วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / โลกการค้า
โลกการค้า

โลกการค้า

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.
โลกการค้า : 3 ธันวาคม 2566

ดูทั้งหมด

  •  

อสังหาริมทรัพย์ปีหน้าก็ยังเหนื่อย

** สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงปี 2568-2569 จะยังอยู่ในช่วงปรับฐานและยอดขายยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ยอดขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เคยแตะ 120,000 หน่วยต่อปี ซึ่งภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 ยังคงอยู่ในช่วงปรับฐานอย่างชัดเจน โดยคาดว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศปี 2568 จะอยู่ที่ราว 3 แสนหน่วย ลดลงจากระดับก่อนโควิด ที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ปีละประมาณ 4 แสนหน่วย ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี และยังมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี


การเปิดตัวโครงการเปิดใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีแนวโน้มลดลง คาดว่าทั้งปี 2568 จะมีเพียงประมาณ 41,160 หน่วย ลดลงกว่า 33% หรือราว 20,000 หน่วย จากปี 2567 มูลค่ารวมลดลงเหลือ 2.4 แสนล้านบาท จากระดับ 4.18  แสนล้านบาท ในปีก่อนหน้า ส่วนที่อยู่อาศัยที่มียอดขายลดลงมากที่สุดในปี 2568 คือ คอนโดมิเนียม ซึ่งมียอดขายหดตัวถึง 28% รองลงมาคือ กลุ่มบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ที่ลดลง 15% สะท้อนผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อรายได้และกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างชัดเจน อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายรายได้เปลี่ยนสัดส่วนการพัฒนาไปสู่บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดแทนทาวน์เฮ้าส์ ส่งผลให้เกิดภาวะบ้านเหลือขายในตลาดเพิ่มสูงขึ้นตามมา โดยคาดว่าสิ้นปีบ้านเดี่ยวเหลือขายจะสูงถึง 53,000 หน่วย โดยเฉพาะกลุ่มราคาสูง 25-50 ล้านบาท ที่มีหน่วยเหลือขายรวมอยู่ที่ 3,000 หน่วย

สำหรับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ลดลง อยู่ที่ประมาณ 6% จากอุปสงค์ของกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ที่คาดว่าจะเริ่มกลับมาอย่างช้าๆ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นจากนโยบายของรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น เส้นทางรถไฟฟ้าส่วนขยาย การลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า และศูนย์ราชการแห่งใหม่ ตลอดจนโครงการของภาคเอกชนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยหนุนการพัฒนาโครงการใหม่และเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่รอบนอก และในสภาพตลาดที่ระมัดระวังมากขึ้นนี้ ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาโครงการขนาดเล็กลง เจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ และให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า เพื่อบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับระดับกำลังซื้อ ส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น โดยคาดว่าจำนวนบ้านเหลือขายทั่วประเทศในปี 2569 จะลดลงเหลือประมาณ 207,998 หน่วย หรือลดลงราว 6% เมื่อเทียบปีก่อน

แม้ภาพรวมยังท้าทาย แต่หลายทำเลยังมีโอกาสเติบโตได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่รับอานิสงส์จากรถไฟฟ้าสายใหม่ เช่น สายสีม่วงใต้ สีชมพู และสีส้ม รวมถึงโซนที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ ได้แก่ รัชดาภิเษก ลาดพร้าว สุขุมวิท บางนา หรือจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ ที่มียอดขายที่ดี โซนที่มีโรงเรียนนานาชาติ อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่หรือกำลังปรับปรุง มักจะเห็นการขยายตัวของธุรกิจโดยรอบ และสร้างยอดขายแตกต่างจากโซนอื่นๆ อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะกลุ่มบ้านทาวน์เฮ้าส์ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท และ 3-5 ล้านบาท ยังคงมีจำนวนหน่วยเหลือขายประมาณ 115,000 หน่วย หรือประมาณ 57% ของจำนวนหน่วยเหลือขายทั้งหมด กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น รังสิต-นครนายก กรุงเทพฯ-ปทุมธานี ลำลูกกา คู้บอน-วงแหวน บางนาตอนปลาย บางบ่อ ประชาอุทิศ แสมดำ เพชรเกษม และบางบัวทอง เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดสงครามลดราคา การแข่งขันสูงขึ้น โดยโครงการที่จะเปิดใหม่ในโซนเหล่านี้จำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

ขณะเดียวกันกลุ่มบ้านเดี่ยวราคาสูง 25-50 ล้านบาท เป็นอีกเซกเมนต์ที่ต้องระวัง เนื่องจากมีจำนวนหน่วยเหลือขายเพิ่มขึ้นมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับสูงถึง 3,000 หน่วย ที่ต้องใช้เวลา 5-6 ปี ในการขาย อีกทั้งในปี 2569 ผลกระทบจากภาคส่งออกและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง จะกระทบกับผู้ประกอบการหลายรายในโซนอุตสาหกรรม และจะส่งผลต่อยอดขายบ้านราคาสูงด้วย

ทั้งนี้ภาพรวมการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 อยู่ที่ 12,000 ล้านบาท ลดลงราว 20% จากปี 2567 ที่มีวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะตลาดและการชะลอตัวนี้สะท้อนพฤติกรรมผู้ประกอบการที่ระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากสินเชื่อโครงการใหม่ส่วนใหญ่เป็นการให้วงเงินเพื่อซื้อที่ดินหรือการเริ่มพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งในภาวะที่ตลาดยังมีสต็อกคงเหลือจำนวนมาก ผู้ประกอบการจึงชะลอการซื้อที่ดินและเลื่อนการเปิดโครงการเพื่อบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับภาวะดีมานด์จริง

สำหรับปี 2569 ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ยังคงนโยบายสินเชื่อที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ไม่เร่งปล่อยสวนตลาด โดยตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 อยู่ที่ 12,000 ล้านบาท โดยยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มเดิม ทั้งกลุ่ม บมจ. และ SME ที่มีความแข็งแรงทางธุรกิจ ซึ่งธนาคารฯมีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าโดยมีทีม Relationship Manager (RM) คอยพูดคุยให้คำปรึกษา ผนวกกับข้อมูลตลาดในเชิงลึกที่ธนาคารฯมี สำหรับแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการ สิ่งสำคัญในสภาวะการนี้ คือ การคัดเลือกทำเล และออกแบบรูปแบบสินค้าให้เชื่อมโยงกับกลุ่มดีมานด์เฉพาะ เช่น ใกล้แหล่งงาน โรงเรียน หรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ หากโครงการไม่สามารถหาทำเลลักษณะดังกล่าวได้ ผู้ประกอบการควรพิจารณาลดขนาดเพื่อควบคุมความเสี่ยงการลงทุน

นอกจากนี้แนวโน้มการพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำจะมีความสำคัญมากขึ้น ผู้ประกอบการเริ่มปรับตัวสู่มาตรฐานGreen & Sustainable Living โดยมีการเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรของการก่อสร้างจนถึงการอยู่อาศัย เน้นการออกแบบเพื่อประหยัดพลังงาน เช่น ระบบ Passive Design, การติดตั้ง Solar Roof ระบบหมุนเวียนอากาศภายในอาคาร ไปจนถึงเทคโนโลยี Smart Living  ที่ใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อบริหารพลังงานอัตโนมัติ ลดการสิ้นเปลืองไฟฟ้าและการใช้น้ำ รวมถึงนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อสุขอนามัยที่ดี เป็นทิศทางใหม่ซึ่งตอบโจทย์กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันในตลาดอนาคต

** KKP**

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
11:31 น. ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 18 มกราคม 2569
11:27 น. 'พล.อ.บุญสิน'ปัดข่าวเตือนอดีตผู้บังคับบัญชา ชี้ข้อมูลเท็จหวังปั่นแตกแยก
11:25 น. กัมพูชาไม่หยุดป่วนหลังเลือกตั้ง 'ดุลยภาค'ชี้ไทยต้องการผู้นำเน้นมั่นคง ยก'อนุทิน'รัฐแข็งแรง
11:14 น. 'ชัยวุฒิ'ซัดแรง! การเมืองยุคประโยชน์นิยม รัฐมนตรีหน้าเดิม'เคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ'
11:08 น. ‘เกอี’ซบรังเรือใบ….ใครได้ใครเสีย
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 16-22 ม.ค.69
ครั้งแรกในรอบ9ปี ทะเลสาบบาลาตอน กลายเป็นน้ำแข็ง ปชช.เริ่มแสดงความกังวล
สพฐ.เร่งแก้หนี้สินครู-ข้าราชการบำนาญ ปรับระเบียบใหม่คุ้มครองคุณภาพชีวิต
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 17-23 ม.ค.69
ดูทั้งหมด
การวางแผนการเงินเพื่อเปิดร้านในฝัน
มีทหารไปทำไม มีพรรคสีส้มดีกว่ามั้ง ประเทศไทยจะได้...........
ฝังไมโครชิปเพื่อสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยง
พรรคใด คิดเรื่อง ‘การศึกษา’ ดีที่สุด?
Sudden Cardiac Death in Exercise and Sports
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 18 มกราคม 2569

'พล.อ.บุญสิน'ปัดข่าวเตือนอดีตผู้บังคับบัญชา ชี้ข้อมูลเท็จหวังปั่นแตกแยก

กัมพูชาไม่หยุดป่วนหลังเลือกตั้ง 'ดุลยภาค'ชี้ไทยต้องการผู้นำเน้นมั่นคง ยก'อนุทิน'รัฐแข็งแรง

'ชัยวุฒิ'ซัดแรง! การเมืองยุคประโยชน์นิยม รัฐมนตรีหน้าเดิม'เคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ'

‘เกอี’ซบรังเรือใบ….ใครได้ใครเสีย

โค่นมือ1โลก!'บาส-เฟม'ล่าแชมป์อินเดีย โอเพ่นบ่ายนี้

  • Breaking News
  • ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 18 มกราคม 2569 ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอาทิตย์ 18 มกราคม 2569
  • \'พล.อ.บุญสิน\'ปัดข่าวเตือนอดีตผู้บังคับบัญชา ชี้ข้อมูลเท็จหวังปั่นแตกแยก 'พล.อ.บุญสิน'ปัดข่าวเตือนอดีตผู้บังคับบัญชา ชี้ข้อมูลเท็จหวังปั่นแตกแยก
  • กัมพูชาไม่หยุดป่วนหลังเลือกตั้ง \'ดุลยภาค\'ชี้ไทยต้องการผู้นำเน้นมั่นคง ยก\'อนุทิน\'รัฐแข็งแรง กัมพูชาไม่หยุดป่วนหลังเลือกตั้ง 'ดุลยภาค'ชี้ไทยต้องการผู้นำเน้นมั่นคง ยก'อนุทิน'รัฐแข็งแรง
  • \'ชัยวุฒิ\'ซัดแรง! การเมืองยุคประโยชน์นิยม รัฐมนตรีหน้าเดิม\'เคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ\' 'ชัยวุฒิ'ซัดแรง! การเมืองยุคประโยชน์นิยม รัฐมนตรีหน้าเดิม'เคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ'
  • ‘เกอี’ซบรังเรือใบ….ใครได้ใครเสีย ‘เกอี’ซบรังเรือใบ….ใครได้ใครเสีย
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ผักโขมอบชีส...เมนูสุดฮิต ใน “เซเว่น อีเลฟเว่น”  จากครัวบ้านๆ สู่ SME ร้อยล้าน

ผักโขมอบชีส...เมนูสุดฮิต ใน “เซเว่น อีเลฟเว่น” จากครัวบ้านๆ สู่ SME ร้อยล้าน

15 ม.ค. 2569

โลกการค้า : 8 มกราคม 2569

โลกการค้า : 8 มกราคม 2569

8 ม.ค. 2569

โลกการค้า : 25 ธันวาคม 2568

โลกการค้า : 25 ธันวาคม 2568

25 ธ.ค. 2568

โลกการค้า : 18 ธันวาคม 2568

โลกการค้า : 18 ธันวาคม 2568

18 ธ.ค. 2568

โลกการค้า : 11 ธันวาคม 2566

โลกการค้า : 11 ธันวาคม 2566

11 ธ.ค. 2568

โลกการค้า : 3 ธันวาคม 2566

โลกการค้า : 3 ธันวาคม 2566

4 ธ.ค. 2568

โลกการค้า : 27 พฤศจิกายน 2568

โลกการค้า : 27 พฤศจิกายน 2568

27 พ.ย. 2568

โลกการค้า : 20 พฤศจิกายน 2568

โลกการค้า : 20 พฤศจิกายน 2568

20 พ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved