วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
ทุกครั้งที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดการเงินมักตอบสนองเร็วกว่าตัวเหตุการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจหรือภัยคุกคามทางทหารระดับภูมิภาค รูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ ราคาน้ำมันและทองคำปรับตัวขึ้นขณะที่หุ้นและคริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงปฏิกิริยาทางอารมณ์ของนักลงทุนรายย่อย แต่สะท้อนกลไกเชิงโครงสร้างของระบบการเงินโลกที่เรียกว่า “Risk-Off Mode” หรือภาวะที่เงินทุนทั่วโลกลดความเสี่ยงพร้อมกัน
Risk-Off Mode : เมื่อเงินทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมดป้องกันตัว
เมื่อความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในระดับสถาบันคือการลดเลเวอเรจ กองทุนขนาดใหญ่จะทยอยปิดสถานะในสินทรัพย์ผันผวนสูงเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวมกระบวนการนี้เรียกว่า Deleveraging และมักเกิดขึ้นรวดเร็วในตลาดที่มีเลเวอเรจสูงอย่างหุ้นเทคโนโลยีและคริปโต
การลดความเสี่ยงไม่ได้หมายถึงการขายทุกอย่าง แต่คือการโยกน้ำหนักจากสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไปยังสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพมากกว่า เช่น เงินสด พันธบัตรรัฐบาล และทองคำ ในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา เรามักเห็นดัชนีวัดความผันผวน (VIX)พุ่งขึ้นพร้อมกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ สะท้อนว่าเงินทุนกำลังไหลเข้าสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง
ในวิกฤตการเงินปี 2008 ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแรงกว่า 30% ขณะที่ทองคำปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีถัดมาภาพดังกล่าวตอกย้ำว่าตลาดมี “สูตรสำเร็จ” ในการตอบสนองต่อความเสี่ยงระดับระบบ
น้ำมันกับสงคราม : ความเสี่ยงด้านอุปทานที่ตั้งราคาล่วงหน้า
หากทองคำขึ้นเพราะความต้องการความปลอดภัย น้ำมันขึ้นเพราะความเสี่ยงด้านอุปทาน โลกพึ่งพาการผลิตน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูงและการขนส่งจำนวนมากต้องผ่านช่องทางยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซเพียงความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งก็เพียงพอให้ตลาดตั้งราคาล่วงหน้าในรูปแบบของ Risk Premium
ในช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครน ปี 2022 ราคาน้ำมันดิบBrent เคยพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของความขัดแย้ง แม้การหยุดชะงักของซัพพลายบางส่วนยังไม่เกิดขึ้นเต็มรูปแบบ ตลาดเลือกตั้งราคาตามความเสี่ยงที่ “อาจ” เกิดขึ้น
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อเงินเฟ้อทั่วโลก เพราะต้นทุนพลังงานคือหัวใจของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เมื่อพลังงานแพงขึ้น ธนาคารกลางอาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ความคาดหวังดังกล่าวกดดันหุ้น และส่งผลต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท
ทองคำ : Safe Haven ที่ได้รับการยืนยันจากพฤติกรรมธนาคารกลาง
ทองคำมีสถานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมานานกว่าสามพันปี เพราะไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิต ไม่ขึ้นกับรัฐบาลใดและมีข้อจำกัดด้านอุปทานที่ชัดเจน
ข้อมูลจากหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นนี่สะท้อนว่าความต้องการทองคำไม่ได้เกิดจากนักลงทุนรายย่อยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการจัดพอร์ตในระดับประเทศ
เมื่อ Real Yield ลดลงหรือความเชื่อมั่นในค่าเงินสั่นคลอน ทองคำมักได้ประโยชน์เพราะถูกมองเป็นที่พักเงินที่ไม่ขึ้นกับระบบการเงินใดระบบหนึ่ง
ทำไมคริปโตยังถูกมองเป็นสินทรัพย์เสี่ยง
แม้ Bitcoin จะถูกเรียกว่า “Digital Gold” ในเชิงแนวคิด แต่ในพฤติกรรมตลาดระยะสั้น Bitcoin ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้นเทคโนโลยีมากกว่าทองคำในหลายช่วงเวลา ข้อมูลในอดีตพบว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับ Nasdaq อยู่ในระดับค่อนข้างสูง สะท้อนว่าตลาดยังจัดวาง Bitcoin ไว้ในกลุ่มสินทรัพย์เติบโต
เมื่อเกิดภาวะ Risk-Off นักลงทุนสถาบันมักลดการถือครองสินทรัพย์ผันผวนสูงก่อน ส่งผลให้คริปโตเผชิญแรงขายทันทีโดยเฉพาะในตลาดที่มีอนุพันธ์และเลเวอเรจสูง ซึ่งกระบวนการ Liquidation สามารถเร่งแรงขายให้รุนแรงกว่าหุ้น
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว หากความขัดแย้งนำไปสู่การพิมพ์เงินเพิ่ม การขาดดุลการคลังสูงหรือความไม่มั่นใจในค่าเงิน Fiat บทบาทของ Bitcoin ในฐานะ Store of Value อาจชัดเจนขึ้น นี่คือความเป็น“สองด้าน” ของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ตลาดสะท้อนความเสี่ยงไปแล้วมากแค่ไหน
ประวัติศาสตร์หลายครั้ง เช่น สงครามอ่าวเปอร์เซีย เหตุการณ์ 9/11 หรือความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน สะท้อนว่าตลาดมักร่วงแรงก่อนเหตุการณ์ลุกลามเต็มรูปแบบ และเริ่มฟื้นตัวก่อนสถานการณ์คลี่คลายอย่างเป็นทางการเพราะตลาดซื้อขายบนความคาดหวัง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในวันนี้
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าสงครามจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่คือระดับของความเสี่ยงนั้นถูกสะท้อนในราคาไปมากเพียงใดแล้วหากความกลัวถูกตั้งราคาไว้มากเกินไป การฟื้นตัวสามารถเกิดขึ้นได้รวดเร็วเมื่อความไม่แน่นอนเริ่มลดลง
บทสรุป : ความกลัวคือเชื้อเพลิงของความผันผวน
ในเชิงโครงสร้าง น้ำมันปรับตัวขึ้นเพราะความเสี่ยงด้านอุปทาน ทองคำปรับตัวขึ้นเพราะความต้องการความปลอดภัย หุ้นและคริปโตร่วงเพราะเงินทุนลดความเสี่ยงพร้อมกันแต่ทิศทางระยะกลางไม่ได้ถูกกำหนดด้วยความกลัวเพียงอย่างเดียวหากถูกกำหนดด้วยสภาพคล่องโลกและนโยบายการเงิน
ในโลกการเงิน ความกลัวคือเชื้อเพลิงของความผันผวน แต่สภาพคล่องคือเชื้อเพลิงของแนวโน้มระยะยาว นักลงทุนที่เข้าใจกลไกนี้จะไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณาว่าเงินทุนระดับโลกกำลังไหลไปที่ใด
และตลาดได้สะท้อนความเสี่ยงนั้นไปแล้วมากเพียงใดเพราะท้ายที่สุดราคาสินทรัพย์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยข่าวเพียงอย่างเดียวหากถูกกำหนดด้วยการเคลื่อนย้ายของทุนและความคาดหวังต่ออนาคตเป็นสำคัญ
ดร.กร พูนศิริวงศ์

ตม.เพชรบุรี ร่วมทีมบูรณาการ X-ray สถานประกอบการ-สถานที่เสี่ยง กวดขันจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย
สเต็ปพ่อ-ลุง! ลูกสาวโพสต์คลิปนั่งเฝ้าหน้าเวที ลั่นกลัวจะออกมาไม่ได้
แก่งกระจานไฟป่ายังหนัก ลุกลามเผากว่า 5,000 ไร่ อึ้งพบหลักฐานกระทิงถูกยิงตาย 2 ตัว
คนไทยสุดภูมิใจ! NASA เผยภาพดาวเทียม จ.กระบี่ แลนด์มาร์คดังระดับโลก
มั่นใจถูกกลั่นแกล้ง! อัจฉริยะ แฉยับปมเงิน 2.5 ล้าน ปัดกรรโชกทรัพย์-จ่อฟ้องกลับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี