วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ในอดีต ประเทศที่ถูกมองว่า “แข่งขันได้”มักถูกวัดผ่านตัวเลขทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น GDP การส่งออก การลงทุนจากต่างชาติ หรือจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม แต่ในโลกยุคใหม่ ตัวชี้วัดเหล่านี้อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะสิ่งที่หลายประเทศเริ่มแข่งขันกันจริงๆ อาจไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่คือการทำอย่างไรให้“คนเก่งยังอยากอยู่” และ “คนรุ่นใหม่ยังอยากใช้ชีวิต” ภายในประเทศของตัวเอง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกเริ่มเผชิญปัญหาคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเกิดที่ลดลง สังคมที่เต็มไปด้วยความเครียด ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานขึ้น และคนรุ่นใหม่ที่เริ่มตั้งคำถามกับรูปแบบชีวิตแบบเดิม ความสำเร็จในยุคปัจจุบันจึงอาจไม่ได้หมายถึงการทำงานหนักที่สุดเสมอไป แต่หมายถึงการมี “คุณภาพชีวิต” ที่ดีพอให้ผู้คนยังอยากสร้างอนาคตของตัวเองในประเทศนั้น
โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ “คนเก่งเลือกประเทศได้”
ในอดีต คนส่วนใหญ่มักเกิด ทำงาน และใช้ชีวิตอยู่ในประเทศของตัวเอง แต่ปัจจุบัน โลกเชื่อมต่อกันมากขึ้น การทำงานระยะไกล การเดินทางที่สะดวก และเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้คนเก่งจำนวนมากสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตที่ไหน หลายประเทศเริ่มแข่งขันกันดึงดูด talent จากทั่วโลก ไม่ใช่เพียงด้วยเงินเดือนที่สูง แต่รวมถึงคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย ระบบสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ประเทศอย่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรือกลุ่มประเทศในยุโรป เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่อง livability หรือ “ความน่าอยู่” มากขึ้น เพราะเข้าใจว่าในระยะยาว คนที่มีความสามารถสูงไม่ได้เลือกประเทศจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เลือกจากคุณภาพของชีวิตโดยรวม
ขณะเดียวกัน หลายเมืองทั่วโลกเริ่มเผชิญปัญหา “สมองไหล” เมื่อคนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกย้ายออกจากประเทศหรือเมืองที่เต็มไปด้วยความเครียด ค่าครองชีพสูง และขาดโอกาสในการสร้างชีวิตที่สมดุล นี่จึงเป็นเหตุผลที่คำว่า “Talent Migration” กลายเป็นประเด็นสำคัญในเศรษฐกิจยุคใหม่ เพราะประเทศที่สูญเสียคนเก่งอย่างต่อเนื่อง อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว
คุณภาพชีวิตกำลังกลายเป็น “ปัจจัยทางเศรษฐกิจ”
ในอดีต เรื่องคุณภาพชีวิตอาจถูกมองเป็นเรื่องรองจากเศรษฐกิจ แต่วันนี้ หลายฝ่ายเริ่มตระหนักว่า ความเครียด สุขภาพจิต และความเหนื่อยล้าของประชากร ล้วนส่งผลต่อ productivity และศักยภาพทางเศรษฐกิจโดยตรง หลายประเทศเริ่มเผชิญปัญหา birth rate ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง คนรุ่นใหม่แต่งงานช้าลง มีลูกน้อยลง หรือบางส่วนเลือกที่จะไม่มีลูกเลย เพราะมองว่าค่าครองชีพสูงเกินไป และชีวิตเต็มไปด้วยแรงกดดัน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เคยระบุว่า คุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางสังคม มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจสร้างครอบครัวของคนรุ่นใหม่ หากสังคมเต็มไปด้วยการแข่งขัน ความไม่มั่นคง และต้นทุนชีวิตที่สูงเกินไป ประชากรจะเริ่มลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลกระทบของเรื่องนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเรื่องประชากร แต่ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ โรงเรียนอาจมีนักเรียนน้อยลง ตลาดแรงงานขาดแคลนแรงงานวัยทำงาน ขณะที่ภาระด้านสวัสดิการผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศที่สามารถสร้างสมดุลชีวิตที่ดีให้ประชาชนได้ มักมีแนวโน้มดึงดูดทั้งนักลงทุน คนทำงานทักษะสูง และธุรกิจใหม่ๆ ได้มากขึ้น เพราะคุณภาพชีวิตเริ่มกลายเป็น “ต้นทุนทางเศรษฐกิจ” ที่สำคัญไม่แพ้ภาษีหรือค่าแรง
ประเทศแห่งอนาคต อาจไม่ใช่ประเทศที่รวยที่สุด แต่คือประเทศที่คนยังมีความหวังกับชีวิต
สิ่งที่น่าสนใจคือ คนจำนวนมากในยุคนี้ไม่ได้มองหาชีวิตที่ “หรูหรา” ที่สุดเสมอไป แต่กำลังมองหาชีวิตที่ “สมดุล” มากกว่าเดิม หลายคนยอมลดรายได้บางส่วน เพื่อแลกกับเวลาพักผ่อน สุขภาพจิต หรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการใช้ชีวิตระยะยาว
แนวโน้มนี้เริ่มเห็นชัดมากขึ้นในหลายประเทศ คนทำงานจำนวนมากให้ความสำคัญกับ work-life balance การเข้าถึงธรรมชาติ ความปลอดภัย และความรู้สึกว่า “ชีวิตยังมีอนาคต” มากกว่าการแข่งขันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
นักจิตวิทยาและนักวิจัยด้านความสุขอย่าง Arthur Brooks เคยกล่าวว่า “People don’t only want success. They want meaning.” ประโยคนี้สะท้อนโลกยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน เพราะท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ไม่ได้ต้องการเพียงรายได้หรือตำแหน่ง แต่ต้องการชีวิตที่รู้สึกว่ามีคุณค่าและน่าใช้ชีวิตต่อไปในระยะยาว
ในอนาคต ประเทศต่างๆ อาจไม่ได้แข่งขันกันเพียงว่าใครมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด แต่กำลังแข่งขันกันว่า ใครสามารถสร้างสังคมที่ทำให้ผู้คนยังรู้สึกมีความหวัง มีคุณภาพชีวิต และยังอยากสร้างอนาคตของตัวเองอยู่ที่นั่น เพราะสุดท้ายแล้ว ประเทศที่แข็งแกร่งจริงๆ อาจไม่ใช่ประเทศที่คนทำงานหนักที่สุด แต่คือประเทศที่คนยัง “อยากใช้ชีวิตอยู่ต่อ” มากที่สุด
ดร.กร พูนศิริวงศ์


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี