‘โลจิสติกส์’โตรับอีคอมเมิร์ซ แนะไทยชิงตลาด14 ล้านล้านเหรียญ

‘โลจิสติกส์’โตรับอีคอมเมิร์ซ แนะไทยชิงตลาด14 ล้านล้านเหรียญ

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.30 น.

‘โลจิสติกส์’โตรับอีคอมเมิร์ซ แนะไทยชิงตลาด14 ล้านล้านเหรียญ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยเป็นกลุ่มธุรกิจที่กำลังเผชิญความท้าทายและมีโอกาสทางธุรกิจไปพร้อมกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วโลก คาดว่าภายในปี 2571 ตลาดโลจิสติกส์โลกจะขยายตัวเกิน 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการบริการ


นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยมีการกระจายตัวในหลายสาขา โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งพัสดุและคลังสินค้าอัจฉริยะ (Smart Warehouse) ที่เติบโตโดดเด่น สอดรับกับการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ด้านการขนส่งสินค้ารวมทั้งสิ้น 29,209 ราย มูลค่าการลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่เป็นสัญชาติญี่ปุ่น 5,468.54 ล้านบาท คิดเป็น 27.8% จีน 2,446.67 ล้านบาท คิดเป็น 12.4% และสิงคโปร์ 2,106.13 ล้านบาท คิดเป็น 10.7

นายพูนพงษ์ กล่าวอีกว่า ช่วง 5 ปี (2564-2568) มีการจัดตั้งใหม่อยู่ที่ 2,924 รายต่อปี ช่วงปี 2564 (3,737 ราย) และ 2565 (3,003 ราย) เป็นช่วงที่มีการจัดตั้งใหม่สูง แม้จะอยู่ในช่วงโควิด แสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้านผลประกอบการในช่วง 3 ปี (2565–2567) พบว่า รายได้อยู่ในระดับสูง เฉลี่ยอยู่ที่ 862,266 ล้านบาทต่อปี โดยรวมยังทรงตัว แม้จะปรับลดลงในปี 2566 ก่อนฟื้นกลับในปี 2567 ขณะที่กำไรมีความผันผวนและไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเช่นเดียวกับรายได้

“ในภาพรวมชี้ให้เห็นว่าธุรกิจโลจิสติกส์กำลังเผชิญสภาวะกำไรที่ลดลง การเติบโตระยะถัดไปจึงไม่สามารถพึ่งพาการเพิ่มรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องยกระดับประสิทธิภาพ และขยับสู่บริการมูลค่าเพิ่ม เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยธุรกิจโลจิสติกส์ไทยยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก ทั้งในมิติของปริมาณธุรกิจ คุณภาพการให้บริการและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ซึ่งกรมฯ พร้อมร่วมมือวางยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ไทยให้ตอบรับกระแสโลกด้านความยั่งยืน สร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมีมาตรฐาน และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว” นายพูนพงษ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top