วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกยังคงมอง Artificial Intelligence หรือ AI เป็นเพียงเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในแวดวงนักวิจัยนักพัฒนา และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เท่านั้น ในช่วงเวลานั้น AI ถูกใช้งานในลักษณะ “เบื้องหลัง” เช่น ระบบแนะนำสินค้า ระบบวิเคราะห์ข้อมูล หรือระบบอัตโนมัติภายในองค์กร ซึ่งแม้จะมีบทบาทสำคัญ แต่ยังไม่ได้ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้คนในระดับมหภาค
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปี 2022 เมื่อ Generative AI ถูกเปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการเปิดตัวของ ChatGPT ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถโต้ตอบกับ AI ได้โดยตรง ผ่านภาษามนุษย์ที่เข้าใจง่าย สิ่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะเป็นครั้งแรกที่ AI ไม่ได้อยู่แค่ในระบบแต่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป
ความเร็วในการเติบโตของ AI ถือว่า “เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี” โดย ChatGPT ใช้เวลาเพียง 2 เดือนในการมีผู้ใช้งานถึง 100 ล้านคน ซึ่งเร็วกว่าทั้ง TikTok และ Instagram อย่างมีนัยสำคัญปัจจุบันมีการประเมินว่าผู้ใช้งาน AI ทั่วโลกมีจำนวนหลายร้อยล้านคน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสิ่งที่ทำให้ AI แตกต่างจากเทคโนโลยีอื่น คือความสามารถในการ “สร้าง” (generate) ไม่ใช่เพียงแค่ “ประมวลผล” (process) ซึ่งหมายความว่าAI สามารถเขียนบทความ สร้างภาพ เขียนโค้ด หรือแม้แต่ช่วยคิดกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ นี่คือจุดที่ทำให้ AI กลายเป็นมากกว่าเครื่องมือ และเริ่มกลายเป็น“ผู้ช่วยทางความคิด”
AI ในปัจจุบัน : จากเครื่องมือเสริมสู่โครงสร้างพื้นฐานขององค์กร
ในปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจในระดับโครงสร้าง องค์กรจำนวนมากเริ่มนำ AI เข้าไปใช้ใน core operations อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ การวิเคราะห์ข้อมูล การตลาด การบริหารลูกค้า หรือแม้กระทั่งการวางกลยุทธ์
AI ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเขียนโค้ดได้เร็วขึ้น นักการตลาดสามารถสร้างคอนเทนต์ได้ในเวลาที่สั้นลง และผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลในการตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้AI ยังช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะถูกนำมาใช้ในวงกว้างแต่หลายองค์กรยังคงอยู่ในช่วง “ทดลองใช้งาน” มากกว่าการ“ปรับโครงสร้างองค์กร” อย่างแท้จริง ปัญหาหลักที่พบ ได้แก่ การขาดบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI การขาดความเข้าใจในวิธีการนำ AIไปใช้ในระดับระบบ และการที่โครงสร้างองค์กรยังไม่เอื้อต่อการทำงานร่วมกับ AI ดังนั้น ในระยะถัดไป ความได้เปรียบจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรใด “มี AI” แต่ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรใดสามารถ “ออกแบบระบบการทำงานใหม่โดยมี AI เป็นแกนกลาง” ได้ดีกว่า
อนาคตของ AI : เมื่อ AI กลายเป็นตัวแทนการทำงาน
ในอนาคต AI จะไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วย แต่จะพัฒนาไปสู่ “AI Agents” ซึ่งเป็นระบบที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การรับคำสั่ง การวางแผน การตัดสินใจ ไปจนถึงการดำเนินการ AI Agents จะสามารถทำงานแบบ end-to-end ได้ เช่น การวิเคราะห์ตลาด การสร้างแผนการตลาด และการดำเนินแคมเปญ โดยที่มนุษย์มีบทบาทเพียงในการกำหนดเป้าหมายและตรวจสอบผลลัพธ์
สิ่งนี้จะทำให้รูปแบบการทำงานขององค์กรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยองค์กรอาจมี “ทีมงานดิจิทัล” ที่ประกอบด้วย AI เป็นหลัก และมีมนุษย์ทำหน้าที่ควบคุมและกำกับ ในเชิงเศรษฐกิจ AI มีศักยภาพในการเพิ่ม productivity ในระดับเดียวกับการมาของไฟฟ้า หรืออินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจทำให้ GDP ของหลายประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทาย เช่น การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ความต้องการทักษะใหม่และความเหลื่อมล้ำที่อาจเพิ่มขึ้นระหว่างประเทศที่สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพกับประเทศที่ยังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลกในยุคถัดไป ผู้ที่สามารถเข้าใจและใช้
AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขัน
สำหรับประเทศไทย นี่คือช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนา ecosystem ด้าน AI ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และนโยบาย เพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ในโลกที่ AI เป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขัน การปรับตัวไม่ทัน อาจไม่ได้หมายถึงแค่การเสียโอกาส แต่หมายถึงการถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างถาวร
ดร.กร พูนศิริวงศ์

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จในพิธีบวงสรวงพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบศึกษา โรคไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่ออันตราย
สรรเพชญ ปลุกท่องเที่ยวทะเลน้อย-คลองลำปำ
อ.อัจฉราวดี โล่งใจ รับข้อมูลคลาดเคลื่อน ร่างพรบ.SEC ไม่ซุกคาสิโน
ณัฏฐ์ชนน ลั่น!หยุดบิดเบือนแลนด์บริดจ์ ขู่ใครใส่ร้ายภูมิใจไทย เจอจัดการทางกฎหมายแน่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี