วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกยังคงมอง Artificial Intelligence หรือ AI เป็นเพียงเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในแวดวงนักวิจัยนักพัฒนา และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เท่านั้น ในช่วงเวลานั้น AI ถูกใช้งานในลักษณะ “เบื้องหลัง” เช่น ระบบแนะนำสินค้า ระบบวิเคราะห์ข้อมูล หรือระบบอัตโนมัติภายในองค์กร ซึ่งแม้จะมีบทบาทสำคัญ แต่ยังไม่ได้ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้คนในระดับมหภาค
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปี 2022 เมื่อ Generative AI ถูกเปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการเปิดตัวของ ChatGPT ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถโต้ตอบกับ AI ได้โดยตรง ผ่านภาษามนุษย์ที่เข้าใจง่าย สิ่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะเป็นครั้งแรกที่ AI ไม่ได้อยู่แค่ในระบบแต่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป
ความเร็วในการเติบโตของ AI ถือว่า “เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี” โดย ChatGPT ใช้เวลาเพียง 2 เดือนในการมีผู้ใช้งานถึง 100 ล้านคน ซึ่งเร็วกว่าทั้ง TikTok และ Instagram อย่างมีนัยสำคัญปัจจุบันมีการประเมินว่าผู้ใช้งาน AI ทั่วโลกมีจำนวนหลายร้อยล้านคน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสิ่งที่ทำให้ AI แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่น คือความสามารถในการ “สร้าง” (generate) ไม่ใช่เพียงแค่ “ประมวลผล” (process) ซึ่งหมายความว่าAI สามารถเขียนบทความ สร้างภาพ เขียนโค้ด หรือแม้แต่ช่วยคิดกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ นี่คือจุดที่ทำให้ AI กลายเป็นมากกว่าเครื่องมือ และเริ่มกลายเป็น“ผู้ช่วยทางความคิด”
AI ในปัจจุบัน : จากเครื่องมือเสริมสู่โครงสร้างพื้นฐานขององค์กร
ในปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจในระดับโครงสร้าง องค์กรจำนวนมากเริ่มนำ AI เข้าไปใช้ใน core operations อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ การวิเคราะห์ข้อมูล การตลาด การบริหารลูกค้า หรือแม้กระทั่งการวางกลยุทธ์
AI ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเขียนโค้ดได้เร็วขึ้น นักการตลาดสามารถสร้างคอนเทนต์ได้ในเวลาที่สั้นลง และผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลในการตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้AI ยังช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะถูกนำมาใช้ในวงกว้างแต่หลายองค์กรยังคงอยู่ในช่วง “ทดลองใช้งาน” มากกว่าการ“ปรับโครงสร้างองค์กร” อย่างแท้จริง ปัญหาหลักที่พบ ได้แก่ การขาดบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI การขาดความเข้าใจในวิธีการนำ AIไปใช้ในระดับระบบ และการที่โครงสร้างองค์กรยังไม่เอื้อต่อการทำงานร่วมกับ AI ดังนั้น ในระยะถัดไป ความได้เปรียบจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรใด “มี AI” แต่ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรใดสามารถ “ออกแบบระบบการทำงานใหม่โดยมี AI เป็นแกนกลาง” ได้ดีกว่า
อนาคตของ AI : เมื่อ AI กลายเป็นตัวแทนการทำงาน
ในอนาคต AI จะไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วย แต่จะพัฒนาไปสู่ “AI Agents” ซึ่งเป็นระบบที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การรับคำสั่ง การวางแผน การตัดสินใจ ไปจนถึงการดำเนินการ AI Agents จะสามารถทำงานแบบ end-to-end ได้ เช่น การวิเคราะห์ตลาด การสร้างแผนการตลาด และการดำเนินแคมเปญ โดยที่มนุษย์มีบทบาทเพียงในการกำหนดเป้าหมายและตรวจสอบผลลัพธ์
สิ่งนี้จะทำให้รูปแบบการทำงานขององค์กรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยองค์กรอาจมี “ทีมงานดิจิทัล” ที่ประกอบด้วย AI เป็นหลัก และมีมนุษย์ทำหน้าที่ควบคุมและกำกับ ในเชิงเศรษฐกิจ AI มีศักยภาพในการเพิ่ม productivity ในระดับเดียวกับการมาของไฟฟ้า หรืออินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจทำให้ GDP ของหลายประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทาย เช่น การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ความต้องการทักษะใหม่และความเหลื่อมล้ำที่อาจเพิ่มขึ้นระหว่างประเทศที่สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพกับประเทศที่ยังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลกในยุคถัดไป ผู้ที่สามารถเข้าใจและใช้
AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขัน
สำหรับประเทศไทย นี่คือช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนา ecosystem ด้าน AI ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และนโยบาย เพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ในโลกที่ AI เป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขัน การปรับตัวไม่ทัน อาจไม่ได้หมายถึงแค่การเสียโอกาส แต่หมายถึงการถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างถาวร
ดร.กร พูนศิริวงศ์

เจ้าของบ้าน ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับ ตื่นมาเจอ มะพร้าวเศียรพญานาค โผล่หลังบ้าน
สีหศักดิ์ หารือทูตอิหร่าน ให้ช่วย ติดตาม 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรี นารี
ด้วยความหวังดี! ดร.เจิมศักดิ์ ร่อนจดหมายเปิดผนึก จี้ ครม.ใหม่ ฝ่าวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ
สะใจทั้งประเทศ! ไทยกดท้ายเกมโค่นเติร์กฯ 2-1 คว้าตั๋วเอเชียนคัพ
จีน ยืนยันเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี