงกรอบ 5 ครั้ง ทำให้พวกเขายังถือครองสถิติเป็นชาติเดียวในโลกที่ทัพ “เซเลเซา” ไม่สามารถคว้าชัยเหนือพวกเขาได้เลย (สถิติดวลกัน 5 นัด นอร์เวย์ชนะ 3 เสมอ 2)
ส่วนผลงาน 5 เกมในทัวร์นาเมนต์นี้ ชนะ 4 แพ้ 1 เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่มถล่ม อิรัก 4-1 ตามด้วยการเฉือน เซเนกัล 3-2 พักแกนหลักพ่าย ฝรั่งเศส 1-4 ส่วนในรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมก็เฉือน ไอวอรี่ โคสต์ 2-1 และชนะบราซิลในรอบ 16 ทีมด้วยสกอร์เดียวกัน
สตาเล่ โซลบัคเค่น กุนซือของทีมชาตินอร์เวย์ ยกย่องสปิริตของลูกทีมหลังสามารถทะลุเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ การล้ม บราซิล แสดงให้เห็นว่าทีมของเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกชาติ เกมนี้ต้องรอทดสอบความฟิต เดวิด โมลเลอร์ โวล์ฟ แบ็กซ้ายที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยในช่วงทดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ส่วนแข้งรายอื่นๆ ถือว่าพร้อม รักษาเนื้อรักษาตัวดีไม่มีนักเตะติดคาดโทษใบเหลืองเลย ใส่ได้เต็มสูบ มีความเป็นไปได้สูงที่จะยึดไลน์อัพเดิมในระบบ 4-3-3 ได้ ยูเลี่ยน ไรเยอร์ซอน กลับมาประจำการแบ็กขวา ตรงกลางวาง ซานเดอร์ เบอร์เก้ และแพทริค เบิร์ก เป็นตัวตัดเกม โดยมี มาร์ติน โอเดการ์ด มีอิสระในการเล่นเกมรุกประสานงานกับสามแดนหน้าอย่าง อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ, อันโตนิโอ นูซ่า และเออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ ที่กดไปแล้ว 7 ประตู
ทางฝั่ง “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ เพิ่งลบฝันร้ายเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ด้วยการบุกคว้าชัยเหนือเจ้าภาพร่วมอย่าง “จังโก้” เม็กซิโก ไปแบบสุดมันส์ 3-2 ถึงสนาม เอสตาดิโอ อัซเตก้า จากการเหมาสองประตูของ จู๊ด เบลลิ่งแฮม และจุดโทษของ แฮร์รี่ เคน ชัยชนะนัดนี้ ยังถือเป็นการยัดเยียดความปราชัยเป็นครั้งแรกให้กับ เม็กซิโก ในการลงเล่นศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่วิหารอัซเตก้า ก่อนหน้านี้ถือสถิติสุดแกร่ง 10 ชนะ 8 เสมอ 2
ทำให้ อังกฤษ ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้มา 5 เกม ยังคงไม่แพ้ใคร รอบแบ่งกลุ่ม ถล่ม โครเอเชีย 4-2 ตามด้วยเสมอ กาน่า 0-0 และต้อน ปานามา 2-0 ส่วนรอบน็อกเอาต์ 32 ทีม เฉือน ดีอาร์ คองโก 2-1 และล่าสุด 16 ทีม เฉือน เม็กซิโก 3-2
โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ของทัพ “สิงโตคำราม” ชื่นชมลูกทีมที่ต่อสู้ได้อย่างกล้าหาญในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดัน เปรียบเสมือนนัดชิงชนะเลิศ อย่างไรก็ตามเกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน จาเรลล์ ควอนซาห์ แนวรับที่ติดโทษแบนจากการถูกใบแดงโดยตรง ส่วนพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัวอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน บาดเจ็บระหว่างฉลองชัยชนะร่วมกับแฟนบอลเสียหลักลื่นล้มจากการกระโดดข้ามป้ายโฆษณา บาดเจ็บบริเวณข้อมือต้องเข้ารับการผ่าตัด หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมในเกมที่เหลือของทัวร์นาเมนต์นี้ ตำแหน่งแบ็กขวายังเป็นปัญหาของทีม ไม่รู้ว่า รีซ เจมส์ จะพร้อมหรือไม่ ตามรายงานกำลังอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูสภาพร่างกาย แต่หากลงไม่ได้ก็จำเป็นต้องใช้ เจด สเปนซ์ มี 4 ผู้เล่นที่ติดคาดโทษใบเหลือง คือ มาร์ค เกอี, นิโก้ โอไรลีย์, เดแคลน ไรซ์ และจู๊ด เบลลิ่งแฮม ซึ่งเป็นแกนหลักทั้งหมด เชื่อว่าสตาร์ทตัวจริงแน่ แต่น่าจะถูกกระชับให้เล่นอย่างระมัดระวังตัว ที่เหลือ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ปักหลักแดนกลางเหมือนเดิม ริมเส้นสองฝั่งใช้ บูกาโย่ ซาก้า และแอนโธนี่ กอร์ดอน โดยมี แฮร์รี่ เคน ที่กดไปแล้ว 6 ประตู เป็นหน้าเป้าตัวจบสกอร์
สถิติการเจอกันของทั้งสองทีม 12 เกม ในทุกรายการ อังกฤษ เหนือกว่า ชนะ 7 เสมอ 3 และ นอร์เวย์ ชนะ 2
ไม่เคยดวลกันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย มีแต่รอบคัดเลือก 4 ครั้ง ในปี 1982 ผลัดกันชนะบ้านใครบ้านมัน และปี 1994 นอร์เวย์ บุกเสมอที่ เวมบลีย์ 1-1 ก่อนจะเปิดบ้านทุบ อังกฤษ 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกา ในฐานะแชมป์กลุ่ม
ส่วน อังกฤษ จบอันดับ 3 ของกลุ่ม บุกไปพ่ายให้กับ เนเธอร์แลนด์ ในเกมสำคัญที่ร็อตเธอร์ดัม 0-2 อดไปเล่นรอบสุดท้าย
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
นอร์เวย์ (4-3-3) : ออร์ยาน นีลันด์, ยูเลี่ยน ไรเยอร์ซอน, คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์, ทอร์บิยอร์น เฮ็คเก็ม, เดวิด โมลเลอร์ โวล์ฟ, มาร์ติน โอเดการ์ด, ซานเดอร์ เบอร์เก้, แพทริค เบิร์ก, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ, เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ และอันโตนิโอ นูซ่า
อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พีคฟอร์ด, รีซ เจมส์, เอซรี่ คอนซ่า, มาร์ค เกอี, นิโก้ โอไรลีย์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เดแคลน ไรซ์, บูกาโย่ ซาก้า, จู๊ด เบลลิ่งแฮม, แอนโธนี่ กอร์ดอน และแฮร์รี่ เคน
สกอร์ที่คาด : อังกฤษ ชนะ 2-1
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี