วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค(CCI) ประจำเดือนมกราคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,243 รายทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.8 จากเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 51.9 เป็นผลมาจากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชายุติและสงบลงตั้งแต่ปลายปี 2568 จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับบรรยากาศการหาเสียงที่คึกคักทั่วประเทศและความหวังที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ปรับตัวดีขึ้นและส่งผลให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ในอนาคต
ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ระดับ 46.4 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม อยู่ที่ระดับ 50.5 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ระดับ 61.6 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับในเดือนธันวาคม 2568 ที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ระดับ 45.5 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม อยู่ที่ระดับ 49.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ระดับ 60.5
โดยการที่ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำและรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน แม้รัฐบาลจะมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์ที่ออกมาเป็นรูปธรรม และค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ตลอดจนผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากสงครามการค้า และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
ส่วนแนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และเดือนมีนาคม 2569 จะยังเป็นบวกได้ต่อเนื่องหรือไม่นั้น จุดสำคัญอยู่ที่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และการมีนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง หน้าตาคณะรัฐมนตรีเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่
ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในช่วงไตรมาส 1/2569 เนื่องจากรอดูความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองไทยว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร และรัฐบาลจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด ตลอดจนสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชาจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร ขณะที่ผู้บริโภคมีความหวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวดีขึ้น
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าช่วงไตรมาส 1/2569 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่นั้น เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ประมาณ 0.8-1.2% และยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ไว้ที่ 1.6% เท่าเดิม แต่อาจจะมีการทบทวนประมาณการใหม่ก็ต่อเมื่อสงครามการค้ามีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้น ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงจนเกิดเป็นสงครามจริง รวมทั้งรอดูนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างไรด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี