วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เศรษฐกิจของโลกได้เปลี่ยนผ่านมาหลายยุคสมัยตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมที่ที่ดินเป็นทรัพยากรสำคัญยุคอุตสาหกรรมที่โรงงานและเครื่องจักรเป็นหัวใจของการผลิต ไปจนถึงยุคเศรษฐกิจความรู้ที่ความคิดและนวัตกรรมกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต แต่ในศตวรรษที่ 21 โลกกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่หลายคนเรียกว่า “Data Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่ามหาศาล บางคนถึงกับกล่าวว่า “ข้อมูลคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของศตวรรษนี้”บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของโลก เช่น Google, Amazon, Meta หรือ Tencent ต่างมีมูลค่าตลาดระดับหลายล้านล้านดอลลาร์
ซึ่งส่วนหนึ่งของมูลค่านั้นไม่ได้มาจากสินทรัพย์ทางกายภาพเหมือนบริษัทในอดีต แต่เกิดจากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่บริษัทเหล่านี้สามารถเก็บ วิเคราะห์ และนำไปใช้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้นั่นเอง
ข้อมูล : ทรัพยากรใหม่ของโลกดิจิทัล
ในอดีต บริษัทที่ประสบความสำเร็จมักเป็นบริษัทที่มีทรัพยากรทางกายภาพ เช่น โรงงาน เครื่องจักร หรือเครือข่ายการผลิตขนาดใหญ่ แต่ในยุคดิจิทัล
บริษัทที่มีอิทธิพลมากที่สุดกลับเป็นบริษัทที่สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือบริษัทอย่าง Google ซึ่งมีข้อมูลการค้นหาของผู้ใช้นับพันล้านคนทั่วโลก หรือ Amazon ที่มีข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคจำนวนมหาศาล
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้บริษัทสามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างละเอียด เช่น ผู้บริโภคสนใจสินค้าอะไรมีแนวโน้มจะซื้ออะไรในอนาคต หรือแม้กระทั่งสามารถคาดการณ์ความต้องการของตลาดล่วงหน้าได้ ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลจึงกลายเป็น ข้อได้เปรียบเชิงแข่งขัน (Competitive Advantage) ที่สำคัญหลายงานวิจัยระบุว่าปริมาณข้อมูลของโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
โดยมีการประเมินว่าในปี 2026 ปริมาณข้อมูลทั่วโลกอาจสูงถึง กว่า 200 เซตตะไบต์ (Zettabytes)ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใหญ่เกินกว่าที่คนทั่วไปจะจินตนาการได้ ข้อมูลเหล่านี้มาจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนโซเชียลมีเดีย เซ็นเซอร์ IoT ระบบการเงินดิจิทัล หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ยิ่งโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้นเท่าไรข้อมูลก็ยิ่งกลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น
AI และ Big Data : เครื่องจักรใหม่ของเศรษฐกิจ
แม้ว่าข้อมูลจะมีมูลค่ามหาศาล แต่ข้อมูลเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่เพียงพอ สิ่งที่ทำให้ข้อมูลกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจได้จริงคือ เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูล ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เทคโนโลยีอย่าง Big Data และ Artificial Intelligence (AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมาก AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ในเวลาอันสั้นและสามารถค้นหารูปแบบหรือความสัมพันธ์ที่มนุษย์อาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้ ตัวอย่างเช่น
• ธนาคารสามารถใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงินของลูกค้าเพื่อตรวจจับการทุจริต
• บริษัทอีคอมเมิร์ซสามารถใช้ AI แนะนำสินค้าที่ลูกค้ามีแนวโน้มจะซื้อ
• โรงพยาบาลสามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค
เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ข้อมูลสามารถถูกนำไปใช้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล รายงานของหลายองค์กรคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI อาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหลายล้านล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังแข่งขันกันอย่างจริงจังในการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI และการจัดการข้อมูล
ประเทศที่เข้าใจ Data Economy ก่อน อาจได้เปรียบในอนาคต
ในระดับประเทศ การแข่งขันในยุค Data Economy ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติหรือแรงงานราคาถูกเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแต่ขึ้นอยู่กับคำถามสำคัญว่าประเทศนั้นสามารถสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูล (Data Ecosystem) ได้ดีเพียงใดตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา จีน หรือสิงคโปร์ ต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมากสิงคโปร์เองแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่สามารถกลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาคได้เพราะมีนโยบายสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและการใช้ข้อมูลอย่างจริงจัง ในทางกลับกัน ประเทศที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัล อาจเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สำหรับประเทศไทยคำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเราจะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไร แต่คือ
เราจะสร้างระบบเศรษฐกิจที่สามารถใช้ข้อมูลเพื่อสร้างนวัตกรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างไร และในยุค Data Economy ผู้ที่สามารถเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น “ความรู้” และเปลี่ยนความรู้นั้นให้กลายเป็น “นวัตกรรม” ได้ก่อนอาจเป็นผู้ที่ได้เปรียบที่สุดในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
ดร.กร พูนศิริวงศ์

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จในพิธีบวงสรวงพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
คกก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบศึกษา โรคไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่ออันตราย
สรรเพชญ ปลุกท่องเที่ยวทะเลน้อย-คลองลำปำ
อ.อัจฉราวดี โล่งใจ รับข้อมูลคลาดเคลื่อน ร่างพรบ.SEC ไม่ซุกคาสิโน
ณัฏฐ์ชนน ลั่น!หยุดบิดเบือนแลนด์บริดจ์ ขู่ใครใส่ร้ายภูมิใจไทย เจอจัดการทางกฎหมายแน่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี