537.jpg
สสว.อัดงบ 765 ล้าน ลุย ‘Rebuild SMEs’ เข้าถึงสิทธิประโยชน์-การบริการรัฐ

สสว.อัดงบ 765 ล้าน ลุย ‘Rebuild SMEs’ เข้าถึงสิทธิประโยชน์-การบริการรัฐ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.46 น.

 

น.ส.ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้จัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ประจำปี 2569 ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจฯ โดยยึดกรอบแผนการส่งเสริม SME ฉบับที่ 5 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริม SME และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว


อย่างไรก็ตามโดยแผนปฏิบัติการฯ ปี 2569 ขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ “SME อยู่รอด ปรับตัวเร็ว และเติบโตสู่ความยั่งยืน” ผ่าน 3 พันธกิจหลัก คือ ช่วยให้อยู่รอด เร่งปรับตัว และยกระดับสู่อุตสาหกรรมอนาคต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ในการผลักดันสัดส่วน GDP ของ SME ให้แตะร้อยละ 38.6 ของ GDP รวมประเทศ มุ่งเน้น 5 ประเด็น ได้แก่ เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation),ธุรกิจสีเขียว (Green), ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social), ธรรมาภิบาล (Governance) และซอฟต์พาวเวอร์ (Soft power) ผ่าน 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ 16 กลยุทธ์ที่ครอบคลุมการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ การตลาดมุ่งเป้า การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และการหนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเดิมภาพรวมแผนปฏิบัติการฯ มีทั้งสิ้น 134 โครงการ งบประมาณรวมกว่า 8,069 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากวิกฤตเศรษฐกิจ อุทกภัย ผลกระทบชายแดน รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ SME ไทยที่มีกว่า 3.25 ล้านราย (ร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจทั้งประเทศ) ซึ่งปัจจุบันสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้เพียง 1 ใน 3 ของ GDP รวมเท่านั้น สสว. จึงได้อนุมัติ “แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ประจำปี 2569 เพิ่มเติม” จัดสรรเงินกองทุนส่งเสริม SME รวม 765 ล้านบาท ให้แก่หน่วยงานจาก 4 กระทรวง 11 หน่วยงาน รวม 25 โครงการ โดยมีกรอบเวลาดำเนินงานสูงสุดไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อเร่งเยียวยาและเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการเดินหน้าต่อไปได้ทันที

สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ 2569” รวมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณสนับสนุนจากกองทุน สสว. เป็นหนึ่งภายใต้แผนปฏิบัติการเพิ่มเติมนี้ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ดิจิทัล และ AI, อาหารมูลค่าสูง, การแพทย์และสุขภาพ, พลังงานสะอาด และการยกระดับ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจากการสนับสนุนงบประมาณบริหารจัดการโครงการแล้ว สสว.ยังมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขึ้นทะเบียน SME ONE ID ซึ่งเปรียบเสมือนพาสปอร์ตทางธุรกิจ เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยเข้าถึงสิทธิประโยชน์และการบริการของภาครัฐได้อย่างรวดเร็วและลดความซ้ำซ้อนของเอกสารมากที่สุด

“ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การดำเนินโครงการระหว่างหน่วยงาน แต่เป็นสัญญาณสำคัญของการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ ที่จะช่วยให้ SME ไทยปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว มีความคิดสร้างสรรค์ และเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี แหล่งเงินทุน และตลาดใหม่ๆ สสว. มั่นใจว่า พลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะสามารถสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก และเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป” น.ส.ปณิตา กล่าว

- 030 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top