542.jpg
คอลัมน์ Dream For ALL : ‘กระทิง’ปิ้งไก่!

คอลัมน์ Dream For ALL : ‘กระทิง’ปิ้งไก่!

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.47 น.


วันชาติของฝรั่งเศส คึกคักเป็นอย่างมาก มีการเฉลิมฉลองตลอดทั้งวัน แต่สุดท้ายพวกเขาต้องนอนไม่หลับ

 


หรือบางคนก็หลับไปตั้งแต่บอลยังไม่จบก็ได้!!!

 

“ไก่ทองคำ” ฝรั่งเศส ที่พลิกขึ้นมาเป็นเต็ง 1 กลับแพ้พ่ายในทุกกระบวนท่าให้กับ “กระทิงดุ” สเปน อดีตเต็ง 1 ด้วยการใช้คำว่า “เอาท์คลาส” ไปเลย 0-2

 

ดีดิเยร์ เดส์ชองส์ มีโอกาสเขียนประวัติศาสตร์มากมาย หลังจากเขากลายเป็นกุนซือที่คุมทีมมากที่สุดในบอลโลก 26 เกม แต่เขาทิ้งโอกาสเป็น “คนแรก” ที่ได้แชมป์โลกในฐานะผู้จัดการทีมถึง 2 สมัย และพลาดโอกาสจารึกชื่อการเป็นคนแรกที่พาทีมเข้าชิง 3 สมัย

 

ด้วยแทคติคที่สับสนตลอดทั้งเกม

 

5 คนที่มีการเปลี่ยนตัวนั่นคือ วิลเลี่ยม ซาลีบา บาดเจ็บ ต้องส่ง ม็อกซองต์ ลาครัวส์ ลงเล่นแทน ตั้งแต่กลางครึ่งแรก, พักครึ่งเปลี่ยน อาเดรียง ราบิโอต์ ที่ติดใบเหลืองและเริ่มสุ่มเสี่ยงต่อใบแดงออกไป แล้วให้ มานู โกเน่ ลงมาคู่กับ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ต่อด้วยการเอา

บรัดเล่ย์ บาร์โกล่า ออกแล้วให้ เดซิเร่ ดูเอ้ ซึ่งเป็นภาพคุ้นตา ก่อนจะถอด 1 ใน 3 เทพออกนั่นคือ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ แล้วให้ รายาน แชร์กี ลงเล่น และให้ เตโอ แอร์น็องเดซ เป็นแบ๊กซ้ายแทน ลูก้า ดีญ 

 

เป็นการเปลี่ยนตัวจากสถานการณ์ที่น่าผิดหวังตรงกองกลางอย่าง ราบิโอต์ ซึ่งไม่รู้ว่า เดส์ชองส์ คิดมากไปหรือไม่ เพราะมาปรับเล่น ดับเบิ้ลพีว็อต แล้วไม่ใช่พวกที่จ่ายบอลแบบได้เสีย รวมถึงขยับขึ้นไปเล่นในพื้นที่ว่างไม่มีเลยในครึ่งหลัง

 

แชร์กี เสมือนคนดนตรีคนละวง, ดูเอต์ พลาดโอกาสทองที่ควรจะไล่มาเป็น 1-2 ส่วน เตโอ เป็นตัวครอสแบบสุดเส้น น่าเสียดายที่โควต้ากองหน้าตัวใหญ่ที่มี 2 คน ไม่ได้ใช้เลย

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลกับผลที่ออกมาและเกมที่ทุกคนเห็นนั้น “เกินครึ่ง” มาจากความเก่งกาจ และเข้าถึงบทบาทในเกมของ สเปน ทุกคนครับ

 

หลุยส์ เดอ ลา ฟวนเต้ เหมือนกับว่า เขาสั่งลูกทีมมาอย่างไร ให้วิ่งไปตรงไหน ให้ไปทำอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามแบบแผนที่กำหนดมาอย่างมีนัยยะสำคัญ 

 

บอลสองสุดยอดมาก หนึ่งในนั้นคือการได้จุดโทษ กับจุดที่เปราะบางเพียงไม่กี่จุดของฝรั่งเศส และทำให้เกิดผลตรงความผิดพลาดของ ลูก้าส์ ดีญ ที่เลือกโหม่งตั้งแล้วหมุนไปเตะโดน ลามีน ยามาล ซึ่งถ้าคน “เข้าใจกฎ” ของฟุตบอล “สมัยใหม่” จะไม่มาเถียงให้เขินอายกันไปเปล่า ๆ 

 

ลูกนั้นเค้าเรียก “ฟาวล์เต็มตีน” และเป็นที่มาของความพ่ายแพ้จากความผิดหนเดียวพังไปเลย

 

สเปน ชวนให้ ฝรั่งเศส ออกมาไล่บอล มากกว่าการครองบอล, การตัดสินใจที่พวกเขาทำและวิธีการส่งบอล และสำคัญคือ เวลาที่ไม่มีบอล นักเตะสเปน น่ากลัวมากในระเบียบวินัยในการเข้าพื้นที่

 

พวกเขาปิดช่องว่างได้เร็วมาก และทำให้ “บอลสอง” กลับมาอยู่ที่พวกเขาเหมือนกับที่เราจะได้ยินบ่อยว่า “บอลเป็นใจ” แต่ไม่ใช่ครับ มันมาจาก “ความตั้งใจ” ต่างหาก 

 

ซึ่งจังหวะเหล่านี้แหล่ะที่ทำให้ สเปน ได้ชัยชนะ กับสองหนที่ยิงตรงกรอบ และเป็นสองประตูสำคัญ

 

ปัจจัยไม่ใช่ว่า สเปน เก่งกว่า ฝรั่งเศส แต่ศักยภาพของนักเตะเหมาะสมกับแทคติค และมันตรงกับเทคนิคของนักบอล เพราะคุณภาพทางเทคนิคมันแสดงให้เราเห็นตลอดเวลา สมดุลที่ดีทั่วสนาม อีกทั้งตั้งข้อสังเกตุในเรื่องของความนิ่งเพื่อควบคุมสถานการณ์

 

38 นัดอย่างเป็นทางการที่พวกเขาไม่แพ้ใคร กินเวลา 3 ปีครึ่งและกำลังเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 2 เพื่อลุ้นแชมป์สมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ 

 

ผมมี 4 จุดที่น่าสนใจของ สเปน จากรอบรองชนะเลิศนี้มาฝากกันครับ

 

1.โรดรี คือ มิดฟิลด์ที่ยอดเยี่ยมมาก 

 

ผมไม่ได้พูดถึงเปรียบเทียบใคร ไม่ได้ชมว่า นี่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุด เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่ดีที่สุด หรือมิดฟิลด์ตัวรุกที่ดีที่สุด เพราะเคสนี้ไม่ได้เอาใครมาเปรียบเทียบ แต่ โรดรี้ แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของการยืนตำแหน่ง, ความเคลื่อนตัว และความทุ่มเทที่เขาทำในสนาม 

 

เขาสามารถหยุดเกมสวนกลับ และหยุดเกมรุกที่มาตรง ๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวกำหนดจังหวะที่ดีที่สุดในเกม เข้าไปทดแทนช่องว่างต่าง ๆ ได้ในคน ๆ เดียว และเขาดูฟิตกว่าตลอดซีซั่นที่ผ่านมาด้วยซ้ำไป

 

2.อเล็กซ์ บาเอน่า ปีกที่ไม่ใช่ปีก

 

เป็นเรื่องจริงว่า นี่ไม่ใช่ต้นแบบของตัวรุกขวาในอุดมคติจากใครเลย หากเรามองจากคุณสมบัติของเขา เขาไม่ใช่คนที่เร็วที่สุดหรือเก่งที่สุดในการเลี้ยงบอล, จ่ายแบบเฉียบคม และจบด้วยการยิงสวย ๆ 

 

อย่างไรก็ตาม บาเอน่า มีบางสิ่งที่ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในทีมตัวจริงที่ไม่เกี่ยวว่าใครฟิตหรือไม่ฟิต แต่ความมุ่งมั่นในการเล่นเกมรับและการช่วยเหลือ มาร์ค กูกูเรลญ่า ทำให้เขาขึ้นมายึดตัวจริงได้สำเร็จ

 

ในวันที่คุณต้องเผชิญหน้ากับแนวรุกที่ดีที่สุดในโลก การมีมากกว่าเกมรุกย่อมเป็นประโยชน์เสมอ และการรักษาความเสถียร พร้อมกับไม่ปล่อยให้มีช่องว่างสำหรับการโจมตีฝั่งที่มีทั้ง อุสมัน เดมเบเล่ สลับมาจั่วกับ ไมเคิล โอลิเซ่ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจต่อรองได้จากตำแหน่งปีกที่ต้องวิ่งทั้งคืน

 

3.ดานี่ โอลโม่ กับเบอร์ 10 ยุคใหม่

 

เบอร์ 10 ยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่เบอร์ที่ใส่ แต่ไม่ใช่จอมทัพปักหลัก ยืนทะนงอาจองอยู่เหนือแดนคู่แข่ง แต่กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเคลื่อนไหวระหว่างช่องว่าง และมีความคล่องตัวอย่างน่าสนใจในพื้นที่แคบ สามารถเปลี่ยนเกียร์เร่งจังหวะการเล่นด้วยการพาบอลด้วยความเร็ว และรวมทีมได้อย่างยอดเยี่ยมในลำดับการสัมผัสแบบ วัน ทัช เพลย์

 

สเปน ตั้งแต่ชุดเจ้ายุโรป เมื่อ 2 ปีก่อน ให้ความสำคัญกับกคุณภาพทางเทคนิคระหว่างช่องว่าง และการควบคุมเกมผ่านการครองบอล มากกว่าการพึ่งพาการมาถึงกรอบเขตโทษแบบไม่มีส่วนร่วม ดังนั้นเขากับ ฟาเบียน ลุยซ์ ทำให้งานระหว่างไลน์ง่ายขึ้น

 

4.คู่เซ็นเตอร์ต่างวัย

 

ผลงานของหนุ่มน้อยวัย 19 ปี เปา คูบาร์ซี่ ในการรับมือกับการโจมตีที่อันตรายของฝรั่งเศสครั้งนี้ โดยรักษาคลีนชีตไว้ได้ ขณะที่แสดงความยอดเยี่ยมในการครองบอล และคอยอ่านจังหวะเข้าไปดัก “นอกตำแหน่ง” ทำให้บอลฝรั่งเศส เข้าพื้นที่แบบแนวดิ่งแทบไม่ได้ เขาเล่นกับคู่หูต่างวัยอย่าง อายเมอริค ลาปอร์ต ได้อย่างน่าสนใจมาก

 

ลาปอร์ต ในวัย 32 ปี นึกว่าจะ “หมดแล้ว” นับตั้งแต่ออกจาก แมนฯซิตี้ และไปขุดทองอยู่ซาอุดี้ ก่อนจะกลับมาที่บิลเบา เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ด้วยวัย 32 ปี แต่กลับมีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้ ฝรั่งเศส ตกรอบแบบ “เคยมีแผล” กันมาเก่าก่อน

 

ลาปอร์ต เกิดที่เมืองอาแฌ็ง แคว้นนูเวล-อากีแตน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส เขาผ่านการเล่นในระดับเยาวชนทีมชาติฝรั่งเศสทุกระดับ(ยู 17, 18, 19 และ 21) โดยมักจะเป็นกัปตันทีม 

 

เขาถูกเรียกตัวโดย ดีดิเย่ร์ เดอช็องส์ 3 ครั้งตั้งแต่ปี 2016 แต่ไม่เคยได้ลงเล่นเลย กระทั่งเดือนพฤษภาคม 2021 คณะรัฐมนตรีของสเปน ได้มอบสัญชาติให้กับ ลาปอร์ต หลังจากกระบวนการที่สหพันธ์ฟุตบอลสเปน (RFEF) เริ่มต้นในนามของเขา ฟีฟ่าอนุมัติการเปลี่ยนแปลงสัญชาติในสัปดาห์ต่อมา

 

2 ปีก่อน เขาลงเล่นเป็นคนสำคัญตั้งแต่รอบน็อกเอาท์ ช่วยทีมเป็นแชมป์ยูโร 2024 หนึ่งในเส้นทางนั้นคือ ปราบ ฝรั่งเศส ในรอบรองชนะเลิศ..........ครั้งนี้ก็เช่นกัน เป็นของขวัญที่มอบให้ เดส์ชองส์ ไม่สุขใจผู้รับเลย

 

สำคัญที่สุดในทั้งทั้งมวล ก็คือ หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการตั้งรับคือการครองบอล คู่แข่งของคุณจะไม่สามารถสร้างโอกาสได้มากนัก หากพวกเขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ของเกมในการพยายามแย่งบอลคืน 

 

นั่นคือสิ่งที่สเปน แสดงให้เห็นอย่างเต็มตาพร้อมกันทั้งโลกที่ดัลลัส พร้อมเมนูที่ไม่ได้แฝงโฆษณาแต่มันคือ “ไก่ย่างเท็กซัส” เห็น ๆ 

 

เล่นแบบนี้ ชั่วโมงนี้ ใครเจอก็เหนื่อยครับ 

 

บี แหลมสิงห์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top