533.jpg
รายงานพิเศษ : ความปลอดภัยในชีวิตของคนไทย อยู่ในมือของ...วราวุธ ศิลปอาชา  รมว.อุตสาหกรรม

รายงานพิเศษ : ความปลอดภัยในชีวิตของคนไทย อยู่ในมือของ...วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.05 น.

** คงยังจำกรณีของโรงงานผลิตเหล็กของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ที่ถูกกระทรวงอุตสาหกรรมในสมัยของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ ดำรงตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม สั่งระงับกิจการชั่วคราวเนื่องจาก พบว่าโรงงานดังกล่าวไม่ผ่านมาตรฐานเรื่องความปลอดภัย และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ใช่ไหม...และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ก็ยังได้เข้าตรวจสอบคุณภาพเหล็กเส้นจากโรงงานนี้ด้วย ซึ่งก็พบว่ามีเหล็กเส้นจำนวนหนึ่งที่ไม่ผ่านมาตรฐาน มอก. ในเรื่องของ “ค่าโลหะ” และที่โด่งดังมากเรื่องนี้ก็ต้องที่ไปพบว่ามีเหล็กเส้นของโรงงานแห่งนี้ถูกใช้ในอาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้าง ถล่มลงมาราบเป็นหน้ากลอง หลังได้รับแรงสั่นสะเทือน จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568   ซึ่งจากกรณีดังกล่าวก็ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามเรื่องคุณภาพของเหล็กเส้นที่ผลิตด้วยกระบวนการหลอมด้วยเตา Induction Furnace (IF) ซึ่งเหล็กจากโรงงานของ ซิน เคอ หยวน ก็ผลิตด้วยกระบวนการหลอมด้วยเตา IF ด้วยเช่นกัน

ตลอดปี 2568 จนถึงวันนี้...ซิน เคอ หยวน พยายามขออนุญาตกระทรวงอุตสาหกรรมกลับมาเปิดดำเนินการใหม่อีกครั้ง ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงต้นปี 2569 กรมโรงงานอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัด ได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบโรงงานเหล็กของ ซิน เคอ หยวน ในเรื่องมาตรฐานความปลดภัย และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ผลออกมาเป็นอย่างไรยังไม่มีเผยแพร่อย่างเป็นทางการจากส่วนที่เกี่ยวข้อง


แต่ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ยังมีมติอื่นๆที่ต้องให้สำคัญอีกด้วย...เช่นเรื่องคุณภาพของเหล็กที่ผลิตจาก Induction Furnace (IF)  ซึ่งเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบ ของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม และเหตุที่ต้องให้ความสำคัญกับการ ผลิตเหล็กด้วย Induction Furnace (IF) เพราะกระบวนการหลอมด้วยเตา Induction Furnace (IF) ซึ่งข้อจำกัดของเตาหลอมประเภทนี้ คือ ไม่มีระบบออกซิเดชัน (Oxidation) และการสร้างสแลก (slag) สำหรับกำจัดหรือดูดซับสารมลทิน เช่น ฟอสฟอรัส กำมะถัน และสิ่งเจือปนที่มากับเศษเหล็ก เช่น โบรอน เป็นต้น ทำให้ควบคุมคุณสมบัติทางเคมีตลอดจนปริมาณของสารมลทินและสิ่งเจือปนได้ยาก

ดังนั้น มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 ซึ่งเป็นมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้างฉบับปัจจุบัน จึงกำหนดให้มีกระบวนการคัดเลือกเศษเหล็กที่ใช้เป็นวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน และเตรียมเศษเหล็กที่สะอาด และต้องมีการเติมส่วนผสมทางเคมีด้วยธาตุต่างๆ ลงไปในกระบวนการหลอมอย่างแม่นยำ และจะต้องมีกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กด้วย เช่น เตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace) แต่ปรากฏว่าโรงงานเหล็กกลุ่มเตา IF นี้ส่วนใหญ่ รวมทั้งของ ซิน เคอ หยวน ไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์ (Ladle Furnace) ขณะที่ประเทศไทยขาดแคลนวัตถุดิบเศษเหล็กคุณภาพดี ทั้งนี้สิ่งที่เป็นประจักษ์พยานอีกอย่างหนึ่งคือการผลิตเหล็กที่คุณสมบัติไม่ผ่าน มอก. ที่ผ่านมาของโรงงาน IF ยังมีสาเหตุหลักมาจากการไม่สามารถควบคุมส่วนผสมทางเคมี เช่น ค่าโบรอนให้เป็นไปตาม มอก.ได้

นอกจากนี้กระบวนการหลอมด้วยเตา Induction Furnace (IF) ยังมักก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งในกรณีของประเทศจีนซึ่งเคยมีการผลิตเหล็กเส้นด้วยเตา IF มากที่สุดในโลก ได้สั่งยกเลิกการผลิตเหล็กเส้นด้วยเตา IF ของประเทศจีนที่มีกำลังผลิตราว 120 ล้านตันต่อปีทั้งหมดในปี 2560 โดยในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น ได้มีการย้ายเครื่องจักรของโรงงานที่ใช้เตา IF มายังประเทศในอาเซียน รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้มีการศึกษาปัญหาด้านคุณภาพของเหล็กเส้นก่อสร้างที่ผลิตจากเตา IF โดย ASEAN Iron and Steel Council ภายใต้ Southeast Asia Iron and Steel Institute ได้ข้อสรุปเชิงนโยบายให้แต่ละประเทศทยอยยกเลิกการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างจากเตา IF เพื่อความปลอดภัยของสิ่งก่อสร้าง

ถึงตรงนี้ หากว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะลงนามในคำสั่งให้โรงงานเหล็กเตา IF ใด หรือแม้กระทั่งของ ซิน เคอ หยวน ซึ่งใช้ เตา IF ด้วยเหมือนกัน กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง กระทรวงอุตสาหกรรมก็ต้องกำหนดให้โรงงานเหล็กดังกล่าว ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตอย่างเคร่งครัดครบถ้วน โดยเฉพาะข้อกำหนดด้าน วัสดุ การทํา และส่วนประกอบทางเคมี ที่กำหนดใน มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 ข้อ 5.2 - ข้อ 5.5

โดยเฉพาะข้อ 5.2 ที่มีรายละเอียดดังนี้ การทำเหล็กแท่งเล็ก หรือเหล็กแท่งใหญ่ ใช้ทำเหล็กข้ออ้อย ต้องมีขั้นตอนกรรมวิธีการทำและการควบคุมเป็นส่วนประกอบหนึ่ง นั้น ข้อที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งคือ หัวข้อ (3) ที่ได้กำหนดว่า “มีกระบวนการทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกำมะถันรวมทั้งปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังใน (inclusion)ได้อย่างเหมาะสม”

ทั้งนี้ข้อกำหนดดังกล่าวที่ใช้คำว่า “เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) นั้น” มีเหตุผลทางวิชาการเพื่อให้สามารถกำจัดสารมลทินเช่นกำมะถัน และสิ่งเจือปน (inclusions) ที่กระบวนการ IF ไม่สามารถกำจัดออกได้ ซึ่งเป็นเทคนิคขั้นพื้นฐาน หรือขั้นต่ำ ที่จะต้องมีและยังมีเทคนิคอื่นๆ ที่เทียบเท่าหรือดีกว่าการใช้เตาปรุง เช่น กระบวนการ VOD (Vacuum Oxygen Degasser)

ย้ำว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ สำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จะต้องดำเนินการโดยตระหนักถึง ความปลอดภัยสาธารณะของสิ่งก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ดังนั้นในด้าน คุณภาพสินค้า...ในกรณีที่ผู้ผลิตด้วยกระบวนการ IF ต้องการขออนุญาตกลับมาดำเนินกิจการ รายที่ไม่มีเตาปรุง (ladle furnace) โดยอ้างว่ามีเทคโนโลยีในการควบคุมคุณภาพ ต้องนำเสนอรายละเอียดทางเทคนิคที่เทียบเท่าหรือดีกว่าการใช้เตาปรุง (ladle furnace) ให้กับคณะกรรมการวิชาการของ สมอ. คณะที่กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เพื่อนำเสนอข้อมูลและจัดให้มีการตรวจสอบกระบวนการและการปฏิบัติที่หน้างานต่อคณะกรรมการวิชาการ เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ให้ความเห็นชอบในขั้นสุด...ใน ด้านสิ่งแวดล้อม...กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องจักรว่ามีการติดตั้งและการปฏิบัติตรงตามรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับอนุมัติจากทางราชการอย่างครบถ้วน ก่อนอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการ**

** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top