วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในอดีต มนุษย์ต้องใช้เวลาในการค้นหาข้อมูล หนังสือหนึ่งเล่มอาจใช้เวลาอ่านเป็นสัปดาห์ ข่าวสารเดินทางช้า และการตัดสินใจจำนวนมากเกิดขึ้นหลังจากมีเวลาคิดทบทวน แต่โลกในปัจจุบันกลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันตลอดเวลา ตั้งแต่ข่าวด่วน การแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ อีเมล ข้อความ การประชุม ไปจนถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย
หลายคนเริ่มรู้สึกเหนื่อยง่าย สมาธิสั้นลง และมีอาการ “สมองล้า” แม้ไม่ได้ใช้แรงงานหนักเหมือนในอดีต สิ่งที่น่าสนใจคือ ความเหนื่อยล้าของคนยุคใหม่จำนวนมากไม่ได้เกิดจากร่างกาย แต่เกิดจากการที่สมองต้องรับข้อมูลมากเกินกว่าที่ถูกออกแบบมาให้จัดการได้
โลกที่ไม่เคยเงียบ กำลังทำให้สมองพักไม่เป็น
ปัจจุบัน มนุษย์ใช้เวลาอยู่หน้าจอหลายชั่วโมงต่อวัน โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งแรกที่หยิบขึ้นมาหลังตื่นนอน และเป็นสิ่งสุดท้ายที่วางลงก่อนเข้านอน หลายคนเริ่มต้นวันด้วยการอ่านข้อความ ข่าวเศรษฐกิจ คลิปสั้น หรือการไถหน้าจอโดยแทบไม่รู้ตัว
ปัญหาคือ สมองของมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับข้อมูลจำนวนมหาศาลต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ระบบประสาทของมนุษย์ในอดีตพัฒนามาเพื่อเอาตัวรอดจากภัยคุกคามระยะสั้น ไม่ใช่เพื่อจัดการกับข้อมูลหลายพันชิ้นที่ไหลเข้ามาพร้อมกันในทุกนาที
เมื่อสมองต้องสลับความสนใจตลอดเวลา ระหว่างข้อความ อีเมล การประชุม และโซเชียลมีเดีย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ attention fragmentation หรือการแตกกระจายของสมาธิ ส่งผลให้มนุษย์เริ่มคิดได้ไม่ลึกเหมือนเดิม มีปัญหาในการจดจ่อ และรู้สึกเหนื่อยแม้ไม่ได้ทำงานที่ใช้แรงมากนัก
งานวิจัยหลายชิ้นเริ่มชี้ตรงกันว่า การได้รับข้อมูลมากเกินไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อคุณภาพการนอน ความจำระยะสั้น และระดับความเครียดในระยะยาว ขณะที่หลายคนเริ่มคุ้นชินกับการเสพข้อมูลแบบรวดเร็ว จนการอ่านหนังสือยาวๆ หรือการนั่งคิดเงียบๆ กลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ
มนุษย์กำลังเสพ “ข้อมูล” เหมือนการเสพน้ำตาล
สิ่งที่น่าสนใจคือ ข้อมูลในยุคปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อดึงความสนใจของมนุษย์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคลิปสั้น การแจ้งเตือน หรืออัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่างๆ ล้วนแข่งขันกันเพื่อแย่ง “เวลา” และ “สมาธิ” ของผู้ใช้งาน
ทุกครั้งที่มนุษย์ได้รับข้อมูลใหม่ สมองจะหลั่ง dopamine ในระดับหนึ่ง ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นตัวและอยากรับข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ พฤติกรรมนี้จึงไม่ต่างจากการบริโภคน้ำตาลหรืออาหารแปรรูป ที่ให้ความพึงพอใจระยะสั้น แต่เมื่อสะสมมากเกินไปกลับส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
หลายคนจึงอยู่ในสภาวะที่เหมือน “พักผ่อนไม่จริง” แม้ในเวลาว่าง เพราะสมองยังคงรับข้อมูลตลอดเวลา การเลื่อนดูโทรศัพท์ก่อนนอนหรือทันทีหลังตื่น กลายเป็นกิจวัตรที่ทำให้สมองแทบไม่มีช่วงเวลาที่ได้หยุดอย่างแท้จริง
ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและการตัดสินใจ คนจำนวนมากเริ่มมีอาการ burnout ทั้งที่จำนวนชั่วโมงทำงานอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะสิ่งที่ทำให้เหนื่อยไม่ใช่เพียง “งาน” แต่คือการที่สมองไม่เคยได้พักจากการประมวลผลข้อมูล
โลกอนาคตอาจไม่ได้แข่งขันกันที่ความเร็ว แต่อยู่ที่ “ใครรักษาสมาธิได้ดีกว่า”
ในโลกที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ใกล้เคียงกัน ความสามารถที่เริ่มมีค่ามากขึ้นอาจไม่ใช่การรู้ข้อมูลให้มากที่สุด แต่อาจเป็นความสามารถในการ “คัดกรอง” และ “จดจ่อ” กับสิ่งที่สำคัญจริงๆ
หลายองค์กรทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่อง mental clarity และ deep work มากขึ้น เพราะเริ่มตระหนักว่า คนที่สามารถรักษาสมาธิและคิดเชิงลึกได้ จะมีคุณค่าในระยะยาวมากกว่าคนที่ตอบสนองรวดเร็วแต่ขาดความสามารถในการคิดวิเคราะห์
ขณะเดียวกัน แนวโน้มของธุรกิจด้าน wellness การทำสมาธิ การท่องเที่ยวแบบ slow travel หรือกิจกรรมที่ช่วยลดการใช้หน้าจอ เริ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะมนุษย์เริ่มรู้ตัวว่า สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดในยุคนี้อาจไม่ใช่ข้อมูล แต่คือ “ความสงบของจิตใจ”
ท้ายที่สุดแล้ว โลกอาจไม่ได้ขาดข้อมูล แต่กำลังขาด “พื้นที่ว่าง” ให้มนุษย์ได้คิดได้พัก และได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง
และในอนาคต ความได้เปรียบที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่คนที่รับข้อมูลได้มากที่สุด แต่คือคนที่สามารถเลือกได้ว่า…ข้อมูลไหนควรปล่อยผ่าน และข้อมูลไหนควรให้ความสำคัญจริงๆ
ดร.กร พูนศิริวงศ์

ลำไย ไหทองคำ ประกาศสถานะ กัปตันช้าง แฟนเต็มตัว แฮปปี้ฝ่ายชายสายซัพพอร์ต
เตรียมรับมือ! ปภ.แจ้งเตือน 54 จังหวัด ระวังน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน คลื่นลมแรง 14-18 พ.ค.
ตัวแม่ดาราหนังหนังผู้ใหญ่ขอพูด แองเจลา ไวท์ เผย เรื่องที่ผู้ชายมักเข้าใจผิดไปเอง
ครบรอบ 16 ปี เสธ.แดง เสียชีวิต! เดียร์ ขัตติยา โพสต์ซึ้งรำลึก เผย ยังเดินในเส้นทางการเมืองตามที่พ่อตั้งใจ
เนทันยาฮู นั่งไม่ติด! กังวล ทรัมป์ ทำข้อตกลงที่ไม่ดีกับอิหร่าน ดัน 2 เงื่อนไขสุดท้ายอุดช่องโหว่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี