เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2562 สำนักข่าว AFP ของฝรั่งเศส เสนอข่าว “Elephants in Thailand 'broken' for lucrative animal tourism” เมื่อ 23 ธ.ค. 2562 กล่าวถึงการนำช้างมาช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ในอีกมุมก็อาจมองได้ว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์เช่นกัน อาทิ ลูกช้างถูกพรากจากแม่ ใช้ขอสับ บางครั้งมีการปล่อยให้อดอาหาร ซึ่งมีการทำให้ช้างเชื่องก่อนจะถูกขายให้กับแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่โฆษณาว่าเป็นเขตอนุรักษ์
เนื้อหาในข่าวเล่าถึง Ploy ช้างเพศเมียวัย 2 ปี ซึ่งฝึกการยืนด้วยขาหลังทั้ง 2 และใช้งวงถือลูกบอลโยนลอดห่วง มาจาก Ban Ta Klang หมู่บ้านทางตะวันออกของไทยที่ชาวบ้านทำงานร่วมกับช้างมาช้านาน ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลักล้านคนคาดหวังว่าจะได้บันทึกภาพสัตว์เล่นกีฬา เต้นรำ หรือแม้แต่วาดรูป ขณะที่ชาวบ้านตากลาง ยืนยันว่าการทำให้ช้างเชื่องมีความจำเป็นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
Charin ควาญช้างที่ดูแล Ploy ระบุว่า หากช้างไม่ดื้อควาญช้างจะไม่ทำร้ายใดๆ กับช้างเลย และกล่าวว่าช้างเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ละเดือนนั้น Charin มีรายได้เดือนละ 350 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10,500 บาท จากอาชีพที่ตกทอดมาจากปู่และพ่อ แต่อีกด้านหนึ่ง บรรดานักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์ มองว่าเป็นเรื่องทารุณโหดร้าย โดยนับตั้งแต่อุตสาหกรรมป่าไม้ของไทยสิ้นสุดลงเมื่อ 30 ปีก่อน บรรดาควาญช้างได้นำช้างเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น การให้นักท่องเที่ยวขี่ หรือทำการแสดงต่างๆ นานา
รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ช้างที่เชื่องแล้วราคาสูงสุดอาจอยู่ที่ 8 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือราว 2.4 ล้านบาท ทำให้ผู้ลงทุนต้องให้ช้างทำงานหนักและโลดโผนมากขึ้น อาทิ ที่สวน Mae Taeng ทางตอนเหนือของ จ.เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวเสียค่าเข้าชม 50 เหรียญสหรัฐ หรือ 1,500 บาท รองรับนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด 5,000 คนต่อวัน ที่นี่ผู้คนคาดหวังว่าจะได้มาดู Suda ช้างเพศเมียถือแปรงวาดรูปสไตล์ญี่ปุ่น โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อภาพได้ในราคา 150 เหรียญสหรัฐ หรือ 4,500 บาท นอกจากนี้ยังมีบริการขี่ช้างขึ้นภูเขา
ในเวลาต่อมา เมื่อนักท่องเที่ยวเห็นว่าเป็นเรื่องโหดร้าย สถานที่เหล่านี้จึงเปลี่ยนชื่อเป็นสถานอนุรักษ์ช้าง หลายแห่งไม่อนุญาตให้ขี่ช้างหรือให้ช้างมาทำการแสดง แต่เปลี่ยนเป็นการให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสประสบการณ์การให้อาหารและดูแลช้าง สัตว์ที่ว่ากันว่าสง่างามที่สุดในธรรมชาติ ถึงกระนั้น องค์กรการกุศลก็ยังมองว่าแม้จะดูเป้นทางเลือกที่อ่อนโยนแต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ดี
แจน ชมิดต์-เบอร์บัช (Jan Schmidt-Burbach) จากองค์กร World Animal Protection กล่าวว่า การอาบน้ำกับช้าง เป็นกิจกรรมที่สร้างความเครียดให้ทั้งกับช้างและควาญช้างเมื่อต้องรับมือนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทางเลือกที่ดีกว่านั้นคือปล่อยให้ช้างดำเนินกิจกรรมของมันไปตามธรรมชาติโดยนักท่องเที่ยวเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่นักสิทธิสัตว์บางรายก็บอกว่า เป็นเรื่องยากที่จะรู้ได้ว่าผู้ดูแลช้างดูแลอย่างไรหลังฝูงชนกลับบ้านไปแล้ว โดยมีรายงานพบช้างอดอาหาร ให้นอนบนคอนกรีต รวมถึงถูกล่ามโซ่
ชมิดต์-เบอร์บัช กล่าวอีกว่า การสำรวจในปี 2558 พบช้าง 1,771 เชือกที่น่าจะถูกตั้งคำถามในประเด็นสวัสดิภารสัตว์ และมีอีก 357 เชือกอยู่ในสภาพน่าสงสาร เมื่อเทียบกับการสำรวจในปี 2553 ทั้งนี้รายงานข่าวกล่าวอีกว่า มีสถานที่เลี้ยงช้าง 220 แห่งทั่วประเทศไทยที่มีสัญญาด้านจริยธรรมการท่องเที่ยว แต่มีเพียงสิบกว่าแห่งเท่านั้นที่เชื่อมั่นได้ว่าปฏิบัติตามนั้นอย่างจริงจัง
หนึ่งในนั้นคือ ChangChill สถานที่เล็กๆ ใกล้กับ จ.เชียงใหม่ บรรยากาศรายรอบด้วยแม่น้ำและนาขั้นบันได ที่นี่มีการเปลี่ยนสภาพให้ใกล้เคียงกับป่า และให้ช้างมีพื้นที่มากขึ้น Supakorn Thanaseth ผู้อำนวยการของสถานที่แห่งนี้ กล่าวว่า ที่นี่ไม่บังคับให้ช้างทำในสิ่งที่ไม่ใช่สัญชาตญาณของพวกมัน ทำให้ช้างป่วยน้อยลงและดูสงบมากขึ้น จากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว แม้ควาญช้างยังมีขอสับไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แต่อุบัติเหตุระหว่างช้างกับนักท่องเที่ยวลดลงไปอย่างมาก
ChangChill ตั้งเป้าว่าจะได้กำไรในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) แม้ว่าจะรับนักท่องเที่ยวเพียง 40 คนต่อวันเพื่อเยี่ยมชมช้าง 6 ตัว โดยให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตนี้เป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตาม ยังมีช้างบ้านอยู่ในประเทศไทยเกือบ 4,000 ตัว ทางการไทยลังเลที่จะส่งเสริมให้ปล่อยช้างกลับสู่ธรรมชาติซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคประชาสังคม (NGO) บางแห่ง เนื่องจากขาดพื้นที่ที่เพียงพอและอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกับมนุษย์
บทสรุปจึงอยู่ที่การประนีประนอมด้วยการควบคุมและกำหนดมาตรฐาน แต่ทางการไทยก็หวั่นเกรงว่าการออกกฎหมายที่เข้มงวดอาจกระทบต่อการส่งเสริมภาคท่องเที่ยว ที่ในปี 2562 ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนไว้ที่ 38 ล้านคน Sovaida Salwala จากองค์กร Friends of the Asian Elephants ระบุว่า ในปี 2561 คณะกรรมการจัดสวัสดิภาพสัตว์หลายกลุ่มเคยเรียกร้องให้ภาครัฐของไทยมีมาตรการเข้มงวดกับช้างที่อยู่ในการควบคุม แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีการตอบสนอง
ขอบคุณเรื่องจาก : https://www.afp.com/en/news/3954/elephants-thailand-broken-lucrative-animal-tourism-doc-1n56z71
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี