สุมหัวฮั้วมะพร้าว แฉทุนใหญ่ป่วน-ต้นตอราคาดิ่ง

สุมหัวฮั้วมะพร้าว แฉทุนใหญ่ป่วน-ต้นตอราคาดิ่ง

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ที่ปรึกษาด้านการสืบสวนสอบสวน และทีมคณะทำงานของสำนักงาน กขค. โดยร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่ พบข้อสังเกตด้านราคามะพร้าวน้ำหอมที่ไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาดแบบซื้อมาขายไปตามปกติ อาจมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้ามาแทรกแซงและพยายามกำหนดราคารับซื้อ

ผศ.ดร.วิษณุ ระบุว่า ประเด็นแรกที่สำนักงาน กขค. จับตาและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คือ พฤติกรรมการจับมือกันฮั้วราคา เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการตั้งกลุ่มแชตไลน์ลับที่เกิดจากการรวมตัวแทนโรงงานกว่า 300 แห่ง เพื่อพูดคุยส่งสัญญาณและกำหนดทิศทางราคารับซื้อมะพร้าวลูกเขียว ไม่เกินลูกละ 10 บาทตลอดทั้งปี หากพบว่ามีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป หากเป็นการฮั้วในตลาดเดียวกัน จะต้องรับโทษทางอาญา คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ


ผศ.ดร.วิษณุ กล่าวอีกว่า อีกประเด็น คือ พฤติกรรมของรายใหญ่ในตลาดหรือที่เรียกว่าผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ซึ่งการมีสถานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดนั้นไม่ผิด แต่ห้ามใช้อำนาจเหนือตลาดไปสร้างเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม เพื่อเอาเปรียบผู้อื่น ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญา

“พฤติกรรมทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมลักษณะนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเอาเปรียบเกษตรกร แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจไทยที่ต้องถูกกำหนดราคาจากระดับบน โดยมีพฤติกรรมที่ต้องตรวจสอบจากกรณีดังกล่าว เช่น การใช้อำนาจควบคุมระบบโลจิสติกส์ และการกระจายตู้คอนเทนเนอร์ โดยกักตุนสินค้าไว้ในโรงงานไม่ยอมส่งออก เพื่อสร้างสถานการณ์ว่าผลผลิตล้นตลาด และใช้เป็นข้ออ้างในการกดราคารับซื้อจากเกษตรกรให้ต่ำที่สุด ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม” ผศ.ดร.วิษณุ กล่าว

เลขาธิการ กขค. กล่าวอีกว่า สำนักงาน กขค. จะตรวจสอบและติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงอยากขอความร่วมมือจากล้งต่าง ๆ ในการแสดงข้อมูลทางบัญชี และประวัติการซื้อขายเพื่อให้ตรวจสอบความโปร่งใส และขอย้ำว่าการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นการด่วนตัดสินว่าใครกระทำความผิด หากแต่เป็นการติดตามและกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน กขค. เพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม ให้กลไกตลาดทำงานได้อย่างเสรี

นอกจากนี้ ยังเตรียมนำรูปแบบการตรวจสอบในครั้งนี้ไปขยายผลเพื่อใช้เป็นโมเดลในการแก้ปัญหาล้งรับซื้อผลไม้ประเภทอื่นๆที่กำลังเผชิญปัญหาถูกกลุ่มทุนต่างชาติเข้าครอบงำด้วยเช่นกัน ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 สำนักงาน กขค. ได้ลงพื้นที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกและรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอม เพื่อประชุมรับฟังปัญหาและสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายการแข่งขันทางการค้า โดยมีกลุ่มผู้ประกอบการจุดรับซื้อและรวบรวมผลผลิต (ล้งมะพร้าว) ในพื้นที่เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง

สำนักงาน กขค. ได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายในการกำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาด การตกลงร่วมกันเพื่อฮั้วราคา รวมถึงป้องปรามการเอาเปรียบทางการค้าในตลาดสินค้าเกษตร เนื่องจากล้งมะพร้าวถือเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างเกษตรกรชาวสวนกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ กขค. จึงให้ความสำคัญกับการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อป้องกันพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการใช้อำนาจเหนือตลาด หรือการกดราคารับซื้อผลผลิต ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top