วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
21 ม.ค. 59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “100 ปี สหกรณ์ไทย พัฒนาเศรษฐกิจก้าวไกล สร้างสังคมไทยมั่นคง”พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ“ก้าวผ่าน 100 ปี สหกรณ์ไทย พัฒนาเศรษฐกิจก้าวไกล สร้างสังคมไทยมั่นคง” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงาน กว่า 4,000 โดยระบุว่า เราต้องเร่งพัฒนาภาคเกษตร เพื่อลดการส่งออกให้มาก เพื่อสร้างความยั่งยืน
ขณะที่ สหกรณ์จะต้องเข้าไป มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยเหลือเกษตรกร โดยต้องเชื่อมโยงแหล่งผลิตสินค้าเกษตร แหล่งเงินทุน เพื่อกระจายตั้งแต่การรับซื้อสินค้าเกษตร การแปรรูป และท่องเที่ยวอย่างครบวงจร เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ จนไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่สำคัญต้องทำหน้าที่หาตลาดรองรับสินค้าเกษตรในชุมชน
แต่จุดอ่อน ที่สหกรณ์ไม่สามารถทำงานได้ตามเป้า เนื่องจาก กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ ดังนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเข้มงวด เพื่อให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ทำงานอย่างเข้มแข็งเพราะสหกรณ์ คือตัวเชื่อมสำคัญที่จะทำให้ภาคเกษตรแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
"ตอนนี้สหกรณ์ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวุตถุประสงค์ที่ควรจะเป็นเพราะสหกรณ์เป็นแหล่งที่ทำให้เกิดการรวมตัวกันและรัฐบาลเองก็ต้องการใช้สหกณ์มาใช้เป็นหน่วยงานประสานดารช่วยเหลือซึ่งการช่วยเหลือใดๆในโครงการของรัฐหากสหกรณ์เข้มแข็งพอก็จะช่วยเหลือเกษตรกรผ่านสหกรณ์ได้เลยตอนนี้ผมคุยกับกองทุนหมู่บ้านคุยกับ ธกส.ก็พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรผ่านสหกรณ์เพราะมีสมาชิกเป็นเกษตรกรวันนี้ทท่านต้องดูว่าทำให้เขาเชื่อถือได้หรือยังเพราะท่านเองก็ยังมีปัญหาในการบริหารจึงต้องปรับเปลี่ยนตัวเองด้วย"นายสมคิดกล่าว
นายสมคิดบอกอึกว่าปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ภาครัฐได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตร และ ธ.ก.ส. เข้าไปช่วยเหลือ ผ่านกองทุนหมู่บ้าน และงบประมาณช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งเป็นเพียงการช่วยเหลือระยะสั้นเท่านั้น ขณะที่เป้าหมายของรัฐบาลคือการสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกร ดังนั้นเกษตรกรต้องมีทางเลือกอื่ๆ เช่นการเลือกปลูกพืชอื่นหารายได้อื่นทดแทน และลดความเสี่ยงจากราคาสินค้าที่มีความผันผวน
ที่ผ่านมาเกษตรกรยังขาดโครงสร้างพื้นฐานสำหรับภาคเกษตรที่จำเป็น เช่น ยุ้งฉาง ลานตาก โรงสีข้าวชุมชน โรงงานแปรรูปในชุมชน เครื่องจักรที่เหมาะสมกับชุมชนนั้นๆ และเกษตรกรคนเดียวไม่สามารถทำได้ ทำให้ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เป็นสาเหตุให้ถูกกดราคา ดังนั้น ภาครัฐต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ เช่น งบประมาณกองทุนหมู่บ้าน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมในแต่ละชุมชน ซึ่งเชื่อว่า งบประมาณก้อนนี้ กระทรวงมหาดไทย จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เร็วๆนี้
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเร่งทำคือ การส่งเสริมเกษตรกรให้สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้า เช่น การแปรรูปผลไม้เพื่อการส่งออก พร้อมใส่รายละเอียด ให้ความสำคัญที่มา ที่ไป สินค้าข้อมูลพวกนี้ เชื่อว่าจะสามารถตีตลาดได้ ต้องยกระดับเกษตรกรให้ขึ้นมาเป็นเอสเอ็มอี ให้ได้ โดยได้มอบหมายให้ บีโอไอเร่งหามาตรการช่วยเหลือ ภายในปี 2559
รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรกว่า 30 ล้านคน สหกรณ์ คือองค์กรที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้บุคลากรของสหกรณ์ จำเป็นต้องเลือกคนที่มีมีความรู้ ความสามารถตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การขาย ที่สำคัญต้องโปร่งใสซื่อสัตย์สุจริต มิฉะนั้นจะถือว่าทำลายเกษตรกรซึ่งจากนี้ไปสหกรณ์ต้องยกเครื่องเพื่อให้เข้าไปขับเครื่องในการแก้ปัญหาภาคดารเกษตรขิวประเทศถึงเวลาเปลี่ยนผ่านเพราะสหกรณ์เป็นที่ทำให้เกิดการรวมตัวและเป็นที่วางแผนการผลิตสินค้าเกษตรหากสหกรณ์เข้มแข็งจะสามารถนำพาการพัฒนาการเกษตรได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ด้านพลเอก ฉัตรชัยสาริกัลยะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยอมรับว่า การดำเนินของสหกรณ์ ไม่เป็นไปตามนโยบาย จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมไปดำเนินการเร่งใช้ระบบสหกรณ์เป็นตัวขับคลื่อนใตการแก้ปัญหาภาคการเกษตรเพราะสหกรณ์เป็นที่รวมกลุ่มของเกตรกรโดยรวมทำการเกษตรซึ่งฐานที่ดีที่สุดคือสกรณ์เพราะเป็นที่ที่ทำให้เกิดการรวมตัวกันหากสหกรณ์เขามามีส่วนสนองตอบการขับเคลื่อนนโยบายจะเป็นสิ่งที่ดีในอนาคตและประสบความสำเร็จ
ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับแนวนโยบายของสหกรณ์เป็นเรื่องดีแต่ขบวนการทำงานไปเป็นไปตามภาระหน้าที่จึงทำให้เกิดปัญหาจากนี้ไปสหกรณ์ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ได้
นอกจากนี้ ภาครัฐ ได้ร่วมกับภาคเอกชน ประชาชน ในการทำประชารัฐ โดยหอการค้าได้เข้ามามีส่วนร่วม ผ่านโครงการ 1 หอการค้า 1 สหกรณ์ อีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี