วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / โลกการค้า
โลกการค้า

โลกการค้า

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.
ดีมานด์หด-แข่งกับเหล็กนำเข้า-ราคาลด คือปัจจัยลบที่รุมถล่มอุตสาหกรรมเหล็กไทย

ดูทั้งหมด

  •  

ll อุตสาหกรรมเหล็กไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันกับเหล็กนำเข้าจากประเทศจีนที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด และกดดันให้ราคาเหล็กอยู่ในเทรนด์ขาลง ซึ่งเป็นที่ทราบกันในแวดวงธุรกิจเหล็กว่าเมื่อไหร่ที่ราคาอยู่ในเทรนด์ขาลง ผู้ประกอบการจะมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนจากปัญหา Stock Loss ได้เมื่อต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา บริษัทผลิตเหล็กรายหนึ่งประกาศว่า “จะหยุดสายการผลิตเป็นระยะเวลา 1 เดือน” โดยให้คำอธิบายว่าได้รับผลกระทบจากการที่กลุ่มทุนนอกประเทศเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยซึ่งส่งผลรุนแรงต่อผู้ผลิตเหล็กในประเทศ ทำให้บริษัทฯ มียอดขายลดลงและเกิดการขาดสภาพคล่องทางการเงิน

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ไทยมีการบริโภคเหล็กโดยเปรียบเทียบ 8.0 ล้านตัน หดตัว-5.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นเหล็กทรงแบน อาทิ เหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น และเหล็กแผ่นชุบหรือเคลือบโลหะเจืออื่นๆ ที่มีอุตสาหกรรมปลายน้ำเป็นกลุ่มยานยนต์และบรรจุภัณฑ์ 5.0 ล้านตัน ลดลง -4.3%YoY สำหรับเหล็กทรงยาว ไม่ว่าจะเป็นเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย หรือเหล็กลวดที่มีธุรกิจก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำนั้นมีการบริโภคเท่ากับ 3.0 ล้านตัน ลดลง -7.0%YoY


นอกจากปัญหาความต้องการบริโภคเหล็กที่ลดลงแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจของเหล็กไทยยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากเหล็กนำเข้า สะท้อนจากสัดส่วนเหล็กนำเข้าต่อการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจาก 65.6% ในปี 2562 เป็น 69.0% ใน 1H/67 โดยเมื่อแยกตามผลิตภัณฑ์พบว่าเหล็กทรงแบนมีสัดส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 6.1% จาก77.3% ในปี 2562 เป็น 83.4% ใน 1H/67 ส่วนทรงยาวเพิ่มขึ้น 3.9% จาก 40.8% เป็น 44.7% ในช่วงเดียวกัน สาเหตุที่ทำให้สัดส่วนการนำเข้าเหล็กทรงยาวเพิ่มขึ้นช้ากว่าทรงแบนเป็นเพราะ 1.การใช้เหล็กในภาคก่อสร้างต้องได้รับ มอก. และ 2.ภาครัฐมีการกำหนดสัดส่วนการใช้วัสดุก่อสร้างในประเทศ (Local Content) ในบางโครงการอีกด้วย

ทั้งนี้ ไทยมีสัดส่วนการนำเข้าเหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะหลังจากราว 20% ในปี2561-2562 ขึ้นมาเป็น 28.9% ในปี 2566 และ31.8% ใน 1H/67 สาเหตุสำคัญที่ทำให้เหล็กจีนมีสัดส่วนในไทยมากขึ้นเป็นเพราะ 1.จีนเป็นผู้ผลิตเหล็กอันดับ 1 ของโลก โดยมีสัดส่วนการผลิตกว่า50-55% ทำให้มีความได้เปรียบด้านขนาด (Economy of Scale) ส่งผลต่อเนื่องให้เหล็กจีนสามารถทำราคาได้น่าดึงดูดกว่า ประกอบกับ 2.เมื่อภาวะเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวลง โดยเฉพาะจากปัญหาในภาคอสังหาฯ ทำให้ความต้องการใช้เหล็กในจีนจึงหดตัวตามลงมา และทำให้ผู้ผลิตเหล็กของจีนต้องหาทางระบายสต๊อกเหล็กของตนผ่านการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ

สำหรับราคาเหล็กไทยใน 1H/67 พบว่าอยู่ที่ระดับ 21.3-25.2 บาทต่อกิโลกรัม หดตัวในกรอบ-9%YoY ถึง -7%YoY โดยเป็นการปรับตัวลงตามทิศทางราคาเหล็กจีน เป็นที่ทราบกันว่าราคาเหล็กไทยมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันราคาเหล็กจีน ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2567 ราคาเหล็กจีนอยู่ในขาลงต่อเนื่อง โดยถูกกดดันจากภาวะตลาดอสังหาฯ ในจีนซึ่งมีสัดส่วนการใช้เหล็กถึง 1 ใน 3อยู่ในภาวะที่ไม่สู้ดีนักสะท้อนจากการลงทุนในตลาดอสังหาฯ ของจีนที่หดตัว -10.1%YoY ใน 1H/67 กดดันให้ราคาเหล็กจีนปรับตัวลงในกรอบ-9.5%YoY ถึง -7.0%YoY มาที่ 539-547 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ซึ่งเมื่อประกอบกับการใช้เหล็กในไทยที่หดตัวตามภาวะอุตสาหกรรมปลายน้ำทั้งยานยนต์และก่อสร้างจึงส่งผลต่อเนื่องให้ราคาเหล็กในไทยยังอยู่ในทิศทางเทรนด์ขาลงต่อเนื่อง

ด้านผลการดำเนินงานของธุรกิจเหล็กพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในภาวะที่ไม่สู้ดีนัก โดย การประเมินอ้างอิงจากงบการเงินรอบ 1H/67 ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการในกลุ่มเหล็กมีรายได้ในภาพรวมลดลง -14.5%YoY ใน 1H/67 คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 7.2 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงกดดันจาก 1) การหดตัวของอุตสาหกรรมปลายน้ำใน 1H/67 ทั้งการผลิตรถยนต์และภาคก่อสร้าง ประกอบกับ 2) ราคาเหล็กที่อยู่ในเทรนด์ขาลง ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ทั้งนี้ เป็นข้อสังเกตผู้ประกอบการเกือบทั้งหมดได้รับผลกระทบด้านรายได้สะท้อนจาก 75% หรือ 15 จาก 20 ของบริษัทในหมวด .STEEL ที่นำมาวิเคราะห์มีรายได้ใน 1H/67 ที่หดตัวจากปีที่ผ่านมา

ผู้ประกอบธุรกิจเหล็กมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องสูงขึ้น สะท้อนจาก “Cash Cycle” ที่ยาวขึ้น และ “Quick Ratio” ที่แย่ลง โดยธุรกิจเหล็กในตลาดหลักทรัพย์มีวงจรเงินสดนานขึ้นจาก 125 วันในปี 2566 เป็น 138 วันในปี 1H/67นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจเหล็กใน 1H/67 ส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะกำไรสุทธิติดลบ หรือ “ขาดทุนสุทธิ” โดยพบว่าธุรกิจเหล็กมีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย -4.6% ติดลบหนักกว่าปี 2566 ที่ -3.5% โดยส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากทิศทางราคาเหล็กที่อยู่ในเทรนด์ขาลงต่อเนื่อง

หากประเมินความต้องการใช้เหล็กโดยรวมของไทยสำหรับทั้งปี 2567 ว่าจะอยู่ในระดับ 15.7 ล้านตัน หดตัว -3.8%YoY เพราะแม้การผลิตบรรจุภัณฑ์โลหะจะมีแนวโน้มขยายตัวได้ +5.5%YoY ตามทิศทางการส่งออกอาหารทะเลกระป๋อง แต่ความต้องการใช้เหล็กในภาพรวมจะยังถูกกดดันจากจำนวนการผลิตรถยนต์ที่อาจจะหดตัวถึง -11.7%YoY เหลือ 1.62 ล้านคัน ขณะที่ภาคก่อสร้างนั้นคาดว่าแม้ภาครัฐสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วง Q4/67FY (ก.ค.-ก.ย. 2567) และ Q1/68FY (ต.ค.-ธ.ค. 2567)แต่ด้วย 1H/67 ที่หดตัวหนักไปแล้วถึง -11.2%YoY จึงมองว่าภาคก่อสร้างในปี 2567 จะอยู่ในระดับทรงตัวจากปีที่ผ่านมาเท่านั้น ส่วนในปี 2568 คาดว่าความต้องการใช้เหล็กจะอยู่ที่ 16.0 ล้านตัน ฟื้นตัวเล็กน้อย +2.1%YoY ตามทิศทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายน้ำ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี (2561-2566) ที่ 17.3 ล้านตัน อยู่พอสมควร ส่วนทิศทางราคาเหล็กมองว่าจะขึ้นอยู่กับภาวะอสังหาฯ ในจีนโดยหากยังไม่อยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ราคาเหล็กโดยเฉลี่ยจะอยู่ในเทรนด์ขาลงต่อไปซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจเหล็กควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา Stock Loss

ทั้งนี้ประเด็นที่ต้องจับตา ในระยะถัดไป คือ1.การใช้เหล็กต่อการผลิตรถยนต์ 1 คันมีแนวโน้มที่จะลดลงได้ในอนาคต อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า 1 ในอุตสาหกรรมปลายน้ำที่ใช้เหล็กค่อนข้างมาก คือ “การผลิตยานยนต์” ซึ่งในอนาคตโครงสร้างการผลิตรถยนต์ของไทยจะทยอยเปลี่ยนไป รถยนต์ ICE จะมีสัดส่วนน้อยลง และถูกแทนที่ด้วย BEV ซึ่งการผลิตรถยนต์ ICE จะใช้เหล็กคันละ 900-1,000 กิโลกรัม และมีแนวโน้มลดลงเหลือ 800-900 กิโลกรัม สำหรับ BEV โดยแนวโน้มการใช้เหล็กของรถยนต์ BEV ที่น้อยกว่า ICE มีสาเหตุ 2 ประการ คือ 1.เกิดขึ้นจากความพยายามลดน้ำหนักรถยนต์ด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบา หรือ Light Weight Materialsอาทิ อะลูมิเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อขยายระยะทางวิ่งให้ไกลที่สุดและ 2.อีกสาเหตุที่ทำให้ BEV มีอัตราการใช้เหล็กน้อยลงยังเกิดขึ้นจากการหายไปของเครื่องยนต์สันดาป ถูกแทนที่ด้วยแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ด้วยอัตราการใช้เหล็กต่อการผลิตรถยนต์ 1 คัน ที่มีแนวโน้มลดลงในอนาคต จึงเป็นที่น่าติดตามว่าปริมาณการใช้เหล็กในอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยจะฟื้นตัวตามจำนวนการผลิตได้จริงหรือไม่?

ในส่วนของเหล็กทรงยาว อาทิ เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย และเหล็กลวด คาดว่าในระยะถัดไปจะได้รับแรงสนับสนุนการภาคก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกท์คมนาคมขนาดใหญ่ของไทย สะท้อนจากการคาดการณ์การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐสำหรับโครงการเมกะโปรเจกท์ในปี 2568-69 ซึ่ง TDRI มองว่าจะมีมูลค่าสูงกว่าปีละ 2.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2567 นี้ เมกะโปรเจกท์ที่จะเข้ามาเป็นไฮไลท์หรือมีบทบาทสำคัญในภาคก่อสร้างไทยในปี 2568-2569 ยกตัวอย่างเช่น 1.รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (กรุงเทพฯ-หนองคาย) ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย เงินลงทุน 2.52 แสนล้านบาทปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่นขออนุมัติจากครม. โดยคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลและใช้ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2567-2574 โครงการที่2.รถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง เงินลงทุนรวม 2.64 แสนล้านบาท ปัจจุบันเส้นทางขอนแก่น-หนองคาย วงเงิน 2.8 หมื่นล้านบาทมีการยื่นซองประมูลไปแล้วเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2567 ส่วนอีก 5 เส้นทางที่เหลือคาดทยอยเปิดประมูลในช่วงที่เหลือของปี 2567 โดยทั้ง 6 เส้นทางจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2567-2570 และ 3.รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ เงินลงทุน 1.22 แสนล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2568 และเสร็จสิ้นปี 2572

Krungthai COMPASS

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
08:02 น. ทวี อัดกกต.หยุดฟ้องปิดปากปชช. ปมแจ้งดำเนินคดี 6 บุคคลถ่ายภาพและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง
07:39 น. ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 5 ความจริงตอกคอมเมนต์อวยยุวชนแดง
07:31 น. แรงเงาเวอร์ชันล่าสุด ชาวเน็ตแห่ทัก อาจารย์ มธ หน้าเหมือน อนุทิน เป๊ะ
07:17 น. ลอรี่ชี้สัญญาณอันตราย แพลตฟอร์มยักษ์จับมือกัน แนะเร่ง4กฎหมายช่วยSME
06:00 น. ‘ข่อยกะสดใสของข่อยอยู่ดีดี’ เพลงใหม่จาก ‘แอ้ม ชลธิชา’ตอกกลับสายเก่าแบบโนแคร์
ดูทั้งหมด
อวสานสายแชท Messenger com จะเลิกให้บริการบนเดสก์ท็อป เมษายน นี้
ทัวร์ลงยับ คุณพ่อดาเนียลา คอมเมนต์ข่ม ลิซ่า ลลิษา ปมสกิลเต้น ดรามาลามเหยียดชาวเอเชีย
เพลง ชนม์ทิดา พูดครั้งแรก โดนขอเลิกแต่ให้เก็บชุดแต่งงานไว้
สวยสะกดมงลง มายมิ้นต์ จิราภรณ์ คว้าตำแหน่งนางสาวไทย 2569
ปิดตำนาน'รถขนฝัน'! 'อ.สกล'อำลาหมอนทอง วิทยา
ดูทั้งหมด
สื่อมวลชนมีข่าวมากจากการเลือกตั้งแต่ความน่าเชื่อน้อยลง
ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มาตรฐานใหม่ที่คนไทยอยากเห็น
ความลับที่ไม่ลับ
คณะรัฐมนตรี ต้องตั้งเพื่อชาติ และปวงชนชาวไทย
หมัดสวน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทวี อัดกกต.หยุดฟ้องปิดปากปชช. ปมแจ้งดำเนินคดี 6 บุคคลถ่ายภาพและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 5 ความจริงตอกคอมเมนต์อวยยุวชนแดง

ลอรี่ชี้สัญญาณอันตราย แพลตฟอร์มยักษ์จับมือกัน แนะเร่ง4กฎหมายช่วยSME

ปิดตำนาน ซัดดัมอีสาน สุชาติ ศรีสังข์ อดีต สส.มหาสารคาม จากไปอย่างสงบ สิริอายุ 68 ปี

สะพัด!โผ รมต.เพื่อไทย แบ่งเค้ก 8 ที่นั่ง ดัน ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ นั่งรัฐมนตรีว่าการ

โปรดเกล้าฯ ถอดถอนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง

  • Breaking News
  • ทวี อัดกกต.หยุดฟ้องปิดปากปชช. ปมแจ้งดำเนินคดี 6 บุคคลถ่ายภาพและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง ทวี อัดกกต.หยุดฟ้องปิดปากปชช. ปมแจ้งดำเนินคดี 6 บุคคลถ่ายภาพและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง
  • ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 5 ความจริงตอกคอมเมนต์อวยยุวชนแดง ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 5 ความจริงตอกคอมเมนต์อวยยุวชนแดง
  • แรงเงาเวอร์ชันล่าสุด ชาวเน็ตแห่ทัก อาจารย์ มธ หน้าเหมือน อนุทิน เป๊ะ แรงเงาเวอร์ชันล่าสุด ชาวเน็ตแห่ทัก อาจารย์ มธ หน้าเหมือน อนุทิน เป๊ะ
  • ลอรี่ชี้สัญญาณอันตราย แพลตฟอร์มยักษ์จับมือกัน แนะเร่ง4กฎหมายช่วยSME ลอรี่ชี้สัญญาณอันตราย แพลตฟอร์มยักษ์จับมือกัน แนะเร่ง4กฎหมายช่วยSME
  • ‘ข่อยกะสดใสของข่อยอยู่ดีดี’ เพลงใหม่จาก ‘แอ้ม ชลธิชา’ตอกกลับสายเก่าแบบโนแคร์ ‘ข่อยกะสดใสของข่อยอยู่ดีดี’ เพลงใหม่จาก ‘แอ้ม ชลธิชา’ตอกกลับสายเก่าแบบโนแคร์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

โลกการค้า : 26 กุมภาพันธ์ 2569

โลกการค้า : 26 กุมภาพันธ์ 2569

26 ก.พ. 2569

โลกการค้า 19 กุมภาพันธ์ 2569

โลกการค้า 19 กุมภาพันธ์ 2569

19 ก.พ. 2569

โลกการค้า : 12 กุมภาพันธ์ 2569

โลกการค้า : 12 กุมภาพันธ์ 2569

12 ก.พ. 2569

โลกการค้า : 5 กุมภาพันธ์2566

โลกการค้า : 5 กุมภาพันธ์2566

5 ก.พ. 2569

โลกการค้า : 29 มกราคม 2569

โลกการค้า : 29 มกราคม 2569

29 ม.ค. 2569

โลกการค้า : 22 มกราคม 2569

โลกการค้า : 22 มกราคม 2569

22 ม.ค. 2569

ผักโขมอบชีส...เมนูสุดฮิต ใน “เซเว่น อีเลฟเว่น”  จากครัวบ้านๆ สู่ SME ร้อยล้าน

ผักโขมอบชีส...เมนูสุดฮิต ใน “เซเว่น อีเลฟเว่น” จากครัวบ้านๆ สู่ SME ร้อยล้าน

15 ม.ค. 2569

โลกการค้า : 8 มกราคม 2569

โลกการค้า : 8 มกราคม 2569

8 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved