วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
8 พ.ค. 59 นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จากที่เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือไทยแพน (Thai-PAN) ได้สุ่มเก็บตัวอย่างพืชผักและผลไม้ที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและตลาดทั่วไปมาตรวจวิเคราะห์หาสารตกค้างและเผยแพร่ผลตรวจวิเคราะห์สู่สาธารณะ เป็นข้อมูลการศึกษาที่นำมาใช้ประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้องได้
สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นผู้บริโภคทั่วประเทศไม่ควรตื่นตระหนกกับการนำเสนอข่าวดังกล่าวของไทยแพน เนื่องจากการสุ่มเก็บตัวอย่างของไทยแพนมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งใช้เป็นตัวแทนของตัวอย่างทั้งประเทศไม่ได้ ตามหลักสถิติและหลักวิชาการแล้ว ถ้าจะให้เป็นตัวแทนทั้งประเทศได้ จำนวนตัวอย่างแต่ละชนิดพืชจากแต่ละห้าง หรือตัวอย่างสินค้าคิว (Q) และสินค้าทั่วไป (Non Q) 60 ตัวอย่างต่อชนิดพืช ไม่ใช่เก็บแค่ชนิดพืชละ 1 ตัวอย่างต่อห้างอย่างที่ทำ รวมทุกห้างมีเพียง 3-4 ตัวอย่าง แล้วนำมาสรุปเป็นภาพรวมของประเทศเป็นข้อมูลที่ใช้ไม่ได้ การเก็บตัวอย่างสินค้าจำนวนน้อยมาก แล้วตรวจพบปัญหาในสินค้า Q จำนวน 7 ตัวอย่าง และสินค้าออร์แกนิก 8 ตัวอย่าง แล้วสรุปว่าสินค้าพืชที่ภาครัฐรับรองไม่ผ่านมาตรฐาน 57.1 % และ 25 % เป็นการจงใจให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนัก ทำให้ผู้บริโภคและประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและเข้าใจผิดเป็นวงกว้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ผลิตสินค้าได้มาตรฐานจีเอพี (GAP) กว่า 200,000 ราย โดยเป็นผู้ผลิตผักและผลไม้กว่า 70,000 ราย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยัน กระบวนการรับรองมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์หรือออร์แกนิกที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นไปตามหลักสากล โดยกระทรวงเกษตรฯมีการตรวจสอบและประเมินอย่างละเอียดตามข้อกำหนดในแปลงเกษตรกรอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ตั้งแต่ปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้สารเคมีของเกษตรกรและการบันทึกข้อมูลต่างๆ ก่อนที่จะออกใบรับรองมาตรฐาน GAP ให้ และอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย Q ติดบนตัวสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์สินค้าวางจำหน่ายได้ สำหรับพืชผักและพืชล้มลุกจะมีอายุใบรับรอง 2 ปี ส่วนไม้ผลและไม้ยืนต้น มีอายุใบรับรอง 3 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามตรวจประเมินแปลง GAP ทุกปี และเกษตรกรต้องยื่นขอรับการตรวจต่ออายุใบรับรองใหม่เมื่อใบรับรองเดิมใกล้หมดอายุ” เลขาธิการ มกอช.กล่าว
จากการที่กรมวิชาการเกษตรได้สุ่มเก็บตัวอย่างสินค้าพืชมาตรวจวิเคราะห์สารตกค้าง ทั้งสินค้า Q และ Non Q โดยปี 2559 ได้ตรวจวิเคราะห์ไปแล้วกว่า 3,500 ตัวอย่าง เป็นสินค้า Q ประมาณ 1,500 ตัวอย่าง ในจำนวนนี้พบว่ามีเพียง 7 ตัวอย่าง คิดเป็นน้อยกว่า 1 % ที่มีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน จึงเชื่อมั่นในกระบวนการรับรองของกระทรวงเกษตรฯได้ และยังมั่นใจได้ว่า สินค้า Q มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูงกว่าสินค้าปกติทั่วไปแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯมีระบบควบคุมกำกับดูแล เมื่อได้ข้อมูลสินค้าที่แจ้งว่าพบสารตกค้างปนเปื้อน กระทรวงเกษตรฯก็ไม่ได้ละเลย ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบผลการศึกษาของไทยแพน โดยเฉพาะรายงานที่ว่า มีสินค้า Q จำนวน 8 ตัวอย่าง และสินค้าออร์แกนิก 3 ตัวอย่าง พบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน โดยกรมวิชาการเกษตรได้เร่งติดตามผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเบื้องต้นจะมีการตรวจสอบสินค้าที่มีปัญหาว่า ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย Q อย่างถูกต้อง หรือใช้เครื่องหมาย Q ปลอมหรือไม่ หากพบว่า ผู้ประกอบการลักลอบใช้เครื่องหมาย Q ปลอม มกอช.จะร่วมกับกรมวิชาการเกษตรดำเนินการตามกฎหมายทันที
ถ้าตรวจยืนยันแล้วพบว่า เกษตรกรได้รับการรับรองถูกต้องและใช้เครื่องหมาย Q ถูกต้อง แต่พบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน โดยที่เกษตรกรใช้สารผิดอย่างตั้งใจ อาจลงโทษโดยการตักเตือนหรือสั่งพักใช้เครื่องหมาย Q หรือเพิกถอนเครื่องหมาย Q นอกจากนั้น หากตรวจสอบพบการปนเปื้อนโดยที่เกษตรกรไม่ได้ตั้งใจ เช่น การปนเปื้อนสารเคมีจากแปลงข้างเคียง รวมทั้งน้ำและดิน จะแนะนำให้เกษตรกรเร่งปรับปรุงแก้ไข อาทิ ปลูกพืชบังลมเพื่อป้องกันไม่สารเคมีจากแปลงข้างเคียงปลิวข้ามมาปนเปื้อนพืชในแปลง GAP หรือปรับปรุงระบบการให้น้ำ เป็นต้น คาดว่า จะได้ผลตรวจสอบยืนยันข้อเท็จจริงภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรและมกอช.จะแจ้งให้ทราบโดยเร็วและร่วมดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี