จี้เช็คสต๊อกยาง  หวั่นซิกแซ็กทุจริต  ขายตัดหน้าชาวสวน

จี้เช็คสต๊อกยาง หวั่นซิกแซ็กทุจริต ขายตัดหน้าชาวสวน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

จี้เช็คสต๊อกยาง

หวั่นซิกแซ็กทุจริต

ขายตัดหน้าชาวสวน

รมว.เกษตรรับปาก

โลละ45โอนใส่บัญชี

แกนนำร้องบิ๊กตู่5ข้อ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 มกราคม ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานก.พ.สมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ นำโดยนายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคม เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.เรื่องการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ โดยระบุว่า แม้รัฐบาลจะมีมาตรการเข้าช่วยเหลือเกษตรกร แต่การดำเนินการดังกล่าว ยังไม่ครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยางทุกกลุ่ม ทางสมาคมฯจึงเสนอแนวทางดังนี้

1.ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ สามารถจดทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ตามมาตรา 4 พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย (กยท.), 2.ให้เกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ได้รับเงินช่วยเหลือ1,500 บาท ต่อไร่ ไม่เกิน15ไร่ ตามนโยบายรัฐบาล , 3.ให้เกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ได้รับสิทธิ์ตามแนวทางช่วยเหลือเพื่อรับซื้อยางประเภทต่างๆ จากเกษตรรายย่อยโดยตรงจากรัฐบาล ในราคาชี้นำตลาด 45 บาทต่อกิโลกรัม


4.ให้รัฐบาลตรวจสอบคุณภาพยางในสต็อก 3.7 แสนตัน ก่อนนำเข้าเก็บในโกดัง ด้วยวิธีผ่ายางลูกขุน(   คือยางแผ่นรมควันที่คัดคุณภาพแล้วนำมาอัดก้อนน ที่มีน้ำหนักก้อนละ 111 กิโลกรัม ปริมาตร 5 ลูกบาศก์ฟุต), เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริง กรณีข้อกล่าวหาการทุจริตยาง และป้องกันการหมุนเวียนยางในสต็อกมาขาย และ5.ให้รัฐบาลตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีกระแสข่าวว่า มีการลักลอบส่งออกยางโดยไม่จ่ายภาษีเซส จำนวน5แสนตัต่อปี ที่ด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา

นายสุนทร ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีผู้ที่ตกหล่น และไม่สามารถขึ้นทะเบียนชาวสวนยางได้ 5 แสนครัวเรือน หรือ 2 ล้านคน ซึ่งคนเหล่านี้มีพื้นที่เพาะปลูกยางต่ำกว่า 15ไร่และเป็นบุคคลยากไร้ที่ควรจะได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล และหากหลังจากนี้รัฐบาลยังไม่ให้ความสนใจ ทางกลุ่มก็จำเป็นต้องพึ่งหลายกลไก ทั้งกฏหมาย ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง หรือการเคลื่อนไหวกดดันถ้าจำเป็นก็ต้องทำ

วันเดียวกัน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการรับซื้อยางพารา ว่า ความต้องการใช้ยางพาราของ 8 กระทรวง ณ วันที่ 20 มกราคม 2559 พบว่า เบื้องต้นมีความต้องการใช้ยางพาราประมาณ 20,000 ตัน คาดว่าจะใช้งบดำเนินโครงการเดิมของแต่ละกระทรวง รวมกว่า 20,000 ล้านบาท

ส่วนงบประมาณในการรับซื้อยางจากเกษตรกรสำนักงบประมาณจะเป็นผู้จัดหางบประมาณ จำนวน 5,479 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินรับซื้อจากเกษตรกรสวนยาง 4,500 ล้านบาท เป็นค่าจ้างแปรรูป ค่าขนส่ง 739 ล้านบาท ค่าเก็บรักษา 150 ล้านบาท ค่าดำเนินการของหน่วยงานตามที่จ่ายจริงไม่เกินร้อยละ 2 วงเงิน 90 ล้านบาท ภายใต้หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก คือ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และหน่วยงานสนับสนุนอีก 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์การคลังสินค้า (อคส.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และสำนักงบประมาณ

ทั้งนี้ มีการตั้งจุดรวบรวมรับซื้อยางพารา 1,500 จุดทั่วประเทศ โดยจะรับซื้อยางพารากับเกษตรกรรายละไม่เกิน 15 ไร่ ๆ ละ 10 กิโลกรัม รวม 150 กิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการรับซื้อยางพาราต้องขึ้นทะเบียนกับ กยท. ตาม พ.ร.บ. การยางฯ 2558 และมีบัญชีกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อจะได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรภายหลังการรับซื้อภายใน 2 วัน

ด้านความคืบหน้ามาตรการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง โครงการชดเชยรายได้แก่ชาวสวนยางและคนกรีดยาง ไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ นั้น มีเกษตรกรในฐานข้อมูลของ กยท.แล้ว 798,919 ครัวเรือน แบ่งเป็นชาวสวนและกรีดเอง 253,026 คน คนกรีด 7,049 คน ชาวสวนจ้างต่างด้าว 30,453 คน จากนี้เจ้าหน้าที่ระดับตำบลและอำเภอจะรับรองสิทธิ์เริ่มดำเนินการระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม 2559 มีเกษตรกรได้รับการรับรองสิทธิ์แล้ว 103,799 คน และ กยท.จะประมวลข้อมูลส่ง ธ.ก.ส. วันที่ 21-22 มกราคม และจะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรวันที่ 22-24 มกราคม ทั้งนี้ ภายในวันที่ 25 มกราคมนี้เกษตรกรจะได้รับเงินแน่นอน สำหรับเกษตรกรที่แจ้งเข้าร่วมโครงการส่วนที่เหลือจะเร่งรัดให้ได้รับเงินช่วยเหลือภายในเดือนมกราคมนี้ด้วย

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top