วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ร่วมกับคณะกรรมมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) และสถานทูตบังกลาเทศ ประจำประเทศไทย จัดการประชุมหัวข้อ “Enhancing Bangladesh -Thailand Economic Engagement: Challenges, Opportunities, and the Way Forward in the Future Free Trade Agreement (FTA)” ณ United Nations Conference Centre เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการค้า การลงทุน และแนวทางพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและบังกลาเทศ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมประชุมด้วย
นางอาร์มิดา ซัลเซียะฮ์ อาลิสจะฮ์บานา เลขาธิการบริหารคณะกรรมมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) กล่าวในการเปิดประชุมว่า ESCAP ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการสนับสนุนด้านวิชาการ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี(FTA) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานกฎระเบียบและมาตรฐานทางการค้าระหว่างประเทศ
นายฟัยยาซ มูรชิด กาซี เอกอัครราชทูตบังกลาเทศประจำประเทศไทย และนายอับดุล ราฮิม คาน Additional Secretary กระทรวงพาณิชย์บังกลาเทศ กล่าวว่า บังกลาเทศกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวพ้นสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC) ภายในปี ค.ศ. 2029 จึงเร่งขยายเครือข่ายความตกลงการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยไทยถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่มีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และบริการสมัยใหม่
นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างไทยและบังกลาเทศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการค้า แต่ยังครอบคลุมถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย ITD พร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพด้านการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-บังกลาเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลักดัน FTA ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเพิ่มบทบาทของภูมิภาคอ่าวเบงกอล ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลก
นางอุมาพร ฟูตระกูล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การค้าระหว่างไทย-บังกลาเทศในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้การค้าระหว่าง 2 ประเทศยังไม่สมดุล แต่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้เมื่อบังกลาเทศพ้นสถานะประเทศ LDC จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีแบบ DFQF (Duty-Free Quota-Free) จากไทย จึงเป็นแรงผลักดันให้ทั้ง 2 ฝ่ายเร่งศึกษาความเป็นไปได้ของ FTA ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือเชิงสำรวจ (Exploratory Discussions) เพื่อจัดทำกรอบภายในปี 2569 ในการเจรจาและปูทางสู่การลงนาม FTA ในอนาคต
ผู้แทนจากบังกลาเทศ กล่าวว่า การเตรียมพ้นสถานะ LDC ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบังกลาเทศ ทั้งด้านโครงสร้างเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาดโลก จึงเร่งเดินหน้าจัดทำ FTA กับประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยล่าสุดได้ลงนาม FTA กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแสดงความสนใจทำ FTA กับไทย เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกันในระยะยาว และบังกลาเทศยังมองว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญภายใต้นโยบาย “Look East Policy” และเป็นประตูเชื่อมสู่ตลาดอาเซียน
โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่า ไทยและบังกลาเทศไม่มีประเด็นอ่อนไหวต่อกันที่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจา อีกทั้งยังมีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนกันในหลายมิติ จึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเร่งเตรียมความพร้อมสู่การจัดทำ FTA เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี