‘ไชยชนก’รุกหนักปราบสแกมเมอร์ ระงับ‘บัญชีม้า’แล้ว 1.18 ล้านบัญชี

‘ไชยชนก’รุกหนักปราบสแกมเมอร์ ระงับ‘บัญชีม้า’แล้ว 1.18 ล้านบัญชี

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.40 น.

‘ไชยชนก’รุกหนักปราบสแกมเมอร์ ระงับ‘บัญชีม้า’แล้ว 1.18 ล้านบัญชี เร่งรัดช่วยประชาชน ลดความเสียหายเดือน ธ.ค.68 เหลือ 1.7 พันล้านบาท

6 กุมภาพันธ์ 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กรณีที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 ได้กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏผลการดำเนินการเป็นรูปธรรม ในการป้องกันและปราบปรามสแกมมเอร์ ช่วยเหลือและลดผลกระทบความเสียหายจากสแกมเมอร์ให้กับประชาชน


ทั้งนี้ AOC 1441 ได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับ ตร. ปปง. สถาบันการเงิน ระงับธุรกรรมที่ผิดปกติทันที โดยเร่งการอายัดบัญชีธนาคาร ลดขั้นตอนและเวลาในการอายัด เพื่อป้องกันการถ่ายโอนเงินไปยังบัญชีม้าอื่นๆ ตัดเส้นทางการเงิน โดยสามารถระงับบัญชีธนาคารตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.66 – 30 ม.ค.69 จำนวน 1,183,326 บัญชี

ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการเร่งรัด ปิดกั้นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นช่องทางการก่ออาชญากรรมออนไลน์ผ่านทางการหลอกลวง และเว็บพนันออนไลน์อย่างรวดเร็ว และเข้มข้น ซึ่งในระยะเวลา 4 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ( 1 ต.ค.68 – 1 ก.พ.69) ปิดกั้นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย รวมเป็นจำนวน 304,631 URLs โดยเป็นเว็บไซต์พนันออนไลน์มากถึง 259,385 URLs

ด้านการบูรณาการทำงานร่วมกับ กสทช. และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อเร่งรัดมาตรการคุมเข้ม ซิม เสา สาย โดยออกมาตรการปราบปรามซิมผี การควบคุมเสา-สายสัญญาณแนวชายแดน ล่าสุดออกมาตรการจำกัดจำนวนการถือครองซิมไม่เกิน 5 หมายเลข/คน มาตรการยืนยันตัวตนผ่านระบบ KYC ก่อนเปิดใช้งานซิม ระงับการลงทะเบียนใช้งานซิมผ่านศูนย์ให้บริการ (ลูกตู้) ที่ไม่มีระบบ KYC และยกเลิกการลงทะเบียนซิมการ์ดและ e-SIM ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหมด พร้อมกับการคุมเข้มการใช้งาน SIM Box ในประเทศไทย และการนำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องร่วมกับกรมศุลกากร

นอกจากนี้ กสทช. ยังได้ระงับการใช้งานเบอร์โทรที่มีการใช้งานผิดปกติ ซึ่งเข้าข่ายซิมผี และอาจใช้ในการสแกมเมอร์ โดยในเดือน ธ.ค. 2568 พบว่ามีจำนวนกว่า 23,057 เลขหมาย และมีการโทรออกรวมประมาณ 2,400,000 ครั้ง

ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานรัฐ ยกเลิกการส่งอีเมล-SMS แนบลิงก์ให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ธปท. และสถาบันการเงิน ยังได้กำหนดมาตรการการเปิด Location ที่ตั้งของผู้ใช้บริการธนาคารเมื่อมีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน Mobile Banking

ด้านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้ออกมาตรการคุมเข้มการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล เพื่อสกัดกั้น “บัญชีม้านิติบุคคล” โดยกรรมการ/ผู้ถือหุ้น จะต้องมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน และยื่น Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน และแสดงหลักฐานที่ตั้งสำนักงาน

ในส่วนของกรรมการ/ผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีรายได้น้อย) ต้องมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน และยื่น Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ในกรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนไม่ถึงร้อยละ 50 หรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ให้ผู้ถือหุ้นคนไทยทุกคนต้องส่ง Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน และหากมีการใช้สถานที่ตั้งของบริษัทซ้ำๆกัน จะต้องจัดส่งหนังสือยินยอมการใช้สถานที่หรือหลักฐานแสดงสิทธิในการยืนยัน

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อกำหนดเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการกำหนดให้สถาบันการเงิน/เครือข่ายมือถือร่วมรับผิด หากปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำความผิดของสแกมเมอร์ รวมทั้งเร่งรัดการออกหลักเกณฑ์การคืนเงินให้กับผู้เสียหาย โดยมี ปปง. เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นตอนการคืนเงินผู้เสียหายให้เร็วขึ้น

จากการดำเนินการเร่งรัดมาตรการการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ของคณะกรรมการฯ ที่มีกระทรวงดีอี ตร. กสทช. ปปง. สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรากฏผลทำให้มูลค่าความเสียหาย ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยจากสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ของ ตร. พบว่า เดือนธันวาคม 2568 มีปริมาณคดีที่เกิดขึ้นจำนวน 31,198 เคส เฉลี่ย 1,006 เคส/วัน มีมูลค่าความเสียหายรวม 1,792 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 58 ล้านบาท/วัน เมื่อเปรียบเทียบกับสถิตในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ที่มีสถิติแจ้งความออนไลน์ จำนวน 33,624 เรื่อง เฉลี่ย 1,085 เคส/วัน มูลค่าความเสียหาย 2,209 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 71 ล้านบาท/วัน

“ผลจากการประชุมของคณะกรรมการฯ ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ มาตรา 13  มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อลดจำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างเป็นรูปธรรม” นายไชยชนก กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top