533.jpg
กังวลสงคราม-ราคาน้ำมัน กดดัชนี‘CCI’มี.ค.ต่ำสุดรอบ 6 เดือน

กังวลสงคราม-ราคาน้ำมัน กดดัชนี‘CCI’มี.ค.ต่ำสุดรอบ 6 เดือน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาวัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนมีนาคม 2569 ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.7 เป็น 51.8 โดยเป็นการปรับตัวลดลงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน

ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 45.5 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม อยู่ที่ 49.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 60.2 โดยดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า และยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับปกติที่ 100 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงครึ่งปีแรก 2569 เนื่องจากรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงครามว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร รุนแรงมากน้อยเพียงใด และจะยุติเร็วแค่ไหน ตลอดจนมาตรการของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบจากภาวะสงครามและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล


 “ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมสถานการณ์ราคาน้ำมันมากนัก เนื่องจากการปรับขึ้นราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งในการสำรวจรับรู้ราคาที่เพิ่มขึ้นไปเพียง 11 บาท/ลิตร แต่ตอนนี้เฉลี่ยราคาน้ำมันขึ้นไปแล้วประมาณ 18 บาท/ลิตร อย่างไรก็ตามเห็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะดีเซล จะทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่อง”รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามจากสถิติที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเก็บข้อมูล พบว่ามี 3 ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงได้ต่อเนื่อง คือ 1.น้ำมัน ซึ่งมีผลต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง 2.ภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก หรือภาวะโรคภัย และ 3.เสถียรภาพทางการเมือง เช่น เรื่องการประท้วงนอกสภาฯ

โดยสะท้อนว่าการที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่สถานการณ์ทางการเมืองของไทยมีความเข้มแข็ง สะท้อนจากดัชนีทางการเมืองเป็นเพียงตัวเดียวที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านๆมา ถือว่าเป็นมิติบวกที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีภาพที่ประชาชนมองว่าการเมืองไทยมีเสถียรภาพ และรัฐบาลยังทำงานแม้ว่าจะมีกระแสวิจารณ์ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ทั้งนี้การที่รัฐบาลยังทำงาน และภาพของมุมมองของผู้บริโภคที่มองว่าการเมืองนิ่ง จะเป็นปัจจัยที่ทำให้การดำเนินมาตรการของรัฐ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำได้ชัดเจนและสามารถทำได้อย่างเต็มที่

“สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในกรอบ 97-98 ดอลลาร์/บาร์เรล ยังไม่ทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ดังนั้นทิศทางของโลกยังมองถึงสถานการณ์ที่คลี่คลาย แต่ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะสหรัฐฯได้พูดถึงการเจรจาหยุดยิงมาต่อเนื่อง 1-2 เดือนแล้ว แต่อิหร่านมีท่าทีปฏิเสธ แม้เมื่อวันที่ 8 เมษายน สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน มีเงื่อนไขในการหยุดยิง แต่อิสราเอลก็ยังมีการโจมตีเลบานอน ดังนั้นการเจรจาอาจไม่สำเร็จโดยง่าย เพราะทั้ง 2 ฝ่ายมีเงื่อนไขเป็นของตนเอง และต้องการบริหารช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้นสถานการณ์ยังผันผวน มีความเป็นไปได้ที่สงครามจะจบใน 3 เดือน หรือสงครามอาจลากยาวมากกว่านี้ ซึ่งต้องติดตามท่าทีของทั้ง 3 ประเทศต่อไป โดยเฉพาะการเจรจาใน 1-2 วันนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่”นายธนวรรธน์ กล่าว

ทั้งนี้ถ้าการเจรจาล้มเหลว สงครามจะยืดเยื้อและราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นต่อเนื่อง แต่ถ้าการเจรจาเกิดขึ้น ท่าทีในการปรองดองอาจจะดูง่ายขึ้น โดยให้ติดตามว่า 2 สัปดาห์หลังจากนี้สถานการณ์จะคลี่คลายหรือไม่ ทั้งนี้ถือเป็นเงื่อนไขที่ดีที่ทำให้ไม่มีแรงกดดันเชิงลบด้านพลังงานในไทย เพราะการที่รัฐบาลสามารถเจรจากับโรงกลั่นและลดราคาไปได้ 2 บาท/ลิตร จะผ่อนคลายบรรยากาศในช่วงสงกรานต์ ซึ่งถ้าบรรยากาศในช่วงสงกรานต์มีความคึกคักในระดับหนึ่ง จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค และถ้าสถานการณ์ของการเจรจาหยุดยิงพัฒนาไปในเชิงบวก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคน่าจะหยุดทรุดตัวลงมาก หรือมีโอกาสที่จะกลับขึ้นมาได้ ดังนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top