546.jpg
สื่อฮ่องกงจับตาคดี‘ดิไอคอน’ เหยื่อหวังพลิกชีวิตจากโควิดสู่หมดตัว

สื่อฮ่องกงจับตาคดี‘ดิไอคอน’ เหยื่อหวังพลิกชีวิตจากโควิดสู่หมดตัว

วันพุธ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.28 น.

สื่อฮ่องกงจับตาคดี‘ดิไอคอน’ เหยื่อหวังพลิกชีวิตจากโควิดสู่หมดตัว ชี้คนดังร่วมโปรโมตทำสังคมไม่ตั้งคำถาม

16 ต.ค. 2567 นสพ.South China Morning Post ของฮ่องกง เสนอรายงานพิเศษ Thailand’s iCon scandal shows enduring popularity of get-rich-quick schemes ว่าด้วยคดี ‘ดิไอคอน (The iCon Group)’ บริษัทชักชวนลงทุนขายตรงในประเทศไทย ซึ่งกำลังมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความ และเชื่อมโยงไปยังบุคคลที่มีชื่อเสียงในหลายแวดวงที่เข้ามาร่วมงานในลักษณะต่างๆ โดยข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางของไทย (CIB) พบว่า มูลค่าความเสียหายสูงถึง 8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 270 ล้านบาท จาก 740 กรณีที่มีการร้องเรียน


บ.ดิไอคอน ซึ่งอ้างว่ามีรายได้มากกว่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1 หมื่นล้านบาท เปิดตัวเมื่อ 6 ปีก่อน โดย วรัตน์พล วรัทย์วรกุล (Waratpol Waratworakul) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘บอสพอล (Boss Paul)’ สามารถดึงดูดผู้คนมาเข้าร่วมเป็นเครือข่ายได้มากถึง 4 แสนคน ด้วยกลยุทธ์บอกเล่าเรื่องราวว่าด้วย ‘การพลิกชีวิตจากความยากจนสู่ความร่ำรวย (rags-to-riches)’ โดยผู้เข้าร่วมคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จผ่านการขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามและอาหารเสริมผ่านโครงการการตลาดแบบหลายชั้น (multilevel marketing : MLM)

แต่สมาชิกที่มีความหวังจำนวนมากเหล่านี้อ้างว่า พวกเขาถูกหลอกให้ซื้อหลักสูตรการขายและเปิดบัญชีเครดิตสูงถึง 250,000 บาท (7,500 เหรียญสหรัฐ) เพื่อซื้อสินค้าเพิ่มเติม เพื่อต้องการไต่อันดับในบริษัทและเป็นหัวหน้าทีมขายของตนเอง โดยทีมทนายความที่เข้ามาทำคดีให้เหยื่อเหล่านี้ ระบุว่า เมื่อมีผู้สมัครใหม่เข้าร่วม พวกเขาจึงขยายเครือข่าย สร้างเครือข่ายที่กว้างขวางของผู้เข้าร่วมจำนวนระหว่าง 3-4 แสนคน อย่างไรก็ตาม เมื่อผลิตภัณฑ์ไม่เป็นรูปเป็นร่างหรือขายไม่ออก สมาชิกจำนวนนับไม่ถ้วนต้องสูญเสียเงินออมไป 

ในวันที่ 15 ต.ค. 2567 บอสพอลให้สัมภาษณ์กับสื่อของไทย ร้องไห้ไปพลางยืนยันอย่างหนักแน่นว่าพร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้กับเหยื่ออย่างถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังได้พูดคุยกับภรรยาม่ายของชายคนหนึ่งที่ฆ่าตัวตายเนื่องจากหนี้สินที่เกิดขึ้นหลังจากสมัครเป็นสมาชิก บ.ดิไอคอน ขณะที่เว็บไซต์ของบริษัทยังคงเปิดใช้งานอยู่จนถึงช่วงเย็นวันดังกล่าว โดยขายอาหารเสริม โปรตีนเวย์ กาแฟที่มีฤทธิ์ทางโภชนาการพิเศษ และยาสีฟันในราคา 299-599 บาทต่อหน่วย พร้อมกับคำขวัญที่ว่า ‘ยิ่งซื้อมาก ยิ่งมีรายได้มาก’

ย้อนไปเมื่อเดือน พ.ค. 2567 โฆษณาของ บ.ดิไอคอน เผยให้เห็นภาพของบอสพอล ยืนอยู่หลังซูเปอร์คาร์หลายคัน พร้อมคำสัญญาว่าจะทำให้ผู้ที่เข้าร่วมกับดิไอคอนนั้นร่ำรวย โดยอ้างว่าบริษัททำยอดขายได้ 11,000 ล้านบาท (330 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การสืบสวนของตำรวจยังคงดำเนินต่อไป โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ ในคดีที่สังคมไทยกำลังจับตามอง เนื่องจากหลายคนแสวงหาช่องทางรายได้ใหม่ๆ ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 อันเป็นช่วงที่ บ.ดิไอคอน เริ่มเติบโต

รายงานของสื่อฮ่องกง กล่าวต่อไปว่า บ.ดิไอคอน ดึงบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาร่วมโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดผู้คนที่ไม่ตั้งคำถาม ยิ่งมีคนดังเข้ามาก็ยิ่งทำให้บริษัทน่าสนใจมากเป็นพิเศษ อาทิ กันต์ กันตถาวร (Kan Kantathavorn) พิธีกรรายการโทรทัศน์ , ยุรนันท์ ภมรมนตรี (Yuranunt Pamornmontri) นักแสดงรุ่นใหญ่ แม้ว่าบางคนจะแยกตัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยบอกว่าได้รับการว่าจ้างเพียงเพื่อโปรโมตสินค้าเท่านั้น และไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศ รวมไปถึงพระภิกษุสงฆ์อาวุโสบางรูปที่ถูกเชิญไปเทศน์ ก็ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องเช่นกัน 

สฤณี อาชวานันทกุล (Sarinee Achavanuntakul) ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจผู้บริโภคและนักวิจารณ์สังคม ให้ความเห็นว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากสำหรับคนไทยหลายคน ดังนั้นพวกเขาจึงหันไปขายของออนไลน์เพื่อหาเลี้ยงชีพ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรายได้ทางเลือกอีกด้วย ขณะที่ ‘คนวัยเกษียณ (retirees)’ คือเหยื่อชั้นดี เนื่องจากในบริบทสังคมไทยยังมี ‘เครือข่ายเครือญาติสนิทมิตรสหาย (close kinship networks)’ ที่ใกล้ชิด จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อรูปแบบธุรกิจประเภทนี้

‘ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ผลักดัน แต่เป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสมัยเรียน … ความคุ้นเคยแบบนั้นเป็นสาเหตุที่ผู้คนไม่ระวังตัว’ สฤณี กล่าว

รายงานข่าวทิ้งท้ายด้วยคำถามจากบรรดาทนายความของเหยื่อ ว่า ทำไมกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัทจึงยังไม่ทราบถึงสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการฉ้อโกงในระดับอุตสาหกรรม แต่เมื่อมีผู้ต้องสงสัยเพิ่มขึ้น ก็คาดว่าจะมีการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนาน

ขอบคุณเรื่องจาก www.scmp.com

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top