533.jpg
‘ฟอร์ด’แพ้คดี ศาลสั่งชดใช้ค่าเสียหาย23ล.ชี้ขายรถไม่ได้มาตรฐาน

‘ฟอร์ด’แพ้คดี ศาลสั่งชดใช้ค่าเสียหาย23ล.ชี้ขายรถไม่ได้มาตรฐาน

วันเสาร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

‘ฟอร์ด’แพ้คดี

ศาลสั่งชดใช้ค่าเสียหาย23ล.

ชี้ขายรถไม่ได้มาตรฐาน

2รุ่นดังมีปัญหาเกียร์พัง

จ่ายเงินคืนเหยื่อใน7วัน

ทนายชี้ชัยชนะผู้บริโภค

ศาลแพ่งสั่งบ.ฟอร์ดชดใช้ค่าเสียหายเหยื่อรถยนต์ 296 ราย เป็นจำนวนเงิน 23 ล้านบาท กรณีจำหน่ายรถรุ่น“เฟียสต้า-รุ่นโฟกัส” มีข้อบกพร่องไม่ได้มาตรฐาน เผยสร้างประวัติศาสตร์คดีฟ้องกลุ่มรายแรกของประเทศไทย ทนายชี้ถือเป็นชัยชนะของผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ศาลเเพ่งกรุงเทพใต้ อ่านคำพิพากษา ในคดีที่ผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ดรุ่นเฟียสต้า เเละรุ่นโฟกัส รวมกว่า 308 ราย ร่วมกันยื่นฟ้องบริษัทฟอร์ด เซลส์ เเอนด์ เซอร์วิสเเห่งประเทศไทยเเบบกลุ่มในข้อหาสินค้าชำรุดบกพร่อง สินค้าไม่ปลอดภัยเนื่องจากการผลิตเเละจัดจำหน่ายรถยนต์ชำรุดบกพร่องไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้เป็นไปตามคำโฆษณาเเละทำให้ผู้บริโภคเสียหาย


ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์บริษัทฟอร์ดสั่งประกอบและผลิตรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นออกมาจำหน่ายในประเทศไทยจำนวน 90,000 คันต่อปี แต่พบรถยนต์ที่มีปัญหาไม่เกิน 500 คันเท่านั้น และยังไม่มีผู้เสียหายรายใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แม้ทางบริษัทฟอร์ดจะยอมรับว่า มีข้อบกพร่องชำรุด ในเรื่องชุดคลัตช์และโมดุลเกียร์ แต่ก็เป็นปัญหาที่สามารถซ่อมแซมและเปลี่ยนอะไหล่ได้ ยังไม่ถือว่ารถยนต์ทั้งสองรุ่นเป็นสินค้าที่ไม่มีความปลอดภัยหรือไม่ได้มาตรฐาน ศาลจึงไม่มีอำนาจสั่งให้ทางบริษัทฟอร์ด ซื้อคืนรถที่มีปัญหาจากผู้เสียหาย, ห้ามจำหน่ายหรือเรียกเก็บรถทั้งสองรุ่นที่ยังอยู่ในท้องตลาดได้

แต่ให้ทางบริษัทฟอร์ด ชดใช้ค่าเสื่อมราคาจากการซ่อมครั้งละ 20,000 บาท และค่าขาดประโยชน์จากการไม่ได้ใช้รถระหว่างซ่อมวันละ 1,000 บาท ให้กับโจทก์และสมาชิกกลุ่มรวมทั้งสิ้น 296 ราย ตกรายละ 15,000-240,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 23 ล้านบาท และให้จ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันฟ้อง โดยให้ชำระเงินคืนให้กับผู้เสียหายภายใน 7 วัน

ส่วนผู้เสียหายอีก 12 ราย ศาลให้ยกฟ้อง เนื่องจากผู้เสียหายนำรถยนต์ไปดัดแปลงสภาพติดตั้งระบบแก๊ส LPG จำนวน 6 ราย และไม่เคยนำรถยนต์เข้าซ่อมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนชุดคลัตช์และกล่องควบคุมโมดุลเกียร์ที่มีปัญหา จำนวน 6 ราย

ด้านนายจิณณะ แย้มอ่วม ทนายความ กล่าวว่า การยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มของผู้เสียหายจากการใช้รถยนต์ฟอร์ดครั้งนี้ ได้ยื่นฟ้องไปเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 60 และศาลได้รับฟ้องไปเมื่อเดือน พ.ค.61ที่ผ่านมา โดยเป็นการฟ้องตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับที่ 26 เรื่องการดำเนินคดีแบบกลุ่มที่เริ่มบังคับใช้เมื่อพ.ศ. 2558 และนับเป็นคดีประวัติศาสตร์ เพราะเป็นคดีแบบกลุ่มคดีแรกของประเทศไทยที่ศาลมีคำพิพากษา

“ยืนยันว่าคำพิพากษาวันนี้ถือเป็นชัยชนะของพลังผู้บริโภค ต้องการทำคดีนี้ให้เป็นคดีตัวอย่าง สร้างบรรทัดฐานไม่ให้ผู้ประกอบการหาช่องว่างเอาเปรียบผู้บริโภค และสังคมต้องไม่เพิกเฉยหรือยินยอมให้เกิดการเอาเปรียบ กว่าปีครึ่งที่ทุกคนร่วมต่อสู้กันมาและรอคอยวันนี้ เรามีหลักฐานความเสียหายที่เกิดกับผู้บริโภคที่ชัดเจน ดังนั้น ประเด็นหลักในวันนี้จึงไม่ใช่ผลทางคดีอย่างเดียว แต่เราอยากผลักดันพลังของผู้บริโภค ให้นำไปสู่การออกกฎหมายที่เป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน” นายจิณณะ กล่าว

อย่างไรก็ตามจะยื่นอุทธรณ์ให้กับผู้เสียหายทั้ง 12 คนที่ไม่ได้รับเงินชดเชยด้วย โดยภายใน 1 เดือนจะทราบผล เช่นเดียวกับจำเลยที่มีสิทธิ์จะยื่นอุทธรณ์เช่นกัน

ด้านนายกอปรศักดิ์ นุ่มน้อย หนึ่งในโจทก์ผู้ร่วมฟ้องคดีนี้ กล่าวว่า รอคอยวันนี้มานาน ที่ผ่านมาตนเองได้ทำหน้าเรียกร้องสิทธิของผู้บริโภคอย่างดีที่สุดแล้ว การต่อสู้ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นพลังความสามัคคีของทุกคน ทุกคนเคารพในคำตัดสินของศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรถทั้งสองรุ่นที่มีปัญหา คือฟอร์ดเฟียสต้า โฟกัส เป็นรถปี 2011 และผู้เสียหายที่ซื้อรถไปเริ่มเกิดปัญหาการใช้งาน โดยเฉพาะปัญหาระบบเกียร์ Power Shift ผิดปกติที่ทำให้รถมีอาการสั่น กระตุก กระชาก เครื่องร้อน เครื่องยนต์มีเสียงดังผิดปกติ เร่งไม่ขึ้น ความเร็วตกหรือเครื่องยนต์ดับกะทันหันขณะขับขี่ กลุ่มผู้เสียหายจึงเริ่มรวมตัวเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top