542.jpg
ปรีวิว-ฟันธง!ไก่ตีกระทิงลุ้นชิงบอลโลก

ปรีวิว-ฟันธง!ไก่ตีกระทิงลุ้นชิงบอลโลก

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.32 น.

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำค่ำคืนวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ ลงเล่นในเวลา 02.00น. ที่สนาม เอทีแอนด์ที สเตเดี้ยม ในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการดวลกันของสองชาติจากยุโรปที่มีพรมแดนติดกัน “ตราไก่” ฝรั่งเศส จะพบกับ “กระทิงดุ” สเปน 


 

“ตราไก่” ฝรั่งเศส โชว์ความนิ่งด้วยการต้อนเอาชนะ “ราชสีห์แห่งแอตลาส” โมร็อกโก 2-0 ด้วยรูปเกมที่เหนือกว่าแบบชัดเจน ได้ประตูจากสองแนวรุกอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และอุสมาน เดมเบเล่ ทำให้ทั้งสองคนยิงรวมกันในทัวร์นาเมนต์นี้ไปแล้ว 13 ประตู จาก 16 ประตูที่ทำได้ เอ็มบัปเป้ กดไป 8 เดมเบเล่ 5 นี่คือการผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกในฟุตบอลโลกเป็นหนที่ 8 ของพวกเขา โดยคว้าแชมป์โลกได้ 2 สมัยในปี 1998 ที่เป็นเจ้าภาพ และ 2018 ที่ประเทศรัสเซีย 

 

เส้นทาง 6 เกมที่ผ่านมา รอบแบ่งกลุ่มชนะ 3 นัดรวด ถล่ม เซเนกัล 3-1 ตามด้วย อิรัก 3-0 และนอร์เวย์ 4-1 ส่วนรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมอัด สวีเดน 3-0 ต่อด้วยการเฉือน ปารากวัย 1-0 และต้อน โมร็อกโก 2-0 ทำให้ตอนนี้กดไปแล้ว 16 เสียแค่ 2 ประตูเท่านั้น 

ดิดิเย่ร์ เดสชองส์ กล่าวชมลูกทีมที่เล่นด้วยสมาธิโฟกัสกับเกมในสนามตลอด 90 นาที พร้อมมองว่าทัวร์นาเมนต์นี้พวกเขาไม่ได้รู้สึกกดดันเหมือนกับ 4 ปีที่แล้ว เพราะตอนนั้นมาในฐานะของแชมป์เก่า 

 

เกมนี้รอทดสอบความฟิตของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่บาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนจะขอเปลี่ยนตัว แต่สามารถเดินออกจากสนามเองได้ ไม่มีการกระเผลก เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร บรรดานักเตะที่มีใบเหลืองคาดโทษรักษาเนื้อรักษาตัวดี ไม่มีใครติดโทษแบน ส่วนในรายของ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ น่าจะฟิตแล้ว อยู่ที่จะ ดิดิเยร์ เดสชองส์ จะตัดสินใจอย่างไร เพราะ มานู โกเน่ ที่ทำหน้าที่แทนกำลังเล่นได้อย่างมั่นใจ ส่วนตัวหลักคือ อาเดรียง ราบิโอต์  แนวรุกวาง อุสมาน เดมเบเล่ ประสานงานกับ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ และบรัดเล่ย์ บาร์โกล่า หรือเดซิเร่ ดูเอ้ โดยมี คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ผู้นำดาวซัลโว 8 ประตู ยืนเป็นหน้าเป้า  

 

ทางฝั่ง “กระทิงดุ” สเปน เฉือนเอาชนะ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม มาแบบหืดขึ้นคอ 2-1 ได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมจาก มิเกล เมริโน่ ที่สวมบทซูเปอร์ซับลงไปซัดในนาทีที่ 88 พวกเขาเสียประตูแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ อูไน ซิมอน หยุดสถิติคลีนชีตติดต่อกันในฟุตบอลโลกไว้ที่ 650 นาที ถือเป็นการผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกเป็นครั้งที่ 3 หนแรกเกิดขึ้นในปี 1950 คว้าอันดับ 4 และอีกครั้งคือการคว้าแชมป์ในปี 2010 

 

โดยผลงาน 6 เกมที่ผ่านมา รอบแบ่งกลุ่ม เสมอ กาบู เวร์ดี้ 0-0 ก่อนจะถล่ม ซาอุดีอาระเบีย 4-0 และปิดท้ายด้วยการเฉือน อุรุกวัย 1-0 รอบน็อกเอาต์ 32 ทีม ถล่ม ออสเตรีย 3-0 ตามด้วยรอบ 16 ทีม เฉือน โปรตุเกส 1-0 และรอบรองชนะเลิศบด เบลเยียม 2-1 ทำไป 11 เสียแค่ 1 ประตูเท่านั้น 

 

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กุนซือของทัพ “กระทิงดุ” เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ มองว่าเกมนี้เป็นการเจอกันของสองทีมที่เล่นฟุตบอลด้วยคุณภาพสูง เชื่อมั่นว่าโอกาสเปิดกว้างสำหรับทั้งสองทีมในการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เกมนี้ไม่มีรายงานนักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบน เพราะมีการล้างใบเหลืองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นัดที่มีการปรับทัพ 1 ตำแหน่งด้วยการดรอป เปดรี้ นั่งสำรองส่ง ฟาเบียน รุยซ์ ลงตัวจริงแล้วทำประตูได้ มีแววจะได้ออกสตาร์ทตัวจริงต่อไปคุมแดนกลางร่วมกับ โรดรี้ เกมรุกนำทัพโดย ลามีน ยามาล จากบาร์เซโลน่า และดานี่ โอลโม่ ที่ยึดตัวจริงต่อเนื่อง ส่วนทางซ้าย นิโก้ วิลเลี่ยมส์ กลับมาลงสำรองในเกมล่าสุด แต่สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ คาดว่า อเล็กซ์ บาเอน่า จะได้เล่นก่อน โดยมี มิเกล โอยาร์ซาบัล เป็นหน้าเป้า 

 

สถิติการเจอกันของทั้งสองทีม 38 เกมในทุกรายการ สเปน ชนะ 18 เสมอ 7 และฝรั่งเศส ชนะ 13 ดวลกันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแค่ 1 ครั้ง เกิดขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อปี 2006 ฝรั่งเศส ถล่ม 3-1 ดาบิด บีญ่า ซัดให้ สเปน นำก่อน แต่มาโดน “ตราไก่” รัวสามเม็ดรัวจาก ฟรองค์ ริเบรี่, ปาทริค วิเอร่า และซีเนอดีน ซีดาน อย่างไรก็ตาม 2 ครั้งหลังสุดที่พบกัน สเปน คว้าชัยได้หมด ซึ่งเป็นเกมรอบรองชนะเลิศ ถึง 2 รายการ เริ่มจาก ยูโร 2024 ฝรั่งเศส นำก่อนจาก ร็องดาล โคโล่ มูอานี่ แต่ สเปน มารัวสองประตูรวดแซงชนะ 2-1 จาก ลามีน ยามาล และดานี่ โอลโม่ ก่อนจะเข้าไปเฉือน อังกฤษ ด้วยสกอร์เดียวกัน คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 4 ส่วนหนล่าสุดคือรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2025 สเปน เฉือนเอาชนะไปแบบสุดมันส์ 5-4 

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 


ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : ไมค์ เมญอง, ฌูลส์ คุนเด้, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, วิลเลี่ยม ซาลิบา, ลูก้าส์ ดีญ, มานู โกเน่, อาเดรียง ราบิโอต์, อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิ่ล โอลิเซ่, บรัดเล่ย์ บาร์โกล่า และคีลิยัน เอ็มบัปเป้

สเปน (4-2-3-1) : อูไน ซิมอน, เปโดร ปอร์โร่, เปา กูบาร์ซี่, อายเมริค ลาปอร์ก, มาร์ก กูกูเรลย่า, โรดรี้, ฟาเบียน รุยซ์, ลามีน ยามาล, ดานี่ โอลโม่, อเล็กซ์ บาเอน่า และมิเกล โอยาร์ซาบัล     


สกอร์ที่คาด : ฝรั่งเศส ชนะ 2-1

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top