วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ขันนอตผู้ว่าฯ
ย้ำมาตรการแก้ภัยแล้ง
เน้นจัดหาน้ำกิน-ใช้ให้ปชช.
ชาวนาสุพรรณอ่วมหนี้พุ่ง
ต้องอพยพหนีแก๊งทวงเงิน
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งข้อความผ่านโปรแกรมไลน์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายอำเภอ และผู้ตรวจราชการทุกกรมว่า ตามที่ได้แจ้งแนวทางวางมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ ไปแล้วกระทรวงมหาดไทย ขอให้จังหวัดและอำเภอได้ดำเนินการเพิ่มเติมดังนี้
ปลัดมท.ขันน๊อตผวจ.สู้ภัยแล้ง
1.ให้รีบตั้งกองอำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งระดับจังหวัด อำเภอ แล้วประชุมส่วนราชการในจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน โดยให้มีการประชุมคณะกรรมการจังหวัด อำเภอเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
2.ให้จังหวัด อำเภอ รวบรวมข้อมูลสำคัญคือสำรวจปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่จริงในพื้นที่แยกเป็นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เพื่อการเกษตร ใช้ได้นานเท่าใด ก่อนแผนงานโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง และถ้าไม่มีฝนตกลงมาจนถึงเดือนมิถุนายน จะมีแนวทางป้องกัน ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาอย่างไร
3.จัดลำดับการช่วยเหลือประชาชนตามความสำคัญของปัญหา โดยเน้นช่วยเหลือด้านน้ำอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก 4.ถ้าจำเป็นต้องนำน้ำไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน ควรกำหนดจุดแจกจ่ายและพื้นที่การให้ความช่วยเหลือ ซึ่งต้องดำเนินการให้ทั่วถึง
นายกฤษฎายังกำชับให้ประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอทราบข้อมูลปริมาณน้ำใต้ดินในพื้นที่ว่าจุดใดขุดเจาะบ่อบาดาลได้บ้าง และให้สำรวจแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อร่วมกันทำฝายสำรองน้ำไว้ใช้
นอกจากนี้ ให้ประสานกับประปาส่วนภูมิภาค และเอกชน แจ้งให้เริ่มใช้มาตรการประหยัดน้ำอย่างจริงจังในการให้บริการประชาชน เช่น เปิดจ่ายน้ำเป็นเวลา ชลอแรงดันการจ่ายน้ำ รวมถึงนำแนวทางบริหารจัดการน้ำตามพระราชดำริมาใช้แก้ปัญหาด้วย ประสานสถาบันการศึกษา กลุ่มประชาสังคมที่มีแนวทางบำบัดน้ำใช้แล้วกลับมาใช้ได้อีก ส่วนการประกาศเขตภัยพิบัติ ให้แยกพื้นที่เป็นรายหมู่บ้าน ตำบล อำเภอที่ประสบภัยแล้งชัดเจน อย่าให้เกิดช่องทางทุจริต
สุรินทร์ประกาศภัยพิบัติ1อำเภอ
ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งหลายพื้นที่เข้าขั้นวิกฤติ โดยนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์เปิดเผยว่า ชาวบ้านบางพื้นที่ของจังหวัดเริ่มขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ขณะนี้ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง)แล้ว 1 อำเภอคือ 4 หมู่บ้านของต.บุแกรง อ.จอมพระ ชาวบ้านเดือดร้อน 578 ครัวเรือน และอยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่ประสบภัยแล้งอีก 2 อำเภอคือ อ.ท่าตูม และอ.สำโรงทาบ ส่วนการช่วยเหลือที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆ ได้แจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 339 เที่ยว ปริมาณน้ำกว่า 2 ล้านลิตร ปัจจุบันได้สูบน้ำไปเก็บกักในแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภค โดยมีอำเภอที่มีแหล่งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปามีปริมาณน้ำในเกณฑ์น้อย ต้องการให้สูบน้ำเข้าสู่แหล่งน้ำ 11 อำเภอ โดยล่าสุดสูบน้ำในพื้นที่แล้ว 6 อำเภอ 13 ตำบล 27 แห่ง ปริมาณน้ำที่สูบกว่า 1,600,000 ลูกบาศก์เมตร ประชาชนได้รับผลประโยชน์กว่า 6,000 ครัวเรือน
พิษแล้งหนี้พุ่งเกษตรกรหนีเจ้าหนี้
นายวรภพ ฉิมพันธุ์ นายก อบต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรีกล่าวถึงปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ว่า ขณะนี้มีประชาชนบางพื้นบางส่วนอพยพไปอยู่บ้านญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทที่มีแหล่งน้ำที่ดีกว่า เนื่องจากทนความแล้งไม่ไหว เช่นเดียวกับ หมู่บ้านใกล้เคียงคือเขต ต.สนามคลี อ.เมืองสุพรรณบุรี หลายครัวเรือนย้ายไปอยู่อื่นตั้งแต่ปลายปี 2557 ส่วนหนึ่งนอกจากทนความแห้งแล้งไม่ไหว แล้วอีกส่วนย้ายหนีหนี้ เนื่องจากกู้ยืมเงินมาลงทุนทำนาแล้วหมดตัว เพราะประสบภัยแล้งติดต่อกันมา ขณะที่บางส่วนไปกู้เงินกู้รายวันหรือที่เรียกว่าหมวกกันน็อค แต่ไม่มีเงินส่ง เมื่อถูกทวงถามและกดดันข่มขู่จากพวกหมวกกันน็อค จึงต้องนีไปอยู่ที่อื่น เงินเยียวยาที่ได้จากรัฐบาล 1,113 บาท ไม่พอใช้หนี้ค่าลงทุนทำนา เพราะลงทุนต่อ 1 ไร่ ประมาณ 2-3 พันบาท ทำให้เป็นหนี้ผูกพันา
พลิกวิกฤติหาปลางมหอยขาย
ส่วนที่จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้าน และผู้สูงอายุ จากหลายหมู่บ้านในอ.นารองดิ้นรนพลิกวิกฤตหลังการประปาส่วนภูมิภาคอำเภอนางรองสูบดึงน้ำจากคลองลำน้ำมาศ ไปกักเก็บไว้ในบ่อพักน้ำเพื่อสำรองไว้ผลิตประปาบริการประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนางรอง ให้เพียงพอช่วงหน้าแล้ง ส่งผลให้ลำน้ำตื้นเขิน จึงพากันไปจับปลางมหอยนำไปบริโภค และขายเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวช่วงหน้าแล้ง โดยบางคนสามารถจับปลาและหอยได้วันละ 4-5 กก.นำไปขายมีรายได้วันละ 300-400 บาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี