ก.พลังงาน คาดปี’69 ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง

ก.พลังงาน คาดปี’69 ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.51 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพลังงาน ได้วิเคราะห์แนวโน้มราคาน้ำมันในปี 2569 โดยคาดว่าราคาน้ำมันปี 2569 ว่า ราคาน่าจะต้องปรับตัวลดลงจากปี 2568  และมองว่าราคาค่อนข้างจะผันผวน เนื่องจากปริมาณน้ำมันล้นเกินความต้องการของตลาด เศรษฐกิจไม่ดี การลงทุนน้อยลง การเจริญเติบโตน้อยลง ทำให้การใช้น้ำมันน้อยลงไม่ทันการผลิตที่อาจมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจัยที่น่าเป็นห่วงเรื่องสงครามระหว่างรัสเซีย และยูเครนที่ยังไม่มีข้อยุติได้อย่างชัดเจน อาจจะเป็นปัจจัยที่ดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงเหตุการณ์ในเวเนซุเอร่ากับสหรัฐอเมริกาที่ยังตึงเครียด

สำหรับปัจจัยเสี่ยงจะมาจากสงครามเป็นหลัก ส่วนเรื่องอื่นไม่น่ามีเพราะเศรษฐกิจไม่น่าจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว กรณีธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (FED)ลดดอกเบี้ย ก็ไม่ได้ช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นภายใน 1 ปี ส่วนเศรษฐกิจโลกปี 2569 อาจฟื้นแค่นิดหน่อย แต่ไม่มีผลต่อการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ระหว่างช่วง 60-70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาเรล ขณะที่น้ำมันเบนซินน่าจะอยู่ที่ประมาณ 70-80 เหรียญฯต่อบาเรล ส่วนดีเซลคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 75-85 เหรียญฯต่อบาเรล ส่วน LPG น่าจะอยู่ที่ประมาณ 400-500 เหรียญฯ ราคาดังกล่าวเป็นการคาดการณ์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยอาจจะมีการแกว่งตัว หรือผันผวนได้บ้าง แต่ก็เชื่อราคาน่าจะลดลงจากปี 2568 หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เพราะอุปทานล้นเกินจากความต้องการของตลาดมาก


ทั้งนี้จากสถานการณ์ดังกล่าวจะมีผลทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยลดลงได้อย่างแน่นอน เพราะฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันเริ่มดีขึ้น สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันฯในปัจจุบัน คาดว่าจะกลับมาเป็นบวกได้ช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 จากเดิมที่คากว่าจะเป็นบวกได้ปลายเดือนธันวาคม 2568 เนื่องจากมีเหตุการณ์คว่ำบาตรรัสเซีย และอุกทกภัย หรือน้ำท่วมที่ภาคใต้ ซึ่งกองทุนน้ำมันฯได้ช่วยเหลือโดยการไม่เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯในช่วงที่ผ่านมา โดยข้อมูล ณ วันที่ 21 ธันวาคม 2568 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะสุทธิเป็นลบ -8,455 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันอยู่ที่ 31,291 ล้านบาท และบัญชีแอลพีจี -39,746 ล้านบาท

ด้าน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา และการที่สหรัฐฯปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมัน ส่งผลให้น้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลค้างอยู่บนเรือและสร้างความกังวลต่ออุปทานโลก ขณะที่จีนออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ ทำให้เพิ่มแรงกดดันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงยืดเยื้อ แม้สหรัฐฯ จะพยายามผลักดันการเจรจาสันติภาพ แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เนื่องจากความขัดแย้งเรื่องดินแดนเป็นอุปสรรคหลัก นอกจากนี้ อุปทานจากคาซัคสถานยังเผชิญปัญหาเนื่องจากปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านท่อ CPC ในเดือนธันวาคมลดลงถึง 33% จากแผนเดิม เหลือเพียง 1.14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 3 ขยายตัวสูงถึง 4.3% ต่อปี นับเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบสองปี ส่งผลให้ตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมช่วงปลายเดือน มกราคม 69 ซึ่งจะกดดันราคาน้ำมัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top