วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทต่อการสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น และเกิดประเด็นด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ๆที่อาจต้องนำมาพิจารณาหลายประการ อาทิ ควรให้ความคุ้มครองผลงานที่ AI สร้างขึ้นหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร ความชอบด้วยกฎหมายในการนำผลงานอันมีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึก AI การกำหนดหน้าที่ให้ผู้ใช้งาน AI เปิดเผยข้อมูลเมื่อมีการเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณะ โดยการระบุว่าเป็นงานที่สร้างขึ้นโดย AI เพื่อความโปร่งใส การแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับเจ้าของงานลิขสิทธิ์อย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่เนื้อหามีมูลค่าสูง เช่น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ เป็นต้น
นอกจากนี้การพัฒนา AI ในบางแพลตฟอร์มอาศัยกระบวนการทำเหมืองข้อมูล (Text and Data Mining) โดยดึงข้อมูลจำนวนมากจากแหล่งต่างๆบนอินเทอร์เน็ตมาใช้ฝึกฝน AI หากผลงานที่สร้างขึ้นใหม่ที่มีลักษณะเป็นการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือลอกเลียนเนื้อหา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ซึ่งประเด็นเหล่านี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงในหลายประเทศ รวมถึงในเวทีระหว่างประเทศ
ทั้งนี้กรมฯตระหนักถึงผลกระทบของ AI ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบต่อระบบทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้จัดตั้ง “คณะทำงานด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อศึกษาทิศทางที่เหมาะสมในการขับเคลื่อนนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ เพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ และให้การพิจารณานโยบายและมาตรการทางกฎหมายด้านลิขสิทธิ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพ รอบคอบ และสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย และแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุดกรมฯได้หารือกับ Mr.James Cheatley ผู้อำนวยการอาวุโส ด้านวิดีโอออนดีมานด์ (VOD) กิจการดิจิทัลและทรัพย์สินทางปัญญา สมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งเอเชียแปซิฟิก (Motion Picture Association ASIA Pacific : MPA ASIA Pacific) โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกันเกี่ยวกับทิศทางนโยบายระหว่างประเทศด้านAI และเห็นพ้องว่าการกำหนดนโยบายดังกล่าว ควรดำเนินการอย่างรอบคอบและสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการคุ้มครองสิทธิ์ของเจ้าของผลงาน
ทั้งนี้ผู้แทนของ MPA ASIA Pacific ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีกรณีพิพาททางกฎหมายในประเด็นดังกล่าวในหลายประเทศ จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการที่จะใช้ AI สร้างสรรค์งาน ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่ใช้ในการฝึก AI อย่างรอบคอบ และเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีมาตรการบริหารความเสี่ยงทางกฎหมายที่เหมาะสม
“แนวทางการพัฒนานโยบายด้าน AI ของไทย มุ่งเน้นทั้งการกำกับดูแลความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ์ และการสร้างโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ไทยสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นธรรม พร้อมผลักดันให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อทั้งผู้สร้างสรรค์ นักพัฒนาเทคโนโลยี และผู้ประกอบการ โดยกรมฯจะนำข้อมูลที่ได้จากการหารือกับสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งเอเชียแปซิฟิก ไปใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายลิขสิทธิ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง และพัฒนามาตรการคุ้มครองงานลิขสิทธิ์ของไทยต่อไป ”นางอรมน กล่าว
นอกจากนี้จะเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ AI และลิขสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การกำหนดนโยบายให้มีความครอบคลุม ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และพัฒนาศักยภาพคนไทยให้สามารถใช้ AI ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี