542.jpg
คอลัมน์ Dream for ALL: ลูกฟุตบอลของฟุตบอลโลก

คอลัมน์ Dream for ALL: ลูกฟุตบอลของฟุตบอลโลก

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.44 น.


หากเราสกรูกลับไป ลูกฟุตบอลที่ใช้ในยุคแรกของการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งแรก ปี 1930

 


ปฐมบทก็คือ “บอลเบอร์ 5” และเป็นสีน้ำตาลเข้ม ทำจากหนังวัว ชัดเจนมาก ๆ ก็คือมีลักษณะตัวอักษรภาษาอังกฤษ คือตัว “T” เป็นที่มาของคำว่า T-model หรือ T-Shape model

 

อีกจุดที่เหมือนกันก็คือ มีรอยเย็บเป็นแผง โดยมีหนังประกอบรวมกันทั้งหมด 12 ชิ้น ว่ากันว่า ต้นแบบนำมาจากประเทศอังกฤษ

 

แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด และมันไม่จบง่ายๆ!!!

 

คู่ชิงชนะเลิศ บอลโลกสมัยแรก คือ อุรุกวัย เจ้าภาพ กับ อาร์เจนติน่า ที่กรุงมอนเตวิเดโอ ปรากฏว่า ทั้งสองฝ่ายต่างมีลูกฟุตบอลของตัวเอง และตกลงกันไม่ได้ ทำให้นัดชิงต้องใช้ลูกฟุตบอล 2 ลูก

 

ครึ่งแรกใช้ของ อาร์เจนติน่า สไตล์ลูกบอลคือ “Tiento”

 

ครึ่งหลังใช้ของ อุรุกวัย คือ “T-model”

 

ผลออกมาคือ ครึ่งแรก อาร์เจนติน่า นำก่อนด้วยบอลของตัวเอง 2-1 พอมาครึ่งหลังใช้บอลของอุรุกวัย กลายเป็นพวกเขายิงได้ถึง 3 ประตู ส่งผลให้ อุรุกวัย ชนะ 4-2 คว้าแชมป์โลกไปครอง

 

สำคัญนะครับลูกฟุตบอล!!!!

 

ขณะเดียวกัน หลายคนจดจำกันได้ว่า ลูกฟุตบอลใบแรกของ อาดิดาส ในฟุตบอลโลก คือ “เทลสตาร์” เมื่อปี 1970 ได้รับความนิยมอย่างมาก และจากนั้นเป็นต้นมาก็มีการพัฒนาการที่เกิดขึ้นในทุก ๆ สมัยของเวิลด์คัพ ดรีม

 

ซึ่งที่จริงแล้วเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการไปก่อนหน้านั้นแล้ว นั่นก็คือ ในศึกยูโร 1968 ชื่อว่า Telstar Elast

 

ก่อนจะมาดังคับโลกในเวลาต่อมา

 

เรื่องราวของลูกบอลระดับโลกตรงนี้นั้น อาดิดาส เริ่มผลิตลูกฟุตบอลในปี 1963 และเทลสตาร์ ปรากฏให้เห็นในช่วงปลายทศวรรษ 1960ในการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปปี 1968 ก่อนที่จะกลายเป็นลูกฟุตบอลอาดิดาสลูกแรกในฟุตบอลโลกปี 1970 ที่เม็กซิโก ในอีก 2 ปีต่อมา

 

ลูกบอลเทลสตาร์ 1970 เป็นลูกหนัง ที่คุ้นตา จนเป็นต้นแบบของการออกแบบลูกฟุตบอลระดับโลก ที่เราเรียกกันตามๆ กันมาว่า "บอลเปเล่"

 

เพราะมันเกิดใน ยุคของ "ไข่มุกดำ" แห่งบราซิล ครองแชมป์โลก เป็นสมัยที่ 3 

 

ก่อนที่จะมี "บอลเปเล่" ในบ้านเราให้ฮิตกันเกร่อในยุคต่อๆ มา

 

“เทลสตาร์" ถูกตั้งชื่อให้เกียรติกับ "เทลสตาร์ 1" ดาวเทียมที่ถูกส่งขึ้นไป เมื่อ 10 กรกฎาคม 1962 โคจรรอบโลกเป็นวงรี โดยใช้การควบคุมการโคจรจากสถานีภาคพื้นดินที่อยู่บนโลก ดาวเทียมดวงนี้ถือว่าเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ใช้ในการสื่อสารอย่างแท้จริง และใช้ส่งรายการโทรทัศน์รวมลงมาด้วย

 

นั่นก็เพราะว่า บอลโลก ปี 1970 คือครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสด “แบบสี” ผ่านทางโทรทัศน์ หลังจากเริ่มถ่ายทอดสดเป็นแบบ “ขาวดำ” ตั้งแต่บอลโลก 1954

 

ที่สำคัญก็คือ ลูกบอลที่เตะกันกลายเป็น “บอลหนัง" แบบแรกของโลก ไม่ได้ใช้ "บอลยาง" อย่างที่ผ่านๆ มา 

 

เป็นหนังเย็บติดกัน 32 ชิ้น แบ่งเป็นสีดำ 5 เหลี่ยม 12 ชิ้น และสีขาว 6 เหลี่ยม 20 ชิ้น สาเหตุที่ใช้แต่หนังสีขาว-ดำนั้น 

 

มีเหตุผลเหตุผลหนึ่งระบุว่าเป็นเพราะว่าเป็นปีที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกไปทั่วโลกเป็นครั้งแรก โดยยุคนั้นทีวีส่วนใหญ่เป็น "ทีวีขาวดำ"

 

จากนั้นลูกฟุตบอลรุ่นสำหรับฟุตบอลโลกปี 1974 ที่เยอรมนีตะวันตก โดดเด่นด้วยการเคลือบโพลียูรีเทน ซึ่งช่วยกันน้ำและช่วยรักษารูปทรงของลูกบอลและทนต่อการเสียดสี

 

โพลียูรีเทนมีความยืดหยุ่นและไม่แข็งตัวในสภาพอากาศหนาวเย็น ซึ่งแตกต่างจากหนัง การแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปปี 1984 ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญครั้งแรกที่ใช้ลูกฟุตบอลที่ไม่ใช่หนังทั้งหมด

 

จากนั้นอีกสองปีต่อมา ลูกฟุตบอลสังเคราะห์ลูกแรกสำหรับฟุตบอลโลก 1986 ก็ถูกนำมาใช้

 

ซึ่งครั้งนั้นลูกบอลอัซเตก้า ได้รับการยกย่องในเรื่องของลวดลาย และใส่ตำนานต่าง ๆ ลงไปในลูกฟุตบอลได้อย่างยิ่งใหญ่ที่สุด

 

ลูกบอกอัซเตก้า มาจากความหมายสำคัญของ "แอซเท็ก" กลุ่มอารยชน ที่ฉลาด เก่งเรื่องเกษตร และโหราพยากรณ์ ที่สามารถพลิกฟื้นผืนแผ่นดินของพวกเขา ที่ไร้ซึ่งผู้ใดหรือว่าจะใครคิดเหลียวแล 

 

ให้กลายเป็นผืนแผ่นดินทองคำ ในช่วงคริสต์ศักราชที่ 12-13 

 

โดยเป็นกลุ่มที่อพยพจาก ตอนเหนือของอเมริกา มาปักหลักอยู่ เซ็นทรัล เม็กซิโก ซึ่งปัจจุบันก็คือเมืองเม็กซิโก ซิตี้ ที่นิยมการบูชายันต์โดยใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวยต่อเทพเจ้า ก่อนจะโดนโค่นด้วยมือของ เอร์นาน คอร์เตส นายพลชาวสเปน ในปี 1521

 

อีกหนึ่งตัวอย่างของการใส่ตำนานลงไปในลูกบอล ก็คือ "อีทรัสกัน" ในปี 1990 ที่อิตาลี 

 

ลวดลายที่ใช้ในลูกฟุตบอลอีทรัสโก้ ก็นำมาจากในสมัยต้นยุคประวัติศาสตร์และอารยธรรมโรมัน 600 ปี ก่อน ค.ศ. ที่มีชื่อว่า "อีทรัสกัน" ที่มีสัญลักษณ์คือ สิงโต3หัว

 

กล่าวคือ อีทรัสกัน ซึ่งเป็นพวกที่ วางรูปวัฒนธรรมของชาวโรมันแต่เริ่มแรก โดยรับอารยธรรมกรีกมาผสมผสานกับอารยธรรมของตนและส่งต่อให้กับโรม การปกครองของโรมในระยะแรกอยู่ภายใต้ การปกครองของกษัตริย์ที่มีพื้นเพเป็น อิทรัสกัน ก่อนที่ขุนนางโรมันจะยึดอำนาจ 509 ปี ก่อน ค.ศ. 

 

ขุนนางโรมันประสบความสำเร็จในการล้มกษัตริย์อีทรัสกัน และ เปลี่ยนแปลงระบอบกษัตริย์มาเป็นสาธารณรัฐปกครองโดยชนชั้นขุนนาง

 

ยิ่งไปกว่านั้น อีทรัสกัน ยังทำจากวัสดุสังเคราะห์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการใช้ ใยสังเคราะห์ และใช้น้ำยางที่สร้างความ เหนียวแน่น และทนแต่แรงเสียดสี ป้องกันแรงฉีกขาดได้ดีกว่าเดิม พร้อมทั้งการผสมโพลียูริเทนเข้าไปในการผลิตเพื่อกันน้ำ 100% 

 

ความงามของมันก็คือ มีลวดลายมาในแนวอิงประวัติศาสตร์ของ อิตาลี ด้วยการมีหัวสิงโต 3 หัวในสไตล์ของอีทรัสกัน

 

ชีพจรฟุตบอลเดินทางมาถึงวันนี้ อาดิดาส คือผู้ผลิตมาโดยตลอดกับลูกบอลของฟุตบอลโลก แล้วใครล่ะคือเจ้าสุดท้ายก่อนจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปตลอดกาล

 

บันทึกหลายแห่งตรงกันครับ นั่นก็คือ  Slazenger บริษัทในแถบดาร์บี้เชอร์ของอังกฤษ

 

เมื่อปี 1966 ซึ่ง อังกฤษ เป็นเจ้าภาพนั้น “Slazenger” ใช้ชื่อลูกบอลว่า Challenge 4-star ส่วนประกอบรวมกันคือ 18 ชิ้น 

 

สีของลูกบอลจะออกไปทางเหลือง และส้ม พร้อมกับได้รับการทดสอบจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ที่โซโห สแควร์

 

มีหนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ soccer ball จากข้อมูลของ มร.การ์ลอส เดล คาสติลโล่ ระบุว่า มีลูกฟุตบอลชื่อว่า “ซานติอาโก” สีขาวจากอาดิดาส เกือบจะได้เป็นลูกบอลอย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลกปี 1966 แต่แพ้ สลาเซนเกอร์ 

 

ทำให้บันทึกเอาไว้ว่า Challenge 4-star เป็นลูกฟุตบอลจากผลิตอื่นลูกสุดท้าย ก่อนเข้าสู่ยุคของ "Telstar" หรือ "บอลเปเล่"

 

มาถึงวันนี้ลูกฟุตบอลเปลี่ยนไปทุกยุคทุกสมัย นี่คือลูกบอล “ลำดับที่ 15” ในการออกแบบของอาดิดาส กับบอลโลกครั้งนี้ ชื่อว่า TRIONDA หรือ ทรีอนด้า

 

TRIONDA นำเสนอวิวัฒนาการล่าสุด adidas Connected Ball ที่มีการใส่ระบบชิปสุดล้ำสมัยที่ติดตั้งด้านข้าง มาพร้อมเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยที่ความถี่ 500Hz (IMU) โดยอยู่ในชิ้นส่วน 1 แผ่นจาก 4 แผ่นที่ประกอบเป็นลูกฟุตบอล แทนการติดตั้งไว้ตรงกลางและยึดด้วยระบบกันสะเทือน และยังมีการเพิ่มน้ำหนักที่ชิ้นส่วนอีก 3 แผ่น ที่ช่วยทำให้ลูกฟุตบอลลอยในอากาศได้อย่างสมดุลและมีเสถียรภาพ

 

มาในการแข่งขัน 4 นัดที่เหลืออยู่ ณ เวลานี้ มันจะคือรอบรองชนะเลิศสองนัดรอบชิงที่สามและรอบชิงชนะเลิศจะมีการเปลี่ยนแปลงลูกฟุตบอลอีกครั้ง

 

มาเป็น “TRIONDA FINAL” ออกแบบในโทนสีทอง สีขาว และสีดำ นับเป็นครั้งแรกที่อาดิดาส ปรับดีไซน์ของลูกฟุตบอลอีกต่างหาก

 

บอลที่ใช้ในในรอบนี้ ยังคงมีการใช้โครงสร้างและรูปทรงชิ้นส่วนแบบ 4 แผ่น รวมถึงโครงสร้างพื้นผิวแบบเดียวกับลูกฟุตบอล TRIONDA ทุกประการ แต่มีวิวัฒนาการล่าสุดของเทคโนโลยี adidas Connected Ball Technology ซึ่งจะส่งข้อมูลของลูกบอลที่แม่นยำแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ทีมผู้ตัดสินสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยยกระดับการวิเคราะห์เจาะลึกข้อมูลเชิงสถิติในเกมฟุตบอลยุคใหม่อีกด้วย

 

หลากยุคหลากสมัย ทุกอย่างก็เดินต่อไปด้วยกัน เช่นเดียวกับลูกฟุตบอล ที่เค้าบอกว่า ลูกกลม ๆ มีลมอยู่ข้างใน ตัดสินกันได้ในเสี้ยววินาที

 

อยู่ที่สุดท้ายใครจะยิงประตูสู่ฝัน เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

ในปีที่เวิลด์คัพสนุกมาก กับ 100 นัดที่ผ่านไปอย่างโชกโชน.........

 

บี แหลมสิงห์ 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top