542.jpg
คอลัมน์ DreamForALL : กำไรคนดู

คอลัมน์ DreamForALL : กำไรคนดู

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.08 น.

บอลโลก 2026 กำลังจะจบไปพร้อมกับหลายสิ่งที่สอนเราหลายอย่างที่เน้นย้ำว่านี่คือ ถ้าคุณเข้าใจฟุตบอล คุณจะเข้าใจชีวิต

 


เหตุจากนัดชิงอันดับที่ 3 แฟนบอลเกิดน้ำในหูไม่เท่ากัน หลังจากเราเห็น ทีมชาติอังกฤษ ที่เอาแต่เล่นตั้งรับในช่วง 30 นาทีสุดท้าย ก่อนจะหักคอพับในพ่ายในรอบรองชนะเลิศ ถล่ม ทีมชาติฝรั่งเศส 6-4 เป็นการยิงที่ไม่ปกติธรรมดา

 

จนหลายคนตั้งคำถามว่า ถ้าเล่นแบบนี้ก็เข้าชิงไปแล้ว

 

เท่าที่ผ่านสายตา แล้วเห็นคำตอบ เห็นคอมเมนท์ ก็ได้ตอกย้ำซ้ำทวนว่า โลกออนไลน์ยุคใหม่ ที่วนเวียนความวุ่นวายไปหลากหลายเรื่อง แถมศาสดาบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็มากมาย ที่พร้อมจะบ้วน, ถุย และให้ความเห็นที่เป็นไปตามที่รู้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีมาหลายปีดีดัก

 

ถ้า “คนที่ไม่รู้” สถาปนาตัวเองเป็น “ศาสดา” แล้วมีคนที่ “ไม่รู้กว่า” เดินหน้ามาเป็น “สาวก” แน่นอนครับว่า ฉิบหายคือเก่า

 

ไม่แปลกที่ เกมนัดชิงที่ 3 มันจะคนละเรื่องกับรอบรองชนะเลิศ  เพราะเล่นกันแบบไม่ได้มีอะไรสูญเสีย(เพราะเสียไปแล้วตั้งแต่รอบรอง) การจัดทัพจัดตัว ผสมบ้างพร้อมบ้างให้โอกาสบ้าง มากกว่าแทคติค ความเข้มข้นไม่ถึงครึ่ง

 

เราจึงเห็นฟุตบอลเดินทางเร็ว ยิ่งทีมที่มีเกมบุกดี ๆ มีนักบอลคม ๆ ระดับโลกที่เราเห็นผ่านตาจากบอลลีกทุกสัปดาห์ แถมยังเล่นดีในบอลโลก จะยิงกันเป็นพลุแตก เนื่องจากแทบจะไม่มีการปะทะ มันเป็นการลงไปเล่นฟุตบอลกัน โดยไม่ต้องมาประหักประหาญในเรื่องของแทคติค เพราะใช้เทคนิคนำ

 

หลายคนบอก แม้แต่ โธมัส ทูเคิล กุนซืออังกฤษ เองก็พูดว่า ไม่มีใครอยากเล่นนัดชิงที่ 3 นัดนี้มันอาจจะทำให้ความคิดนั้นหายไปบ้าง เพราะได้ดู “ธรรมชาติ” ของฟุตบอล

 

ก่อนหน้านี้หลายครั้งที่เราจดจำ หลายครั้งที่เราได้เห็นสถิติต่าง ๆ เกิดขึ้นในฟุตบอลโลก ในนัดเตะแก้กลุ้มนี้ก็คือ ลูกยิงของ ฮาคาน ซูเคอร์ ดาวยิงตุรกี เกิดขึ้นในวินาทีต้น ๆ ของเกม ที่ระบุเอาไว้ว่า 10.8 วินาที เร็วที่สุดตลอดกาล

 

หรือกระทั่ง โครเอเชีย ที่ใช้ฟุตบอลโลก ในการเปิดประเทศ พวกเขาบันทึกโลกกับการเป็นที่ 3 บอลโลก 2 สมัย ปี 1998 กับ 2022 ที่ใครก็จดจำ ไม่น้อยกว่ารองแชมป์โลก ปี 2018

 

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญก็คือ “คนที่ไม่เข้าใจ” มีหลายประเภท ซึ่งโลกฟุตบอลมีกันเป็นปกติเหมือนกับโลกอื่น ๆ 

 

1.ไม่เข้าใจแต่ทำความเข้าใจ

 

2.ไม่เข้าใจ แต่ไม่พยายามทำความเข้าใจเลย

 

ตัวอย่างจากบอลโลกก็คือ นักเตะที่ไม่ได้เล่น บางคนถึงกับบอกว่า พวกเขาเหล่านั้นไม่มีส่วนร่วม ถือเป็นความคิดที่ติดลบยิ่ง เพราะขุนพลที่ถูกเรียกมายุคก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็น 22 คนสุดท้าย หรือปัจจุบันคือ 26 คนสุดท้าย ยังไง ผู้จัดการทีมคงไม่ให้นักเตะเหล่านั้นนอนหรือนั่งปั่นช้างน้อยเล่นแน่นอน

 

พวกเขาต้องอยู่กับทีม ต้องซ้อม และเรียนรู้แทคติคจากโค้ช รวมถึงนักเตะทีมชาติที่หลายคนเก่งกว่า เพื่อให้ครั้งต่อไปในอนาคตเป็นนักเตะที่ดีขึ้น พัฒนาขึ้น และก้าวไปเป็นตัวหลักได้ ตัวอย่างปักธงชัยโดยไม่ต้องไปไกลถึงโคราชา เห็นกันหน้ากระดาษคือ โรนัลโด้ เดอ ลิม่า ที่นั่งสำรองล้วน ๆ ไม่ได้เล่นแม้แต่วินาทีเดียว ในบอลโลก 1994 แล้วทีมเป็นแชมป์โลก

 

ก่อนเขาจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่อยู่ในบัลลังก์ตลอดกาลของโลกฟุตบอลในกาลต่อมา

 

นี่ไงครับ นักเตะตัวสำรองที่ไม่ได้เล่นเลย แล้วไปบอลโลกทำไม 

 

ดูฟุตบอลแล้วเข้าใจชีวิต หากเรายังไม่ทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

 

เราสามารถทำนายชีวิตในภายภาคหน้าได้ตั้งแต่นาทีนี้

 

ดังนั้นเกมชิงที่ 3 มันคือกำไรผู้ชมที่เราได้เห็นนักบอลระดับนี้มาเตะ นัดสั่งลา และเป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีให้กับตัวเอง พร้อมกับกองเชียร์ที่เดินทางมาต่อเนื่อง บางคนอยู่ตั้งแต่วันแรกจนถึงหยดสุดท้าย

 

ยิ่งยิงกันแบบนี้ ยิ่งกำไรผู้ชม

 

กลายเป็นการแข่งขันนัดชิงอันดับสามครั้งแรก ที่ทำได้ฝั่งละ 4+ ประตู และเป็นครั้งแรกในรอบ 64 ปี ที่ยิงได้ฝั่งละ 4 เมล็ด นับตั้งแต่การเสมอ 4-4 ระหว่างสหภาพโซเวียต กับ โคลอมเบีย ในปี 1962

 

นอกจากนี้ยังเป็นนัดที่มีประตูมากที่สุดในทัวร์นาเมนต์บอลโลก ในรอบ 44 ปี นับตั้งแต่ ฮังการี เอาชนะ เอลซัลวาดอร์ 10-1 ในปี 1982 

 

โดยสถิติการยิงประตูมากสุดนัดเดียวบอลโลก คือเกมที่ ทีมชาติออสเตรีย ชนะ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ 7-5 เมื่อปี 1954 ซัดรวมกันมโหฬารถึง 12 ประตู

 

อังกฤษ คว้าอันดับ 3 ของศึกฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก ถือเป็น ‘ผลงานที่ดีที่สุด’ นับตั้งแต่ปี 1966 ที่พวกเขาคว้าแชมป์สมัยเดียว 

เกมนี้ยังเป็นนัดชิงอันดับสามที่มีการทำประตูรวมกันมากที่สุด 10 ประตู ทุบสถิติเดิมจากปี 1958 ที่ ฝรั่งเศส ถล่ม เยอรมันตะวันตก 6-3 

 

ซาก้า กลายเป็นนักเตะคนที่สองที่ทำแฮตทริกในเกมรอบชิงอันดับสามฟุตบอลโลก ต่อจาก ฌูสต์ ฟงแต็ง หัวหอกตำนานทีมชาติฝรั่งเศส ทำ 4 ประตู จากเกมในปี 1958  

 

พร้อมเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษคนที่ 4 ที่ทำแฮตทริกในเวิลด์คัพรอบสุดท้าย ต่อจาก เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์สต์ (รอบชิงฯ) ต่อเวลาพิเศษ ชนะ เยอรมันตะวันตก 4-2 ปี 1966, แกรี่ ลินิเกอร์ (รอบแบ่งกลุ่ม) ชนะ โปแลนด์ 3-0 ปี 1986 และ  แฮร์รี่ เคน (รอบแบ่งกลุ่ม) ชนะ ปานามา 6-1 ปี 2018

 

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ จบทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยการทำ 10 ประตู นำดาวซัลโว พร้อมทำไป 22 ประตู ในการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แซงหน้า ลิโอเนล เมสซี่ (21 ประตู) และไมเคิ่ล โอลิเซ่ จารึกประวัติศาสตร์กลายเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดภายในทัวร์นาเมนต์เดียวของฟุตบอลโลก 7 ครั้ง ทุบสถิติเดิมที่ เปเล่ เคยทำไว้ 6 ครั้ง เมื่อปี 1970

 

พอมั๊ยครับสำหรับนัดชิงที่ 3 แบบนี้!?!?!? เหมือนกับคนที่บอกว่า 48 ทีมเยอะไป บอลเยอะไม่สนุก หมดความขลัง นั่นแหล่ะครับ

 

ได้ดูฟุตบอลกันบ้างหรือยังก็ไม่รู้ ฮ่า

 

บี แหลมสิงห์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top