ส.อ.ท.หวังฝ่า9ด่าน ลุ้นปี69ยอดผลิตรถ1.5ล้านคัน

ส.อ.ท.หวังฝ่า9ด่าน ลุ้นปี69ยอดผลิตรถ1.5ล้านคัน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.20 น.

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ปี 2568 มี 1,455,569 คัน ลดลง 0.91% จากปี 2567 แต่มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1,450,000 คัน โดยมากกว่า 5,569 คัน หรือมากกว่า 0.38% สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนธันวาคม 2568 มีจำนวน 75,121 คัน เพิ่มขึ้น 47.17% จากเดือนพฤศจิกายน 2568 และเพิ่มขึ้น 39.07% จากเดือนธันวาคม 2567 เป็นเดือนแรกในรอบ 33 เดือนที่มียอดขายรถยนต์ 75,121 คัน สรุปปี 2568 รถยนต์มียอดขาย 621,166 คัน เพิ่มขึ้น 8.47% จากปี 2567 ขณะที่การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป ปี 2568 จำนวน 935,750 คัน ลดลง 8.19% จากปี 2567

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตัวเลขประมาณการการผลิตรถยนต์ปี 2569 อยู่ที่ 1,500,000 คัน มากกว่าปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 1,455,569 คัน เพิ่มขึ้น 3.05% แบ่งเป็น ผลิตเพื่อส่งออก 950,000 คัน เท่ากับ 63.33% ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน เท่ากับ 36.67% ของยอดการผลิตทั้งหมด


สำหรับเป้าผลิตเพื่อการส่งออก 950,000 คัน จากปี 2568 ที่ผลิตได้ 956,230 คัน ลดลง 0.65% มีปัจจัยบวก ได้แก่ 1.ศาลสูงสหรัฐอเมริกาตัดสินว่าภาษีศุลกากรประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขัดรัฐธรรมนูญ 2.ธนาคารกลางสหรัฐลดอัตราดอกเบี้ยลง 3.OPEC ลดราคาน้ำมันดิบลง 4.บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยส่งออกรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

ขณะที่ปัจจัยลบ ได้แก่ 1.มาตรการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอนของประเทศคู่ค้า 2.มาตรการ Euro 6 และมาตรการ ADAS 3.รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจากประเทศจีนเข้ามาแข่งขันในประเทศคู่ค้าความขัดแย้งระหว่างประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้งชายแดนประเทศไทย 4.ความแปรปรวนสภาพอากาศ และ 5.สงครามการค้า การขาดแคลนชิ้นส่วนจากความเข้มงวดส่งออกแร่หายาก

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เป้าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน จากปี 2568 ที่ผลิตได้ 499,339 คัน เพิ่มขึ้น 10.15% มาจากปัจจัยบวกดังนี้ 1.ได้รัฐบาลใหม่ มีการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง(FDI)มากขึ้นจากผู้ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนกว่าหนึ่งล้านล้านบาท 2.รัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงฮันนีมูน ลดภาระค่าครองชีพประชาชนลง เพิ่มอำนาจซื้อประชาชน 3.ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 4. การขัดแย้งชายแดนกัมพูชาสงบลง เปิดชายแดนค้าขายได้

ส่วนปัจจัยลบ ดังนี้ 1.การตั้งรัฐบาลช้า การใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ไม่ทันใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 2.การส่งออกชะลอตัวลงจากภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 3.เงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ผู้ส่งออกโดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าเกษตร การท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น 4.สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน 5.อัตราการเกิดอยู่ในอัตราต่ำ จำนวนประชากรลดลง ส่งผลให้รายได้ที่เกี่ยวกับเด็กลดลง เช่น โรงเรียนอนุบาล และประถมศึกษา อาหาร ฯลฯ

6.ความขัดแย้งระหว่างชายแดน 7.ข่าวมิจฉาชีพในชายแดนไทยอาจส่งผลให้การท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง 8.สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการให้สินเชื่อจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงมากกว่า 80% ของGDP กระทบต่อการขายรถยนต์ 9.ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังลดลง ใช้กำลังผลิตไม่ถึง 60% กระทบต่อการลงทุนและการจ้างงาน คนงานรายได้ลดลง อำนาจซื้อลดลง เศรษฐกิจเติบโตในอัตราต่ำ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top