วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่า เร่งบูรณาการแผนฟื้นฟูในปี 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการขุดลอกและการบริหารจัดการร่องน้ำเพื่อให้สามารถรองรับทั้งการระบายน้ำช่วงฤดูฝนและการสัญจรทางน้ำของชุมชนให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ จากสาเหตุภัยพิบัติ อุทกภัยปี 2568 ส่งผลให้พื้นที่ในภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 58,724 ครัวเรือน พื้นที่ถูกน้ำท่วมมากกว่า 495,000 ไร่ และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 5,700–12,000 ล้านบาท โดย เจ้าท่า ได้มีการประเมินเบื้องต้น หนึ่งในสาเหตุที่ซ้ำเติมสถานการณ์คือ ความตื้นเขินของร่องน้ำทางเรือเดินกว่า 27 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปริมาณตะกอนจำนวนมากที่ไหลสะสมในช่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง
ดังนั้นในปีงบประมาณ 2569 กรมเจ้าท่า ได้จัดทำแผนฟื้นฟูร่องน้ำในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) แผนดำเนินงานภายใต้งบปกติ จำนวน 24 ร่องน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สิงหนคร อ.ควนเนียง และร่องน้ำสงขลาทั้งร่องใน – ร่องนอก และ 2) ร่องน้ำที่ต้องขอรับงบกลางเพิ่มเติมอีก 3 ร่องน้ำ ได้แก่ ร่องน้ำปากคลองอู่ตะเภา ร่องน้ำปากคลอง ร.1 และร่องน้ำปากคลอง ร.3 ทั้ง 3 โครงการมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเป็นจุดรับน้ำหลักจากพื้นที่เมืองหาดใหญ่และอำเภอใกล้เคียง ซึ่งปีที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในจุดวิกฤตที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยแผนขุดลอกปี 2569 มีปริมาณวัสดุ รวม 925,000 ลบ.ม. มูลค่าโครงการ 92.5 ล้านบาท
นายกริชเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนฟื้นฟูดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย เพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติระดับพื้นที่ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม คาดว่าจะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซากในเขตเศรษฐกิจสำคัญของหาดใหญ่ ระโนด ควนเนียง และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเรือบริเวณร่องน้ำสงขลา ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการค้าชายฝั่งภาคใต้
สำหรับการจัดทำแผนงานขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำภายในประเทศ และร่องน้ำชายฝั่งทะเลทั่วประเทศ ภายใต้งบประมาณประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 1 ถึง 8 และส่วนเรือขุดลอกสำนักงานพัฒนาบำรุงรักษาทางน้ำ จำนวน 78 ร่องน้ำ ในวงเงิน 164,477,000 บาท โดยมีเป้าหมายขุดร่องน้ำเพื่อนำดินขึ้นมาในปริมาณ 4,790,390 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาตื้นเขินของร่องน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ รวมทั้งเป็นการเพิ่มความปลอดภัยของเส้นทางสัญจรทางน้ำ
โดยแบ่งเป็นการปฏิบัติงานตามพื้นที่ออกเป็นภาคกลาง 7 จังหวัด ตั้งแต่ลำน้ำแม่กลอง จ. ราชบุรีในช่วง อ.บ้านโป่ง และอ.โพธาราม แม่น้ำเจ้าพระยา ดำเนินงานในช่วง ต.พระงาม ต.บางน้ำเชี่ยวและต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อ.ไชโย จ.อ่างทอง แม่น้ำท่าจีน ช่วง ต.บางใหญ่ อ.บางปลาม้า จ. สุพรรณบุรี และช่วง ต.งิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมแม่น้ำท่าว้า ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี แม่น้ำแควน้อย ต.กลอนโต อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี แม่น้ำลพบุรี ต.โพธิ์เก้าต้นอ.เมือง จ.ลพบุรี คลองคุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และแม่น้ำลำภาชี ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
ขณะที่ภาคเหนือตอนบนในพื้นที่ 4 จังหวัด เริ่มตั้งแต่แม่น้ำเจ้าพระยาเขตจ.นครสวรรค์ แม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.ชัยนาท แม่น้ำมอก จ. สุโขทัย คลองสวนหมากและคลองวังยาง จ.กำแพงเพชร ภาคใต้ฝั่งตะวันตกดำเนินการใน 3 จังหวัด โดยมีแผนขุดร่องน้ำคลองหมื่นราษฎร์ และขุดลองน้ำเพลา จ.ตรัง ดำเนินการในร่องน้ำทุ่งสะโบ๊ะ และล่องน้ำตันหยงอุมา-ทุ่งริ้น จ.สตูล และล่องน้ำสะปำ และร่องน้ำเกาะแก้ว (ร่องใน) จ. ภูเก็ต ภาคใต้ฝั่งตะวันออก จำนวน 4 จังหวัด ที่จะดำเนินการในร่องน้ำคลองบางม่วงและร่องน้ำปากดวด จ.นครศรีธรรมราช ร่องน้ำคลองจำ ร่องน้ำในพื้นที่ตำบลวัดภูมิ ร่องน้ำในพื้นที่อ.ระโนด ร่องน้ำคลองชะแล้ ร่องน้ำคลองตาย ร่องน้ำสิงห์หนหม้อ ร่องน้ำในพื้นที่ต.บางกล่ำ จ.สงขลา และร่องน้ำในพื้นที่ต.พนางตุง จ.พัทลุง ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน ดำเนินการในร่องน้ำคลองนา จ.เพชรบุรี ร่องน้ำบางสะพานร่องน้ำบางสะพานน้อย ร่องน้ำคลองฝั่งแดง ร่องน้ำยมโดย ร่องน้ำบางหัก ร่องน้ำหนองข้าวเหนียวและล่องน้ำทุ่งคา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่องน้ำบ่อคา ร่องน้ำคลองสามเสียม และร่องน้ำท่าจระเข้ จ. ชุมพร ร่องน้ำคลองดวด ร่องน้ำคันธุลี ร่องน้ำคลองราง ร่องน้ำกระแตะ ร่องน้ำคลองนางรำ และร่องน้ำฐานทัพเรือสมุย จ. สุราษฎร์ธานี
สำหรับภาคเหนือตอนบนมีแผนดำเนินการ 5 จังหวัด ประกอบด้วย แม่น้ำลาว ช่วงที่ 1 และ 2 แม่น้ำกก ลำน้ำหงาว ช่วงที่ 1และช่วงที่ 2 ลำน้ำคาว ลำน้ำแม่แก้ว จ.เชียงราย แม่น้ำแม่แดง แม่น้ำแม่แจ่ม ช่วงที่ 1และช่วงที่ 2 จ.เชียงใหม่ ลำน้ำแม่คำมี ช่วงที่ 1 ช่วงที่ 2 และช่วงที่ 3 จ. แพร่ แม่น้ำวัง แม่น้ำสอย จ.ลำปาง และการดำเนินงานแม่น้ำยม จ.แม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ ส่วนของการดำเนินงานขุดลอกและบำรุงรักษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะดำเนินการใน 5 จังหวัด 1.ลำน้ำสะแทดของจ.นครราชสีมา 2.ลำน้ำเสียวใหญ่ คลองกระบือลำพลับพลา จ.ร้อยเอ็ด 3.แม่น้ำเลย จ.เลย 4.ลำน้ำดอกไม้ จ.กาฬสินธุ์ 5.ลำคลองสำโรง จ.ศรีสะเกษ สำหรับภาคตะวันออก ร่องน้ำแหลมกลัด ร่องน้ำแหลมทองหลางและร่องน้ำถ้าเทียบเรือกรมหลวงชุมพร ร่องน้ำแหลมหินร่องน้ำแหลมกลัด จ.ตราด ร่องน้ำคลองน้ำใสและร่องน้ำคลองขลู่ จ.จันทบุรี
อย่างไรก็ตาม หากกรมเจ้าท่าได้รับการจัดสรรงบกลางตามที่เสนอก็จะสามารถเริ่มงานได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 และทยอยแล้วเสร็จภายในครึ่งปีแรกเดือนมิถุนายนของปี 2569 ซึ่งจะทันต่อฤดูฝนรอบใหม่ ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นว่าพื้นที่สำคัญจะมีระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี