วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ฟุตบอลโลก เดินทางมาถึงรอบคัดเชือก ค่ำคืนวันอังคารนี้จะเป็นการดวลกันระหว่าง "กระทิงดุ" สเปน และ "ตราไก่" ฝรั่งเศส โดยทั้งคู่มีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นเดิมพัน
ฝรั่งเศส แชมป์โลกปี 2018 หวังผ่านเข้าชิงเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ สเปน แชมป์โลกปี 2010 ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติที่ 4 ที่ครองทั้งแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปพร้อมกัน
ไฮไลต์ของเกมหนีไม่พ้นการเผชิญหน้าระหว่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ กับ ลามีน ยามาล สองแนวรุกที่ถูกยกให้เป็นซูเปอร์สตาร์ต่างยุค
เอ็มบัปเป้ แจ้งเกิดบนเวทีฟุตบอลโลกปี 2018 หลังยิง 2 ประตูใส่อาร์เจนตินาของ ลิโอเนล เมสซี ในรอบ 16 ทีม ก่อนพาฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกด้วยวัยเพียง 19 ปี
ปัจจุบัน ดาวยิงวัย 27 ปี เพิ่งจบฤดูกาลกับเรอัล มาดริดด้วยผลงาน 42 ประตูจาก 44 นัด เป็นดาวซัลโวทั้งลา ลีกา และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขายิงไปแล้ว 8 ประตูจาก 6 นัด เท่ากับ เมสซี นำเป็นดาวซัลโวร่วม และมีส่วนร่วมกับประตูมากที่สุดในรายการถึง 11 ประตู
เอ็มบัปเป้ ยิงในฟุตบอลโลกรวมแล้ว 20 ประตู เป็นรองเพียงเมสซี (21 ประตู) และทำลายสถิติเดิมของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ (16 ประตู) ไปเรียบร้อย
นอกจากนี้ เขายังแซง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ขึ้นเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศส ด้วยผลงาน 64 ประตูจาก 104 นัด
อดีตกองหน้าอย่างชิรูด์กล่าวว่า เอ็มบัปเป้ มีทั้งความทะเยอทะยาน ความมั่นใจ และภาวะผู้นำมาตั้งแต่อายุยังน้อย ขณะที่สื่อจากฝรั่งเศสเชื่อว่า หากรักษามาตรฐานได้ เขาจะก้าวขึ้นเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติฝรั่งเศส แซงทั้ง ซีเนดีน ซีดาน และ มิเชล พลาตินี
มาว่ากันที่ฝั่ง ยามาล ที่เพิ่งอายุครบ 19 ปี แต่ถูกยกให้เป็นดาวรุ่งหมายเลขหนึ่งของโลก หลังแจ้งเกิดเต็มตัวกับบาร์เซโลนา และพาสเปนคว้าแชมป์ยูโร 2024
อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บแฮมสตริงเมื่อเดือนเมษายนส่งผลต่อความฟิต ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้เขายิงได้เพียง 1 ประตูจาก 5 นัด
หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กุนซือทีมชาติสเปน ยืนยันว่าไม่กังวล พร้อมบอกว่าวันของ ยามาล ในฟุตบอลโลกกำลังจะมาถึง และสิ่งสำคัญไม่ใช่การยิง 10 ประตู แต่คือการสร้างความแตกต่างในเกมใหญ่
สไตล์การเล่นของสเปนก็เปลี่ยนไปจากชุดแชมป์ยูโร เพราะทั้งยามาลและ นิโก้ วิลเลียมส์ ยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย ทำให้ทีมเน้นการครองบอลมากขึ้น ส่งผลให้ยามาลต้องเล่นในพื้นที่แคบและเจอกับการประกบสองคนบ่อยครั้ง
แม้จะยิงได้น้อย แต่เขายังสร้างอันตรายด้วยการเลี้ยงบอลและการเล่นเกมรับ โดยชนะการดวลตัวต่อตัวมากที่สุดของทีมในเกมชนะเบลเยียมรอบก่อนรองชนะเลิศ
อดีตกุนซือบาร์เซโลนาอย่าง ชาบี ยังยกย่องว่า ยามาล มีอิทธิพลต่อเกมเกินวัย และเปรียบเทียบเขากับนักเตะระดับตำนานอย่าง เมสซี, มาราโดนา, เปเล่ และ โรนัลโด (R9)
หากเทียบผลงานของทั้งคู่จากการพบกันทั้งหมด 10 นัดแม้ว่า เอ็มบัปเป้ จะยิงได้มากกว่า 9 ประตู ขณะที่ ยามาล ยิง 6 ประตู แต่ดาวเตะสเปน นั้นเป็นฝ่ายชนะถึง 8 ครั้ง
เกมรอบรองชนะเลิศครั้งนี้จึงถือเป็นการเผชิญหน้าที่สำคัญที่สุดของทั้งคู่ เพราะผู้ชนะมีโอกาสสูงที่จะก้าวไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ในวันที่ 19 กรกฎาคม ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์
และผู้ชนะมีได้เพียงหนึ่งเดียว
กาลอป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี