546.jpg
สื่อฮ่องกงตีข่าวไทยเดินหน้าล่าชื่อ1หมื่นคน ปลด'โสเภณี'พ้นอาชีพผิดกฎหมาย

สื่อฮ่องกงตีข่าวไทยเดินหน้าล่าชื่อ1หมื่นคน ปลด'โสเภณี'พ้นอาชีพผิดกฎหมาย

วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563, 16.43 น.

23 ก.ย. 2563 เว็บไซต์ นสพ.South China Morning Post ของฮ่องกง เสนอข่าว Sex workers in Thailand launch petition to have prostitution decriminalized ระบุว่า ที่ประเทศไทย มีความพยายามรวบรวมรายชื่อประชาชนให้ครบ 1 หมื่นคน ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในการเสนอร่างกฎหมายต่างๆ เพื่อยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณีในกรณีที่สมัครใจไม่ถูกบังคับหรือล่อลวง และไม่ใช่เด็กหรือเยาวชน โดยเริ่มรวบรวมรายชื่อมาตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2563 ล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วประมาณ 1,000 คน นับ

มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ (Empower Foundation) องค์กรภาคประชาสังคม (NGO) ที่รณรงค์เรื่องสิทธิของผู้ขายบริการทางเพศและพนักงานในสถานบันเทิง ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ใน จ.เชียงใหม่ ทางภาคเหนือของไทย เป็นเจ้าภาพรณรงค์ในเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน โดยหวังว่าหากได้รายชื่อครบแล้วจะนำเสนอต่อรัฐสภา เพื่อให้มีการแก้ไขกฎหมายต่อไป ซึ่ง ไหม จันตา (Mai Chanta) ตัวแทนมูลนิธิดังกล่าว ระบุว่า ร้อยละ 80 ของผู้ขายบริการทางเพศเป็นแม่และเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว แต่กฎหมายทำให้คนเหล่านี้กลายเป็นอาชญากร


รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ด้านหนึ่งประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธและเป็นสังคมแบบอนุรักษ์นิยม แต่อีกด้านหนึ่งกลับมีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมทางเพศที่มีชายไทยเป็นลูกค้าหลัก บาร์อะโกโก้และร้านนวดที่แสงไฟสว่างไสวทั้งในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ รวมถึงเมืองชั้นนำด้านการท่องเที่ยวอีกหลายแห่งของไทย สามารถพบนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปใช้บริการอยู่เสมอ

บรรดานักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศ มองว่า การกำหนดให้การขายบริการทางเพศเป็นอาชีพผิดกฎหมายซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2503 แทบไม่ช่วยปกป้องผู้ประกอบอาชีพดังกล่าว การจับกุมและถูกปรับเงินซ้ำซากยิ่งซ้ำเติมให้คนเหล่านี้ยากจน ขณะที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ของไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันกำลังยกร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการค้าประเวณี โดยจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นทางออนไลน์ในปี 2564 แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม แต่ยืนยันว่าไม่ละเลยข้อเสนอแนะของผู้ขายบริการทางเพศ

รายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่เผยแพร่ในปี 2557 ว่าด้วยการต่อสู้กับการระบาดของโรคเอดส์ (HIV/AIDS) คาดการณ์ว่า จำนวนผู้ขายบริการทางเพศในประเทศไทยน่าจะอยู่ที่ 123,530 คน แต่บรรดาผู้ที่ทำงานกับประชากรกลุ่มนี้ คาดว่าน่าจะมีมากกว่าจำนวนดังกล่าวถึง 2 เท่า รวมถึงยังมีผู้ขายบริการทางเพศที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว กัมพูชาและเวียดนาม

ทั้งนี้ กฎหมายไทยในปัจจุบัน กำหนดให้การค้าประเวณีมีโทษปรับสูงสุดถึง 4 หมื่นบาท หรือจำคุกสูงสุดถึง 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ (พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 7-ผู้แปล) แต่หากเป็นการซื้อบริการทางเพศผู้ที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี (พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 8-ผู้แปล) อาจถูกจำคุกสูงสุดได้ถึง 6 ปี 

ข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ของไทย ระบุว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับกุมและเปรียบเทียบปรับในความผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณีมากกว่า 24,000 คน ซึ่ง สุรางค์ จันทร์แย้ม (Surang Janyam) ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) NGO อีกองค์กรหนึ่งที่ทำงานด้านสิทธิผู้ขายบริการทางเพศ ย้ำว่า ต้องยกเลิกความผิดฐานค้าประเวณีเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน เพราะอุตสาหกรรมทางเพศสร้างรายได้มหาศาลให้กับเศรษฐกิจไทย แต่กลับไม่มีกลไกใดปกป้องคนกลุ่มนี้

ที่มา scmp

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top